ข้อความต้นฉบับในหน้า
พระเจ้าอโศก
มหาราช
บท ๑ ณ ท้องพระโรง แห่งนครปาฏลีบุตร
ภายในห้องบรรทมแห่งกษัตริย์ ๒๘ ปีที่ผ่านมาสมัยเมื่อขึ้นเสวยราชย์
นครปาฏลีบุตร ประทีปโคมไฟแสงสลัว | ใหม่ ๆ สมัยนั้นยังทรงมีพระกำลังวังชา
ห้อยลงจากเพดานสีแดง มีลวดลายวิจิตร สมบูรณ์เพียบพร้อมด้วยทรัพย์สมบัติศฤง
ประทีปดวงน้อยแสงริบหรี่ วางอยู่ทาง การนานารัตนะ ซึ่งมุขอำมาตย์เสนาบดี
ด้านขวาของเตียงบรรทม ส่องให้เห็น ทูลเกล้าถวายตามขัตติยราชประเพณี
พระพักตร์ซึ่งเต็มไปด้วยความวิตกกังวล สังหาริมทรัพย์และอสังหาริมทรัพย์ทั้งมวล
ของกษัตริย์ชรา พระมัสสุขาวโพลน รวมทั้งไพร่ฟ้าข้าแผ่นดินทั่วขอบขัณฑสีมา
ของพระองค์ ซึ่งได้เปลี่ยนสีมาตามวัย อาณาเขตเป็นของพระองค์แต่ผู้เดียว
แห่งเจ้าของ แม้จะทำให้พระพักตร์ดูจืดไป
บัดนี้ พระองค์กำลังจะละทิ้งสิ่ง
บ้าง แต่ก็ยังมีแววแห่งความงามเหลืออยู่ ทั้งปวงไว้เบื้องหลัง โดยที่สุดแม้แต่
มิใช่น้อย
พระสรีระของพระองค์เองก็ไม่สามารถ
นาน ๆ ครั้งจะเห็นพระองค์ จะนำพาไปได้ ชีวิตเป็นอย่างนี้เอง....
ทอดพระเนตรมาทางพระมเหสีและ เริ่มต้นด้วยสิ่งที่น่าละอาย ทรงตัวอยู่
เสนาบดี มุขอำมาตย์ราชเสวก ซึ่ง อย่างเร่าร้อน และจบลงด้วยเรื่องเศร้า
แวดล้อมพระองค์อยู่เป็นรูปพระจันทร์ พื้นฐานของชีวิตที่แท้จริงนั้นเต็มไปด้วย
ครึ่งเสี้ยว แล้วทรงถอนพระทัยลึก ๆ ความโศก แม้ผู้ที่มีนามว่า "อโศก” ก็ต้อง
พร้อมด้วยยกพระหัตถ์ขึ้นถ่ายพระนลาต โศกไปตามพื้นฐานแห่งชีวิตนั้น
มีพระอาการตรองอย่างลึกซึ้ง
แสงไฟในห้องบรรทมสว่างขึ้น
จินตนาการของพระองค์ไหลวน กว่าเดิมเล็กน้อย ราชเสวกผู้หนึ่งนำ
เวียนเสมือนกระแสธารที่คุ้งคด วกวน ชายชราหนวดเคราขาว รูปร่างสูงใหญ่
และหมุนเวียนห่วงหน้าพะวงหลัง บางครั้ง แต่งกายด้วยชุดขาวล้วนผู้หนึ่งเข้ามา
พระองค์ทรงระลึกถึงเหตุการณ์ เมื่อ พระราชายกพระหัตถ์ขึ้นนมัสการ พระ
โดย
วศิน อินทสระ
กัลยาณมิตร ๙๓