ข้อความต้นฉบับในหน้า
พระบรมศาสดาทอดพระเนตรดู นางได้เป็นพระมเหสีในครั้งนี้เป็นที่เลื่องลือ ชื่อว่าการบังเกิดในเรือนยากจนอย่ามีแก่
นางมัลลิกาแล้ว ทรงแย้มพระโอษฐ์เล็กน้อย ไปทั่วพระนครว่า เป็นเพราะผลทานที่ ข้าพเจ้าเลย ขอให้ทานนั้นจงเป็นปัจจัยให้
พระอานนท์ซึ่งตามเสด็จไปด้วย จึงทูล นางได้ถวายขนมกุมมาสสามชิ้นแด่พระ
ถามพระสัมมาสัมพุทธเจ้าว่า เหตุใด บรมศาสดา แม้พระภิกษุทั้งหลายใน
พระองค์จึงทรงแย้มพระโอษฐ์ พระพุทธ
องค์ตรัสตอบว่า
โรงธรรมสภาก็สนทนากันถึงเรื่องนี้
พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงทราบว่า
"ภิกษุทั้งหลาย การที่พระนาง
"อานนท์ วันนี้แหละ เด็กหญิง ภิกษุสนทนากันในเรื่องนี้ จึงตรัสว่า
คนนี้จักเป็นอัครมเหสีของพระเจ้าปเสนทิ
โกศล เพราะทานอันเนื่องจากการถวาย มัลลิกาถวายขนมกุมมาส ๓ ชิ้นแด่พระ
ขนมกุมมาสเหล่านี้"
พุทธเจ้าแล้วได้เป็นพระอัครมเหสีนั้นไม่
ในวันนั้น เป็นวันที่พระเจ้าปเสนทิ อัศจรรย์เลย เพราะพระพุทธเจ้าทั้งหลาย
ทำศึกกับพระเจ้าอชาตศัตรูและพ่ายแพ้ มีคุณมาก ในสมัยโบราณ มีบัณฑิตผู้หนึ่ง
กลับมา พระองค์ทรงม้าเข้ามาในสวน ได้ถวายขนมกุมมาสที่มีรสจืดชืดแด่พระ
ได้สดับเสียงร้องเพลงอย่างมีความสุขของ ปัจเจกพุทธเจ้า ผลทานในครั้งนั้นทำให้
เขาได้ราชสมบัติในแคว้นกาสิกรัฐถึง
หญิงสาว ก็มีพระทัยรักใคร่จึงชักม้าเข้า
ไปหา มัลลิกาเห็นพระเจ้าปเสนทิ แทนที่ โยชน์ที่เดียว
300
ข้าพเจ้าได้บรรลุสัพพัญญุตญาณเถิด”
เมื่อพระปัจเจกพุทธเจ้าฉันแล้วได้
กระทำอนุโมทนา แล้วเหาะกลับไปสู่
เงื้อมเขานันทมูลอันเป็นที่พำนักของตน
ชายยากจนรู้สึกปีติใจมาก เขาเดิน
ตลอดเวลา
ไปทำงานอย่างมีความสุข
ตลอดอายุขัยของเขา เขาระลึกถึงบุญกุศล
ที่ได้กระทำในครั้งนี้เสมอมา แม้กระทั่ง
ในวินาทีสุดท้ายก่อนที่เขาจะสิ้นใจ เขาก็
นึกถึงบุญครั้งนี้
เมื่อชายยากจนตายไปแล้ว เขาได้
ไปบังเกิดในพระครรภ์ของพระอัครมเหสี
ของพระราชาแห่งกรุงพาราณสี ได้รับ
ขนานพระนามว่า พรหมทัตกุมาร
พระโอรสพรหมทัตกุมารนั้น ตั้ง
นางกลับเดินเข้าไปหา ด้วยอานุภาพของ เนื้อเรื่องดังนี้
จะหลบหลีกทางให้เสด็จผ่านเยี่ยงหญิง
สามัญชาวบ้านทั่วไป ก็มิได้ทำเช่นนั้น
จากนั้นพระพุทธองค์ทรงนำ "กุม-
มาสบิณฑบาตชาดก” มาตรัสเล่า ซึ่งมี
บุญที่ได้กระทำมาอย่างยิ่งในวันนั้น ทำ
ให้นางยึดสายบังเหียนม้าไว้ พระเจ้า
