ข้อความต้นฉบับในหน้า
ในฐานะที่ท่านเป็นรัฐมนตรีว่า ทำในพระปรมาภิไธย
การกระทรวงยุติธรรม
ก่อนจะไปรับ ฉะนั้นต้องมีคุณธรรม ต้องซื่อสัตย์สุจริต
ตำแหน่งผู้พิพากษาต้องไปถวายสัตย์ปฏิ- ต่อหน้าที่ มีความเป็นธรรม ถ้าไม่ให้
ท่านมีหลักการบริหารงานอย่างไร ญาณก่อนต่อหน้าพระพักตร์พระบาทสม- ความเป็นธรรม ความยุติธรรมจะไม่
เด็จพระเจ้าอยู่หัว นี่ไม่เหมือนใคร ๆ ใน บังเกิดขึ้นเลย อย่างที่ผมบอกแล้วว่า
"ประการที่ หนึ่ง พยายามให้ศาล
เป็นที่ศรัทธาเชื่อถือของประชาชน ทำ
อะไรอย่างไร ผมจะทำเพื่อให้เกิดที่ตั้ง
แห่งศรัทธา
ข้าราชการกระ
ทรวงอื่น ๆ ประ
ธานศาลฎีกาต้อง เราจะทำอย่างไร
นำผู้พิพากษาไป
ประการที่ สอง ช่วยเร่งรัดคดีที่ ให้เกิดความรู้สึก ในการเมือง
เกรงว่าจะล่าช้าให้เร็วขึ้น คดีหนึ่ง ๆ ถ้า ว่าเป็นมือขวาของ
เกิดความล่าช้าจะเป็นการปฏิเสธความ พระมหากษัตริย์ ให้ประชาชนอยู่ดีกินดี
ยุติธรรม ฉะนั้นจึงต้องเร่งรัดคดีให้เกิด ในการชำระคดี เป็นสุข อยู่อย่างผาสุก
ความรวดเร็วเพื่อเป็นประโยชน์แก่คู่ความ ตามหลักแล้วอำ
ประการที่ สาม บำรุงขวัญและ นาจตุลาการพระ พอสมควร เป็นคติประจำใจ
แต่
ของนักการเมืองทุกคน
เวลาต้องให้ผู้พิพากษาเป็นผู้แทนพระองค์
ที่สำคัญคือ "คุณธรรม จริยธรรม
จิตใจของผู้พิพากษา โดยมอบเป็น องค์ท่านต้องใช้
สวัสดิการให้ ต่อไปบ้านหัวหน้าศาล ดุลยพินิจ
ทุกบ้านจะมีสิ่งของเครื่องใช้ประจำบ้าน พระองค์ท่านไม่มี
ครบครัน ย้ายไปไหน ถือกระเป๋าใบ
เดียวพอ และจะมีสวัสดิการ สโมสร มีที่พัก
ที่อยู่อาศัยเพียงพอ เพราะศาลต้องตั้งตัว
เป็นกลาง ไม่ไปข้องแวะกับใคร ๆ ถ้า
ข้องแวะกับใครคนก็มอง ไปกินข้าวกับ
พ่อค้าคนก็มอง
ไปกินข้าวกับคู่กรณี
คนก็มอง ไปกินข้าวกับทนายความคน
พรหมวิหาร ๔”
ประสบการณ์การทํางานในฐานะ
ที่ท่านเคยเป็นนายตำรวจ
ปราบปราม อยากให้ท่านเล่าถึง
ก็มอง ฉะนั้นผู้พิพากษาต้องตั้งอยู่บน
พื้นฐานของความมั่นคง จะไปไหนต้อง เหตุการณ์น่าประทับใจของท่าน
ระมัดระวัง ต้องมีศักดิ์ศรี มีจริยธรรม "การจะเป็นตำรวจได้ต้องอาศัย
คุณธรรมเป็นที่ตั้งแห่งศรัทธาเพราะทำใน ความตั้งใจจริง ๆ ที่จะทำ ดำเนินการ
พระปรมาภิไธยพระบาทสมเด็จพระเจ้า
ป้องกันและปราบปรามผู้ร้าย ต้องทำ
อยู่หัว คำพิพากษาเขาจะเขียนไว้เลยว่า จริง ๆ การจับกุมหรือการทำอะไรก็ตาม
(ภาพซ้าย-บน) ฯพณฯ พลตำรวจโท จำรัส
มังคลารัตน์ เป็นประธานเปิดศาลอุทธรณ์ภาค
เมื่อวันที่ 6 มกราคม ๒๕๓๓ (ล่าง) เป็นประธาน
เปิดศาลแขวงพระโขนง
ต้องอาศัยความเป็นธรรม เพราะตำรวจ
นั้นมีอำนาจมาก จับกุม ขังคน ตรวจค้น
บ้านได้ ขังคนได้ คดีฉกรรจ์ยังได้ ๘๔ วัน
ไม่ฉกรรจ์ขัง ๔๘ วัน การสอบสวนยัง
ไม่แล้วเสร็จก็มีอำนาจฝากขังได้ผัดละ
๑๒ วัน จะเห็นว่าตำรวจมีอำนาจมาก
ความยุติธรรมต้อง
เริ่มตั้งแต่ขั้นต้น
ไม่ใช่ตั้งแต่ศาล
เริ่มตั้งแ
งแต่สิบสวน
สอบสวน ฟ้องศาล
ก็เป็นลำดับเรื่อย
มา ตำรวจต้องมี
ความรอบรู้ความ
สามารถรอบตัว
ในการเป็นตำรวจ
ต้องรู้พื้นที่ต่าง ๆ
มาก มากกว่า
ข้าราชการอื่น ๆ
เพราะเหตุว่าเราต้อง ดำเนินงานปราบ
ปรามโจรผู้ร้าย ถ้าทำจริง ๆ ผู้ร้ายอยู่ไม่
ได้ ผู้ร้ายกลัวคนจริง ถ้าไม่จริงผู้ร้ายไม่
กลัว ถึงจะใหญ่โตอย่างไร โจรผู้ร้ายก็ต้องกลัว
ตำรวจเพราะตำรวจทำตามหน้าที่ การที่
ตำรวจบางคนซ้อมผู้ต้องหา ผมไม่เห็นด้วย
เราต้องมีวิธีการ ต้องหาหลักฐาน ทำให้
สมบูรณ์ให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ ก่อน
ที่จะส่งสำนวนให้อัยการ
ระหว่างที่ท่านเป็นตำรวจ
มีสิ่งใดที่ประทับใจท่านมากที่สุด
-
"นอกจากปราบปรามโจรผู้ร้าย
แล้วก็คือ ตั้งตู้ยามบนถนนทางหลวงตั้ง
แต่ภาคเหนือถึงภาคใต้ สมัยเป็นรองผู้
บัญชาการตำรวจภูธร เราไม่ต้องใช้
งบประมาณจากทางราชการเพื่อให้เป็นหู
กัลยาณมิตร ๔๓
Kalyanamitra.org