ข้อความต้นฉบับในหน้า
ไม่ค่อยพอ แต่ก็ตั้งใจว่าจะประกอบ
อาชีพสุจริตหาเลี้ยงชีพเสียที เพื่อเขา
และ....ไอ้มอม นี่เพราะความดีของ
ไอ้มอมแท้ ๆ เชียว
ปู่ ย่า ตา ยาย ของเรามีคำพูด
สำนวน คำพังเพยต่าง ๆ เกี่ยวกับสุนัข
อยู่มากมาย เช่น พวกที่เกิดมาแล้วไม่ทำ
ประโยชน์ มีแต่ทำความไม่ดี ท่านก็ว่า
“ไอ้ชิงหมาเกิด”
เด็กดื้อ ๆ ชอบรังแกเพื่อนจนไม่มี
ใครคบด้วย ก็จะถูกเรียกว่า“ไอ้หมาหัว
เน่า"
พวกขี้โมโห โกรธทีละอาละวาด
ข้าวของทั้งหมด ท่านก็ว่า “ไอ้หมาบ้า”
หรือคำพังเพยที่ว่า “มีหมาที่ไหน มีหมัด
ที่นั่น” เป็นต้น
แต่คำหรือสำนวนที่เกี่ยวกับสุนัข
มักเป็นไปในทางไม่ดี คนไทยถือมากว่า
ถ้าใครมาว่า หรือเปรียบเทียบตนเองกับ
“หมา” หรือคำด่าที่มีคำว่า “หมา ๆ”
ผสมด้วย เพราะถือว่าดูถูก ดูหมิ่นกัน
ทั้ง ๆ ที่สุนัขบางตัวยังดีกว่าคนเสียอีก
นี่ถ้ามันพูดได้มันคงประท้วงว่า
“ไม่ยุติธรรม ๆ ๆ”
สุนัขที่น่าสงสารมาก ผู้พบเห็นจะ
มองด้วยความสังเวชใจ หรือถ้าเกิดเดิน
เข้าไปในบ้านใคร มักจะถูกตะเพิดออก
มา หรือไม่ก็มีอะไรลอยตามหลังมา
เสมอก็คือ “สุนัขขี้เรื้อน” (ส่วนมากจะ
เป็นสุนัขจรจัด)
เวลาที่น่าสมเพชมากก็คือเวลาที่
มันคัน มันตั้งหน้าตั้งตาเกา ๆ ๆ ไม่สน
ใจอะไรทั้งนั้น มันคงคิดว่าถ้าเกาแล้วคง
หายคัน แต่น่าอนาถเพราะมันยิ่งเกาก็ยิ่ง
คัน ยิ่งคันก็ยิ่งเกาแรงขึ้น ใคร
ลองเอาไม้ไปแหย่มัน หรือเขี่ยให้มันหยุด
เกาซี มันไม่สนใจหรอก ทำท่ารำคาญ
เสียอีก เอายาไปทาให้มันก็จะกัด แล้ว
ก็มองอย่างไม่พอใจผสมรำคาญ
ถ้ามันพูดได้มันคงตะคอกว่า “เอ๊ะ
ยุ่งจังไปให้พ้นนะ เรื่องของหมาคนไม่
เกี่ยว” ว่าแล้วก็เกาต่อไป ผลสุดท้ายก็
ต้องเน่าตาย เพราะปฏิเสธความหวังดี
ของคนที่ต้องการให้มันพ้นทุกข์ทรมาน
จากการเกา
ในปัจจุบันนี้ คนส่วนมากตั้งหน้า
ตั้งตากอบโกยทรัพย์เพื่อบำรุงบำเรอ
ความสุขทางเนื้อหนังเท่านั้น โดยไม่
คำนึงถึงเรื่องบาป บุญ คุณ โทษ วัดไม่
เข้า ทานไม่ให้ ศีลไม่ถือ ธรรมะไม่ฟัง
ภาวนาไม่สนใจ ใช้ชีวิตหมดไปกับ
ความสุขจอมปลอม ลืมตัว ลืมตาย ดัง
เช่นสุนัขขี้เรื้อนที่น่าสงสาร หลงว่าเมื่อ
เกาขี้เรื้อนแล้วคงมีความสุข โดยไม่คิด
ว่านั่นคือทุกข์มหันต์ ถ้ามีกัลยาณมิตร
ไปเตือนเข้าก็ไม่พอใจ กัลยาณมิตรท่าน
นั้นอาจต้องรีบไปตั้งหลักใหม่เพราะเจอ
“ไอ้คนขี้เรื้อน”แยกเขี้ยวตวาดกลับ
มาว่า
“เรื่องของคน หมาไม่เกี่ยว”
...โอ๊ยโหย่ ทำไงดีละเนี่ย..
IN
กัลยาณมิตร / มิถุนายน ๒๕๓๐
Kalyanamitra.org
28