ปเสนทิทรงพอพระทัย และทรงสนทนา
แต่เริ่มย่างพระบาทก้าวเดินได้ก็ทรงระลึก
ชาติในอดีตของพระองค์ได้ว่า ทรงเคย
เป็นชายรับจ้างในพระนครนี้เอง
อง เคยถวาย
ขนม ๔ ชิ้นแด่พระปัจเจกพุทธเจ้า แล้ว
ได้มาเกิดเป็นพระราชโอรสเพราะผลของ
กับนางอย่างมีความสุข ทรงดำเนินร่วม
นอดีตกาล ครั้งพระเจ้าพรหมทัต
ครองราชสมบัติกรุงพาราณสี มีชาย
ยากจนคนหนึ่งมีอาชีพรับจ้าง วันหนึ่ง
ทาง ชี้ชวนให้ชมความงามของมวลหมู่ เขาซื้อขนมกุมมาส 4 ชิ้นจากตลาดแล้ว
ดอกไม้นานาพันธุ์ในสวนนั้น พระองค์ เดินไปที่ทำงาน คิดในใจว่าจะกินขนมนี้
ประทับสนทนากับนางใต้ร่มไม้ใหญ่ และ เป็นอาหารเช้า
บรรทมหลับบนตักของนางด้วยความสุข ระหว่างทางเดินไปทำงานนั่นเอง
ลืมความเหน็ดเหนื่อยและพ่ายแพ้จาก มีพระปัจเจกพุทธเจ้า ๔ องค์กำลังเดิน
มุ่งหน้าไปยังกรุงพาราณสี เพื่อแสวงหา
ครั้นตื่นบรรทมแล้วโปรดให้นางขึ้น บิณฑบาต ชายยากจนเห็นดังนั้นก็มีใจ
นั่งบนหลังม้าพระที่นั่ง นำเสด็จชมสวน เลื่อมใส จึงเดินตรงเข้าไปหาแล้วนิมนต์
ด้วยความรื่นรมย์พระทัย แล้วจึงส่งนาง
สงครามจนหมดสิ้น
กลับคืนเรือน
ในเวลาเย็นวันนั้น พระเจ้าปเสนทิ
พระปัจเจกพุทธเจ้า จากนั้นเขาได้
พูนทรายขึ้นเป็นที่นั่ง กอบใบไม้แห้งมา
พูนบนกองทราย อาราธนาพระปัจเจก
โกศลโปรดให้ส่งพระราชยานพร้อมด้วย พุทธเจ้าให้นั่ง แล้วตักน้ำด้วยใบไม้มา
แก้วแหวนเงินทอง ไปสู่ขอนางมัลลิกามา ถวาย เขาใส่ขนมกุมมาสลงในบาตร
เป็นพระอัครมเหสี
พระนางมัลลิกาเป็นที่สนิทเสน่หา
ทานนั้น...
หลังจากที่พระราชโอรสพรหมทัต
กุมารเจริญวัยและสำเร็จการศึกษาจาก
นครตักกศิลาแล้ว พระราชบิดาได้สถา
ปนาให้เป็นสมเด็จพระมหาอุปราช และ
ได้ครองราชสมบัติสืบต่อในกาลต่อมา
วันหนึ่งเป็นวันฉัตรมงคล
พระนครมีงานนักขัตฤกษ์ บริเวณสถานที่
ต่าง ๆ ได้รับการตกแต่งประดับประดา
อย่างสวยงามวิจิตรตระการตา เมื่อพระ
องค์ทรงทำการประทักษิณแล้ว จึงเสด็จ
ใน
บาตรละชิ้น นมัสการแล้วกล่าวว่า
"ข้าแต่พระผู้เป็นเจ้าผู้เจริญ ด้วย
เข้าสู่ปราสาท ประทับบนบัลลังก์อันยก
เศวตฉัตร ณ ท้องพระโรงใหญ่ หมู่อำมาตย์
ข้าราชบริพารยืนเฝ้าแหนอยู่ส่วนหนึ่ง
พราหมณ์คหบดียืนอยู่อีกส่วนหนึ่ง ประ
ชาชนชาวพระนครยืนอยู่อีกส่วนหนึ่ง
อย่างยิ่งของพระเจ้าปเสนทิโกศล การที่ ผลทานที่ข้าพเจ้าถวายขนมเหล่านี้ ขึ้น นางละครผู้สวยงามเตรียมการฟ้อนรำ
๗๘ กัลยาณมิตร
Kalyanamitra.org