ข้อความต้นฉบับในหน้า
บุรุษผู้ทรงศีลทาน ครั้งหนึ่งเคยถูกกล่าวหาว่า
เป็นพระที่ก่อความวุ่นวาย
เคยถูกนิมนต์ไปสอบสวนในข้อหาบุกรุก
และน้าชาวบ้านปิดป่าสงวนแห่งชาติ
มีปริมาณมากและไหลบ่าลงมาอย่างรุน ขายหลายเท่านัก สาเหตุของการจุดไฟ
แรงและรวดเร็ว พัดพาเอาตะกอนดิน
จำนวนมากไหลลงสู่แม่น้ำ ทำให้เกิดการ
ตื้นเขิน ทั้งนี้เนื่องจากขาดรากไม้ที่คอย
เกาะหน้าดินและช่วยซึมซับน้ำ นอกจาก
เผาป่าก็คือ ไปหากินในป่าหน้าแล้งเดิน
ยาก เลยใช้ไม้ขีดก้านเดียวจุดไฟเผาป่า...
ไปยิงไก่ป่า ใบไม้ใบหญ้าปกคลุมผืนแผ่นดิน
ทำให้เวลาเดินเกิดเสียงดังกรอบแกรบ ไก่
นี้ ในฤดูแล้งก็ไม่มีน้ำไหลลงจากภูเขาที่ ป่ามันจะบินหนี เลยจุดไฟเผาป่าซะ....
ปราศจากป่าไม้อีกด้วย
วิธีการส่วนหนึ่งของพระอาจารย์
พงษ์ศักดิ์ก็คือ การนำหลักธรรมะและ
ศีลธรรมเข้ามาผสมผสานกับการดำรง
ชีวิตและการอนุรักษ์ป่าไม้
เพื่อให้เกิด
การสมดุลทางธรรมชาติ การไม่รู้จัก
คุณค่าของป่าไม้ ต้นไม้ใบหญ้า คือการ
ขาดศีลธรรม เพราะศีลธรรมตามความ
หมายที่แท้จริงนั้น คือการรักษาความ
สมดุลของจิตใจตนเองของสังคม และสิ่ง
แวดล้อม อาจารย์มักกล่าวเสมอว่า
"ป่าไม้เป็นบ้านหลังที่หนึ่ง ส่วน
บ้านที่อยู่อาศัยเป็นบ้านหลังที่สอง ฉะนั้น
อาศัยอยู่บนพื้นราบ
"ขอให้ทุกคนคิดดูว่ามันคุ้มแค่ไหน
เพื่อไก่ป่าตัวหนึ่ง เพียงเพื่อจะได้เดินสะดวก
การตัดไม้ทำลายป่าและเผาป่าเท่ากับเป็น
อยากจะกินยอดผักหวาน ต้องการให้ผัก
การทำลายและเผาบ้านของตนเองเพราะ
ผู้ต้องหาที่สำคัญในเรื่องนี้ก็คือ
หวานแตกยอดจุดไฟเผาป่าเลย
ป่าไม้เป็นตัวสร้าง เป็นตัวรักษาความ
มนุษย์
โดยมีฝ่ายหนึ่งคือ ชาวบ้านซึ่ง
การทำลายทรัพยากรของหมู่บ้านเพียง แหล่งน้ำ เหตุนี้เองป่าไม้จึงเป็นขุมทรัพย์
สมดุลของดินฟ้าอากาศ เป็นที่เกิดของ
ของผืนแผ่นดินและสิ่งมีชีวิต
- เมื่อชาวบ้านได้เล็งเห็นถึงเภทภัย
ส่งเสริมให้ทำไร่ปลูกพืชผักผลไม้แทน ได้แตกยอด เราทำอย่างนี้กันมาหลาย
ที่ตัวเองเป็นผู้ก่อขึ้นและผลกรรมที่ได้รับ
อาจารย์พงษ์ศักดิ์ก็ได้ย้ำให้ชาวบ้านลุกขึ้น
เหตุแห่งปัญหา ๑
มาปกป้องทรัพย์สมบัติชิ้นสุดท้ายของตัวเอง
ตำบลแม่สอยมีเนื้อที่กว้างใหญ่
ก่อนที่ไม่มีอะไรเหลือ โดยย้ำให้ชาวบ้าน
ต้องพึ่งตัวเองในการรักษาป่าไม้
