ข้อความต้นฉบับในหน้า
ตนหนึ่ง ยักษ์มิจฉาทิฐิตนหนึ่ง แสวงหา
อาหารในคืนนั้น ได้เห็นเด็กนอนใต้เกวียน
ในยักษ์ทั้ง ๒ ตนนั้น ยักษ์ที่เป็นมิจฉาทิฐิ
พูดว่า ฉันจะกินเด็กคนนี้ ครั้งนั้น ยักษ์
อีกตนหนึ่งพูดว่า ท่านอย่าทำอย่างนี้
เด็กคนนั้นกล่าวว่า นโม พุทธาย ยักษ์
มิจฉาทิฐิพูดว่า ต้องกินให้ได้ แม้ยักษ์
อีกคนหนึ่งห้ามจนถึง ๓ ครั้ง ไปจับเท้า
เด็กลากมา ในขณะนั้น เด็กกล่าวว่า
นโม พุทธาย เพราะความเคยชิน ยักษ์
ได้ยินแล้ว เกิดความกลัวขนลุก ปล่อยมือ
แล้วก้าวกลับไปยืนอยู่ โอ! อานุภาพ
ของพระพุทธ น่าอัศจรรย์แปลกประหลาด
คนที่ไม่ได้มอบตนอย่างนี้ แม้กล่าวว่า
นโม พุทธาย ด้วยความชื้น ภัยความ
สะดุ้งตกใจหรืออุปัทวะอันตรายย่อมไม่มี
จะป่วยกล่าวไปไยถึงผู้มอบตนถึงพระ
พุทธเป็นสรณะตลอดชีวิต สมจริงตามคำ
ที่ท่านกล่าวไว้ว่า
เสียงบันลือของนกยูงทั้งหลาย ย่อม
นำความกลัวมาให้แก่งทั้งหลาย แม้ฉันใด
คำว่า พุทโธ ย่อมนำความกลัวมาให้แก่
อมนุษย์ทั้งหลายฉันนั้นฯ
ความชั่วร้ายย่อมถึงการละลายไป
ด้วยการร่ายมนต์ฉันใด ปีศาจทั้งหลาย
ย่อมพากันหนีไปด้วยออกวาจาว่า พุทโธ
วันนั้นฯ
ขี้ผึ้งเห็นไฟแต่ไกล ย่อมละลายฉันใด
คำว่า พุทธนั้นนั่นเทียวเป็นนาวาเป็นเกาะ
คำว่าพุทธนั้น ๆ นั่นเทียว เป็นเสื้อเกราะ
อันดีงามฯ
เป็น
คำว่าพุทธนั้นนั่นเทียว เป็นมงกุฎ
แก้วส่องแสงสว่างอยู่บนศีรษะ เป็นรอย
เริ่มงามน่ารื่นรมย์บนหน้าผาก
พิมเสน ใส่ตาทั้งสองข้างๆ
เป็นตุ้มหูในหูทั้งคู่ เป็นพวงมาลัย
ทองอันงามที่คอ เป็นสร้อยไข่มุกเส้นเอก
ประดับที่บ่าทั้งสอง
เป็นทองกรแห่งต้นแขน และเป็น
กำไลที่ปลายแขน เป็นแหวนที่นิ้วทั้งหลาย
และเป็นพระขรรค์ที่สมมุติว่าเป็นมงคลฯ
คำว่า พุทธนั้นนั่นเทียวเป็นร่มทอง
เป็นหมวก เป็นแหล่งปืนพร้อมทั้งลูกปืน
เป็นเครื่องประดับทั้งปวง คำว่าพุทธนั้น
นั่นเทียวละความชั่วได้
ยักษ์มิจฉาทิฐิถามว่ากระนั้น เราควรทำ
อะไรเพื่อนเอ๋ย ยักษ์สัมมาทิฐิ พูดว่า
ท่านต้องให้อาหารแก่กุมารผู้หิว ครั้น
แล้วยักษ์มิจฉาทิฐิพูดว่า ดีแล้ว และบอก
ว่า ท่านจงอยู่ที่นี่ก่อนจนกว่าข้าพเจ้า
จะมาแล้วนำอาหารมีรสอร่อย ที่เขาคด
ใส่ถาดทองของพระราชพิมพิสาร มาให้
เด็กโดยแปลงตัวเป็นบิดาของกุมาร แล้ว
เขียนคำว่าพุทธที่กุมารกล่าวกับความ
พยายามที่ตนทำแล้วทั้งหมดไว้ในถาด
อธิษฐานว่า เรื่องนี้จงปรากฏแก่พระราชา
เท่านั้นแล้วจากไป ครั้นราตรีสว่างแล้ว
ราชบุรุษไม่เห็นถาดในที่นั้นในเวลาพระ
ราชาจะเสวย จึงสืบหาไปตามนคร เห็น
เด็กที่เกวียนและถาด จึงพาเด็กกับถาดมา
แสดงแก่พระราชา พระราชาทอดพระ
เพราะฉะนั้นแล คนที่เป็นบัณฑิต
ฟังถึงพระนามที่มีคุณซึ่งอวดเขาได้อันเป็น ตำแหน่งเศรษฐีกับยศอันใหญ่ยิ่ง
พระนามของพระศาสดาผู้เป็นนัยน์ตาของ
โลกว่าเป็นที่พึ่งฯ
เนตรเห็นอักษรในถาด ทรงอ่านแล้วทรง
เลื่อมใสในคุณของเด็กนั้น ทรงประทาน
ด้วยการหลับละเมอออกพระนาม
ของพระชินอย่างนี้ สิ่งที่น่ากลัวย่อม
คำต้นว่า นโม คำหลังว่า พุทธาย ไม่มี เพราะเหตุใด เพราะเหตุนั้น
ในครั้งนั้นกุมารผู้เป็นลูกคนมิจฉาทิฐิกำลัง ท่านทั้งหลายจงระลึกถึงพระพุทธผู้จอม
ปราชญ์ เมื่อระลึกถึงพระคุณก็จะถึง
หลับพูดออกมาแล้วฯ
แม้ปีศาจที่ชอบซากศพมนุษย์ได้ สรณะ (ที่พึ่ง) ดังนี้แลฯ
ยืนแล้ว ย่อมไม่เบียดเบียน โอ! คุณแห่ง
พระพุทธมีสาระใหญ่หลวงฯ
ครั้งนั้น ยักษ์สัมมาทิฐิพูดกับยักษ์
เปรตทั้งหลายย่อมหนีไปแต่ไกล เพราะ มิจฉาทิฐิว่า แน่ะพ่อเฮ้ย ท่านทำกรรม
เห็นถึงสรณะฉันนั้นฯ
อันไม่ควรเสียแล้ว ท่านให้การทำร้ายใน
อักษรสองตัวนี้ว่า พุทธ ประเสริฐ พุทธคุณ ท่านจึงทำกรรมชั่วร้าย เมื่อ
อัศจรรย์ขึ้นไปสู่กำแพงมั่นคง เป็นไปเพื่อ
ความพินาศแห่งสรรพอุปัทวะอันตรายฯ
คำว่าพุทธนั้นนั่นเทียว เป็นรัตน
ปราสาทเจ็ดชั้น เป็นวชิรคูหา (ถ้ำแก้ว)
Kalyanamitra.org
* ล ย า ณ มิตร ๖๓