ข้อความต้นฉบับในหน้า
สร้างความสุข ชาวโลกเข้าใจผิดคิดว่าความสุข มาอีก ต้องเกาอีกเรื่อยไปจนกว่าจะตายไปด้วยกัน
เป็นสิ่งที่สร้างขึ้นได้ จึงหาทางสร้างความสุขกัน แต่การดับทุกข์แบบพระเป็นแบบดับต้นตอของ
เป็นการใหญ่ แต่ยิ่งสร้างสุขก็ยิ่งทุกข์มากขึ้น ความทุกข์คือ ความอยากเป็นการรักษาขี้กลากให้
เพราะความทุกข์ยังอยู่ เปรียบเหมือนเอาแป้งสีขาว
หายอย่างเด็ดขาดจะได้ไม่ต้องเกาอีกต่อไป อาตมา
มาโรยกลบศพที่กำลังเน่าเฟะ ไม่มีทางที่จะทำให้ ชอบวิธีดับทุกข์แบบพระจึงได้เลือกเอาชีวิตพระ
ซากศพสะอาดขึ้นมาได้เลย
ส่วนที่ว่าจะเป็นการมองชีวิตในแง่ร้ายหรือ
แง่ดีนั้น แล้วแต่คนจะมองเพราะดีหรือร้ายไม่ได้อยู่
ที่ตัวของสิ่งนั้น ๆ แต่อยู่ในทัศนคติของคนมอง
การที่พระพุทธศาสนาสอนให้มองดูทุกข์ ไม่ใช่
ให้มองแง่ร้าย ไม่ใช่ให้มองแง่ดี แต่มองตาม
ความเป็นจริงที่มีอยู่ ให้มองในแง่ปฏิบัติ เพื่อให้
รู้จักทุกข์จะได้เห็นทางดับทุกข์”
ปุณณมาซึ่งนั่งนิ่งมานานพูดขึ้นบ้างว่า
ทําจิตให้สงบมั่นคงเป็นกัมมัฏฐานควรแก่
การงาน ชาระจิตให้บริสุทธิ์จากนิวรณ์และกิเลส
เป็นทางเดิน
"ในการดับทุกข์แบบพระ ท่านต้องปฏิบัติ
อย่างไรบ้างคะ ?”
"ต้องปฏิบัติตามหลักศีล สมาธิ ปัญญา
ต้องรักษาศีล ๒๒๗ อย่างเคร่งครัด เพราะศีล ๒๒๗
เป็นคุณเครื่องทำให้คนเป็นพระ ถ้ารักษาศีล ๒๒๗
ไม่ได้ครบบริบูรณ์ก็เป็นพระบริบูรณ์ไม่ได้ ฉะนั้น
หลักปฏิบัติสำหรับพระต้องเริ่มต้นด้วยศีลก่อน ต่อ
จากนั้นปฏิบัติสมาธิ ทำจิตให้สงบมั่นคงเป็น
กัมมัฏฐานควรแก่การงาน ชำระจิตให้บริสุทธิ์
จากนิวรณ์และกิเลสขนาดกลางต่าง ๆ ต่อจากนั้น
ปัญญาอันบริสุทธิ์ จะเกิดขึ้นขับไล่อวิชชา ตัณหา
อุปาทาน อันเป็นต้นตอของทุกข์ให้หมดสิ้นไป
"คฤหัสถ์จะต้องดำเนินตามหลักอริยมรรคมี
องค์ ๘ คือเริ่มต้นด้วยปัญญาก่อนแล้วจึงไปศีล และ
สมาธิตามล่าดับ
แต่ปัญญาในอริยมรรคเป็น
เพียงความเห็น หรือทัศนคติอันถูกต้องที่เกิดจาก
การฟังและการคิดใคร่ครวญเท่านั้น ไม่ใช่ปัญญา
"ถ้าจุดมุ่งหมายของชีวิตคือการดับทุกข์ และ ระดับญาณซึ่งเป็นปัญญาชั้นสูง ปัญญาระดับญาณ
หน้าที่การงานทุกอย่างเป็นทางดับทุกข์เหมือนกัน จะเกิดหลังจากทำสมาธิได้บริบูรณ์ถึงขนาดแล้ว
ถ้าอย่างนั้นทำไมจะต้องบวชเป็นพระด้วยล่ะคะ?" ฉะนั้นก่อนอื่นคฤหัสถ์ชาวพุทธจะต้องฟังมาก ๆ
"การงานทุกอย่างมีจุดประสงค์เพื่อดับทุกข์ อ่านมาก ๆ คิดใคร่ครวญมาก ๆ จนเกิดสัมมาทิฐิ
ก็จริงแต่การดับทุกข์แบบฆราวาสเป็นการดับทุกข์ หรือทัศนคติอันถูกต้องต่อชีวิต”
เฉพาะคราวกับชั่วครั้งชั่วคราวพอผ่อนหนักให้เป็น
เบา เช่น หิวขึ้นมาก็กิน อยากได้ อยากมี อยาก
เป็นอะไร ก็พยายามหาสิ่งนั้นมาสนองความอยาก
ถ้าสนองความอยากไม่ได้ ทุกข์ก็มากขึ้น ถ้า
สนองความอยากได้ก็เป็นสุขอยู่ชั่วครู่ ประเดี๋ยว
ความอยากก็เกิดขึ้นอีก ต้องคอยตามสนอง
ความอยากอีก การดำเนินไปเช่นนี้ตั้งแต่เกิดจน
ตายในที่สุด ก็ไม่สามารถจะสนองความอยากได้
ต้องตายด้วยความอดอยาก
การดับทุกข์แบบ
ฆราวาสเป็นการเกาขี้กลากในเมื่อเกิดอาการคัน
ขึ้นมา ความคันอาจจะหายไป แต่ในไม่ช้าก็ค้นขึ้น
อ่านต่อฉบับหน้า
กัลยาณมิตร ๑๑๗
Kalyanamitra.org