อีกฝ่ายคือ ชาวเขาที่ทางการ
การปลูกฝิ่น
เพียงเพื่อให้ไฟป่าลวกยอดผักหวานมันจะ
สิบปีแล้ว เราคิดกันแค่นี้ แต่ถ้าหากเรา
ไม่สามารถรักษาป่าไว้ได้ ชีวิตชาวบ้าน
สี่พันกว่าคนจะเดือดร้อนอย่างไม่เคยมีมา
ก่อน ตอนนี้น้ำห้วยแม่ป๊อก ห้วยแม่ทิมก็
เพราะ
เป็นหมื่น ๆ ไร่ แต่ไม่สามารถทำประโยชน์ เหือดแห้งไปแล้ว คงเหลือลำแม่สอยเพียง เนื้อที่ป่านับแสนไร่นั้น เพียงหวังจะพึ่ง
ในการเพาะปลูกได้ตามพื้นที่ที่มีอยู่ ผืน
สายเดียว
ถ้าสายเลือดสายสุดท้ายนี้
แผ่นดินนี้บรรพบุรุษของเราได้ตั้งบ้าน ถูกทำลายลง เราจะอยู่กันอย่างไร เรากิน
เรือนอยู่อาศัยทำมาหากินเป็นเวลาหลาย
ร้อยปี แต่ในรอบสามปี นับแต่ปี ๒๕๒๖
เป็นต้นมา เราประสบความเดือดร้อนมาก
และไม่ได้
แม้ว่าที่ทำกินเรากว้างขวาง
หมายความว่าเราไม่มีน้ำ น้ำของเรามี
ทั้งสามลำห้วย ซึ่งก่อนหน้านี้เคยเต็มห้วย
ทั้งหมด มาบัดนี้น้ำทั้งสามลำห้วย
เหือดแห้งลงตามลำดับ เพราะชาวบ้าน
เราตัดไม้เผาถ่าน เลื่อยไปขาย ตัดอย่าง
ทิ้ง ๆ ขว้าง ๆ ใช้หนึ่งส่วน ทั้งสองส่วน
แต่ที่ร้ายแรงที่สุดคือ การที่
ชาวบ้านเผาป่า ไฟป่าร้ายแรงกว่าตัดไม้
ดินได้ไหม กินกรวดกินทรายได้ไหม เรา
ต้องกินข้าว เราจะเอาน้ำที่ไหนมา
ชีวิต
ลำห้วยและป่าไม้ถูกทำลายไป
ชาวบ้านดีขึ้นไหม รวยขึ้นบ้างไหม มี
ความสุขขึ้นบ้างไหม
พระอาจารย์พงษ์ศักดิ์ผู้ตระหนัก
ถึงเหตุแห่งปัญหาการตัดไม้ว่า ส่วนหนึ่ง
มาจากชาวบ้านที่ราบ จึงได้เริ่มดำเนิน
การอบรมชาวบ้านให้เห็นถึงผลร้ายจาก
การตัดไม้โดยไม่รู้ถึงคุณค่า ก่อนหน้านี้
พวกเขารู้จักการตัดไม้เผาถ่านเพื่อเลี้ยง
ครอบครัว โดยไม่ทราบว่าผลกระทบที่
ตามมาคืออะไร
Kalyanamitra.org
เจ้าหน้าที่กรมป่าไม้ คงไม่สามารถดูแล
ได้ทั่วถึงอย่างแน่นอน
- "ปีหนึ่งเจ้าหน้าที่ป่าไม้เขตเข้ามา
ไม่เกินสามครั้ง ๆ ละสองสามชั่วโมง เวลา
เข้ามาก็เอากฎหมายเข้ามาด้วย พวกเรา
เงียบกริบไม่มีใครกล้าตัดไม้ ไม่มีใคร
เผาป่า พอเจ้าหน้าที่ป่าไม้ออกจากป่า ก็
เอากฎหมายออกไปด้วย พวกเราก็ตัดไม้
เผาป่ากันตามเดิม
การสร้างจิตสำนึกให้ชาวบ้าน
พึ่งพาตนเองในการรักษาป่าเริ่มประสพ
ความสำเร็จขึ้นมาเรื่อย ๆ ชาวบ้านตำบล
แม่สอยได้จัดแบ่งกลุ่มเป็นเวรยามป้องกัน
ไฟป่าในฤดูแล้ง และถางแนวป่าเพื่อป้องกัน
กัลยาณมิตร ๕๕