การอภิปรายเรื่องรัชสมบัติ วารสารกัลยาณมิตร ปี 2533 ฉบับที่ 3 หน้า 98
หน้าที่ 98 / 124

สรุปเนื้อหา

และบัดนี้พระองค์ทรงพระประชวรหนัก เมื่อพระองค์ทรงประสงค์ให้เจ้าชายสุสิมะ สืบสันตติวงศ์ ก็ควรให้เป็นไปตาม พระราชอัธยาศัย พวกเราไม่มีหน้าที่จะ พูดเสียงดังได้เสมอ เมื่อผู้มีอำนาจพูด ผู้ด้อยอำนาจก็ต้องฟัง จะเต็มใจหรือไม่ เต็มใจก็ต้องฟัง ผู้มีอำนาจเมื่อไม่ใช้ อำนาจเขาจะใช้อะไร บางคนใช้เงินเป็น อำนาจกดขี่ข่มเหงผู้มีเงินน้อย ซึ่งยอมตน ต้องจัดเรื่องรัชสมบัติ เราเป็นข้ารัฐการ หน้าที่ของเราคือคอยถวายความจงรักภักดี แด่พระเจ้าอยู่หัวทุก ๆ พระองค์ ด้วยเหตุ นี้ข้าพเจ้าจึงขอเสนอว่าราชบัลลังก์ปาฏลี บุตรควรเป็นของเจ้าชายสุสิมะ ( ท่านนาคพันธุอ้างถึงพระเชษฐ โอรสและความประสงค์ของพระเจ้าอยู่หัว ราชมนตรีผู้หนึ่งพูดขึ้น "ข้าพเจ้า อยากทราบว่า ถ้าเชษฐโอรสของราช บัลลังก์ใดเป็นใบ้หรือหูหนวก ผู้เป็น อัครมหาเสนาบดีและราช

