ข้อความต้นฉบับในหน้า
หลวงพ่อตอบปัญหา
ได้เรียน แม้จะไม่ได้เรียนบาลี แต่
ค้นคว้าหนัก คำไหนไม่รู้ก็ถาม บางที
ถามลูกศิษย์อาตมาเองนั่นแหละ เขามี
โอกาสได้เรียน ถึงแม้เขาเป็นลูกศิษย์
นีโม ถ้าอย่างนั้นไปไหนก็ไป ๒๐ หลวงที่ครูบาอาจารย์หรือมี
จะ
ไม่ขี้เกียจ ที่จะอธิบายให้เราได้ ถ้าได้
เพื่อนกัลยาณมิตรอย่างนี้ละก็
เพื่อน
ยาณมิตรอย่างนี้ละก็ ไม่ช้า
ให้มานี่ ไม่มา ถ้าอย่างนั้นไปไหนก็ไป พ่อ หลวงพี่ครูบาอาจารย์หรือเพื่อนที่
ไม่ไป ไม่ไปก็อยู่อย่างนี้แหละ ไม่อยู่
แล้วจะทำอะไร ไม่ทำ นี่ดื้อด้าน ดื้อด้าน
เหมือนแมว จะดึงมันไปข้างหน้า มันจะ
และเราเป็นครูบาอาจารย์ของเขาด้าน ถอยหลัง ดึงหางให้มาข้างหลัง มันจะ
ตะกุยไปข้างหน้า กดหลังมัน ๆ จะโก่ง
หลังขึ้นมา ดึงหลังขึ้นมา มันจะแอ่นลง
ภาวนา แต่พอถึงภาษาบาลีต้องเรียก
เขามาถามว่า "คำนี้มันแปลว่าอะไร
หลวงพ่อไม่รู้หรอก ช่วยอธิบายที” ก็ไม่
เห็นเสียหน้าอะไร ได้ความรู้เพิ่มมาอีก
ทำกันง่าย ๆ อย่างนี้
เพราะฉะนั้นรู้เท่าไรก็เทศน์เท่า
นั้น อย่ากลัวโยม อย่ากลัวเสียหน้า
แล้วค้นคว้าไปเรื่อย ๆ อีกหน่อยก็เก่งเอง
แก้ไขตัวเอง
ดื้อที่สุด คือเราเอง
- ถาม หลวงพ่อครับ คนเรามักจะ
มองแต่คนอื่น ไม่ได้พิจารณาดูตัวเอง
ทำอย่างไรจึงจะแก้ไขความไม่ดีของตัว
เองได้ครับ (สามเณรถามมา)
ตอบ ไม่ใช่เรื่องอะไรหรอกเป็น
โรคดื้อนั่นเอง คนดื้อมี ๒ พวก พวก
หนึ่งดื้อดึง อีกพวกหนึ่งดื้อด้าน ไม่
เหมือนกัน
พวกดื้อดึงนี้ เวลาคิดจะทำอะไร
ก็จะทำของมันไป ใครห้ามก็ไม่เชื่อ
หลวงพ่อหลวงพี่บอกว่าผิดแล้ว ก็ไม่เชื่อ
มันจะทำของมันไปอย่างงั้นแหละ อย่าง
นี้เรียกว่า ดื้อดึง อีกพวกหนึ่งที่เรียกว่า
ดื้อด้าน พวกนี้อะไร ๆ ก็ไม่อยากทำ
นี่ดื้อด้าน
พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ว่า
ถ้าใครรู้ตัวเองว่าเป็นคนดื้อด้าน หรือ
เป็นคนเกเร คน ๆ นั้นน่ะมีสิทธิ์เป็น
บัณฑิตได้ เพราะรู้ตัวแล้ว แต่คน
ไหนที่ดื้อแล้วไม่รู้ว่าดื้อ เขาเรียกว่า
โคตรดื้อเอาดีไม่ได้
วิธีแก้พยายามอยู่ใกล้หลวงพ่อ
หลวงพี่ เวลาเราซักปัญหา ท่านใจดีที่
จะตอบให้เรา ที่เรากลายเป็นคนดื้อดึง
เพราะว่าเราเป็นนักคิด แต่ว่ายังคิดไม่
เป็นระเบียบ บางครั้งมันเลยแถก ๆ ไป
ยังไม่เป็นสัมมาทิฐิ เพราะฉะนั้น หลวงพี่
ที่ท่านใจดีพร้อมจะช่วยอธิบายเหตุผล
ให้เราก็ไม่ช้าหรอกก็หายดื้อ หายดื้อดึง
ไปได้เองนะ หลวงพ่อเองเมื่อเด็ก ๆ
ก็เป็นประเภทนี้ คือ ชอบจะทำไอ้นั่น
ชอบจะทำไอ้นี่ บางทีผู้ใหญ่ห้ามเข้า อยู่
ต่อหน้ากลัวไม้เรียว แต่เดี๋ยวก็หลบไป
ทำจนได้ มาหายได้ก็เพราะมาได้ครู
บาอาจารย์ ๒-๓ ท่าน ท่านดี เราจะ
ทำอะไร ท่านห้าม และเวลาห้าม ท่าน
ไม่ใช่ห้ามเปล่า ๆ ท่านให้เหตุผล ที่ไม่
ควรจะทำเพราะอย่างนั้น ๆ พอเราได้
เหตุผลมากเข้า ๆ เราเลยฉลาดขึ้น
แล้วนิสัยดื้อดึงของเราก็เลยหายไป เรา
จึงจำเป็นต้องหากัลยาณมิตรเป็น หลวง
ก็หายดื้อ
สำหรับพวกดื้อด้าน คือไม่ค่อย
มีหัวคิดกับเขา เป็นเวรข้ามภพข้ามชาติ
ก็เวรสุราคือ มันซื้อไปหมด กินสุรา
มากข้ามภพข้ามชาติมา ชาตินี้เลยซื้อ
นึกอะไรไม่ออก ใครก็ตามที่มีนิสัยดื้อ
ด้านนะ ท่ามันเหมือนขี้เมา ประเภทนี้
ถ้าจะแก้กันละก็ ก่อนอื่นอย่าไปอยู่ใกล้
พรรคพวกที่ด้าน ๆ เหมือนกัน ถ้าอยู่
ด้วยกันก็เป็นทีมเลย ด้านเป็นทีม ต้อง
ไปอยู่ใกล้ ๆ ผู้ที่ขยัน ๆ แล้วก็จะดึงกัน
ไปเอง ถ้าอยู่กับพระอาจารย์ ก็ต้องเป็น
พระอาจารย์ประเภทที่ท่านไม่พูดมาก
ประเภทที่ใช้แต่คำสั่ง แล้วต้องเป็น
คำสั่งสั้น ๆ ที่ไม่ผิดวินัยก็ไปทำให้ท่าน
อย่าไปอยู่กับพระอาจารย์ที่พูดเก่ง ๆ
เพราะท่านจะด่าเอา ให้ไปอยู่กับพระ
อาจารย์ที่มือเก่ง ๆ ยิ่งเท้าเก่ง ๆ ยิ่งดี
มานี่ซิ ไม่มาพลัก! ไป ไม่ไป โครม!
อีกหน่อยหายด้านเอง แต่ที่สุดแล้วต้อง
นั่งสมาธิมาก ๆ แล้วก็จะหายทั้งดื้อ
ดึงทั้งดื้อด้าน
Kalyanamitra.org
กัลยาณมิตร ๖๑