หัวข้อประเด็น

- การอภิปรายเรื่องรัชสมบัติ

ข้อความต้นฉบับในหน้า

และบัดนี้พระองค์ทรงพระประชวรหนัก เมื่อพระองค์ทรงประสงค์ให้เจ้าชายสุสิมะ สืบสันตติวงศ์ ก็ควรให้เป็นไปตาม พระราชอัธยาศัย พวกเราไม่มีหน้าที่จะ พูดเสียงดังได้เสมอ เมื่อผู้มีอำนาจพูด ผู้ด้อยอำนาจก็ต้องฟัง จะเต็มใจหรือไม่ เต็มใจก็ต้องฟัง ผู้มีอำนาจเมื่อไม่ใช้ อำนาจเขาจะใช้อะไร บางคนใช้เงินเป็น อำนาจกดขี่ข่มเหงผู้มีเงินน้อย ซึ่งยอมตน ต้องจัดเรื่องรัชสมบัติ เราเป็นข้ารัฐการ หน้าที่ของเราคือคอยถวายความจงรักภักดี แด่พระเจ้าอยู่หัวทุก ๆ พระองค์ ด้วยเหตุ นี้ข้าพเจ้าจึงขอเสนอว่าราชบัลลังก์ปาฏลี บุตรควรเป็นของเจ้าชายสุสิมะ ( ท่านนาคพันธุอ้างถึงพระเชษฐ โอรสและความประสงค์ของพระเจ้าอยู่หัว ราชมนตรีผู้หนึ่งพูดขึ้น "ข้าพเจ้า อยากทราบว่า ถ้าเชษฐโอรสของราช บัลลังก์ใดเป็นใบ้หรือหูหนวก ผู้เป็น อัครมหาเสนาบดีและราชมนตรียังจะยึดถือ ขัตติยราชประเพณีในการให้เชษฐโอรส ครองราชบัลลังก์ตามความประสงค์ของ อยู่แล้ว" นาคพันธุ์ตอบ อ้านาจเป็นใหญ่ในโลก! ถูกแล้วอำนาจเป็นใหญ่ในโลก ผู้มีอำนาจ ย่อมพูดเสียงดังได้เสมอ พระราชาอยู่หรือ?” "แต่ขาพเจ้าเห็นว่าเจ้าชายอโศก ไม่ควรครองราชบัลลังก์ปาฏลีบุตรใน ช่วงนี้” นาคพันธุ์ยืนยัน "แล้วใครควรจะครอง?” อัคร มหาเสนาบดีสวนขึ้น "ควรจะเป็นใคร ท่านก็น่าจะรู้ หรือท่านอยากจะเป็นเสียเอง? เสนาบดีย้อนอย่างเกรี้ยวกราด ท้องพระโรงเงียบกริบ นาคพันธุ นั่งก้มหน้า เขารู้สึกสะเทือนใจอย่างมาก เขาพูดตามเหตุผลและตามความรู้สึก แท้จริงมิได้เฉลียวใจเลยว่า อัครมหา เสนาบดีมีความต้องการอย่างรุนแรงที่จะ ถวายมงกุฎและเศวตฉัตรแห่งปาฏลีบุตร นครแก่เจ้าชายอโศก เขาทราบดีว่า อัครมหาเสนาบดีรัฐคุปต์ผู้นี้มีอำนาจ เพียงใด นอกจากพระราชาพินทุสารแล้ว ใครเล่าจะมีอำนาจเสมอเหมือนอัครเสนา บดีผู้นี้ อำนาจเป็นใหญ่ในโลก! ถูกแล้ว อำนาจเป็นใหญ่ในโลก ผู้มีอำนาจย่อม ๙๖ กัลยาณมิตร พระเจ้า อโศก มหาราช We Jus เข้ามาพึ่งบารมี มนุษย์ประเภทนี้กระหึ่ม ครีมครางอยู่เสมอว่า "ฉันใช้เงินของฉัน ฉันมิได้ใช้คน" เขาจึงใช้คนอย่างไร้ ความปรานี เพราะมั่นใจอยู่ว่าเขามิได้ใช้ คนซึ่งมีเลือดเนื้อและชีวิตจิตใจ แต่เขาใช้ เงินต่างหากเล่า สตรีมีความงามเป็น อำนาจคอยบังคับขู่เข็ญให้มนุษย์ผู้ชาย คอยสยบลงแทบเท้าของเธอ เศรษฐีมีเงิน เป็นอำนาจ ข้ารัฐการมีตำแหน่งหน้าที่ เป็นอำนาจ ข้อแตกต่างอยู่ที่ว่าใครจะใช้ อำนาจโดยธรรม หรือใครจะใช้อำนาจ โดยไร้ธรรมเท่านั้น ผู้ใดใช้อำนาจ โดยธรรม ธรรมย่อมคุ้มครองให้อำนาจ ของผู้นั้นยั่งยืนถาวร ผู้ใดใช้อำนาจโดย ไร้ธรรม อธรรมนั่นเองจะหันกลับมา ทำลายอำนาจของเขาให้สิ้นสูญในภายหลัง “ท่านทั้งหลาย! อัครมหา เสนาบดีทำลายความเงียบขึ้น "ผู้ใดเห็น ว่าเจ้าชายอโศกควรครองรัชสมบัติสืบ สันตติวงศ์ต่อจากสมเด็จพระราชบิดา โปรดยกมือขึ้น ท้องพระโรงสลอนด้วยมือของ ราชมนตรี "ผู้ใดเห็นว่าเจ้าชายสุสิมะควร ครองราชบัลลังก์ปาฏลีบุตรโปรดยกมือขึ้น อัครมหาเสนาบดีพูดนัยน์ตาจ้องจับอยู่ที่ นาคพันธุ์ แต่นาคพันธุคงนั่งเฉยเขามิได้ ยกมือทั้งสองครั้ง ราชมนตรีสภาปรึกษาหารือกัน อยู่อีกนานในการหาอุบาย เพื่อให้เจ้าชาย อโศกได้สืบรัชสมบัติแทนสมเด็จพระ ราชบิดา เมื่อหาอุบายซึ่งเข้าใจว่า แยบยลที่แล้วอัครมหาเสนาบดีก็ปิดประชุม
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More