การอนุรักษ์ป่าและการพัฒนาชุมชน วารสารกัลยาณมิตร ปี 2533 ฉบับที่ 3 หน้า 59
หน้าที่ 59 / 124

สรุปเนื้อหา

หลวงพ่อเป็นผู้ริเริ่มให้มีการ สร้างอ่างเก็บน้ำฝนจาก ลำห้วยทั้งสามสายที่ไหล ผ่านตำบลแม่สอย เพื่อเก็บไว้ใช้ในการชลประทาน นับแต่นั้นมาผลร้ายที่รุนแรงพอ ๆ กับการ นอรเว ที่เข้าไปพัฒนาเพื่อหยุดการปลูก สนับสนุนให้คนติดยาเสพติดก็ได้เกิดขึ้น ฟังว่า อาจารย์พงษ์ศักดิ์ได้เล่าให้ผม "ในช่วงที่ปลูกฝิ่น เขาปลูกกัน ครอบครัวละสองไร่ ก็พอขายได้ราคา การทำลายป่าขยายตัวไปทีละน้อย แต่ พอชาวเขาหันมาปลูกพืชไร่ ปลูกกะหล่ำ ต้องปลูกห้าถึงสิบไร่ จึงจะพอกินพอขาย เมื่อเกิดการทำลายป่าไม้ขึ้นมา ตื่นได้แล้ว การตัดไม้ทำลายป่าก็หยุดไปเอง อย่างรุนแรง ในวิธีการของอาจารย์ "เมื่อเป็นอย่างนี้เราก็ปรึกษากับ พงษ์ศักดิ์นั้นจะต้องแก้เหตุแห่งปัญหาให้ได้ ชาวบ้าน ...พวกชาวเขาไม่เคยหยุดการ แต่ในการประชุมครั้งนั้น กลับมีผลสรุป ตัดไม้ ชาวบ้า

หัวข้อประเด็น

- การอนุรักษ์ป่าและการพัฒนาชุมชน

ข้อความต้นฉบับในหน้า

หลวงพ่อเป็นผู้ริเริ่มให้มีการ สร้างอ่างเก็บน้ำฝนจาก ลำห้วยทั้งสามสายที่ไหล ผ่านตำบลแม่สอย เพื่อเก็บไว้ใช้ในการชลประทาน นับแต่นั้นมาผลร้ายที่รุนแรงพอ ๆ กับการ นอรเว ที่เข้าไปพัฒนาเพื่อหยุดการปลูก สนับสนุนให้คนติดยาเสพติดก็ได้เกิดขึ้น ฟังว่า อาจารย์พงษ์ศักดิ์ได้เล่าให้ผม "ในช่วงที่ปลูกฝิ่น เขาปลูกกัน ครอบครัวละสองไร่ ก็พอขายได้ราคา การทำลายป่าขยายตัวไปทีละน้อย แต่ พอชาวเขาหันมาปลูกพืชไร่ ปลูกกะหล่ำ ต้องปลูกห้าถึงสิบไร่ จึงจะพอกินพอขาย เมื่อเกิดการทำลายป่าไม้ขึ้นมา ตื่นได้แล้ว การตัดไม้ทำลายป่าก็หยุดไปเอง อย่างรุนแรง ในวิธีการของอาจารย์ "เมื่อเป็นอย่างนี้เราก็ปรึกษากับ พงษ์ศักดิ์นั้นจะต้องแก้เหตุแห่งปัญหาให้ได้ ชาวบ้าน ...พวกชาวเขาไม่เคยหยุดการ แต่ในการประชุมครั้งนั้น กลับมีผลสรุป ตัดไม้ ชาวบ้านจึงตกลงกันว่าต้องใช้ เห็นควรให้ชาวเขาทำกินในที่เดิม โดยจะ ลวดหนามจึงเขตพื้นที่ป่าต้นน้ำลำธารของ ควบคุมไม่ให้ทำลายป่าต่อไป แนวยาวตามสันดอยเพื่อกันชาวเขาบุกรุก เหตุแห่งปัญหาคือคนกลุ่มหนึ่งสร้างบ้าน ตำบลแม่สอยประมาณแปดกิโลเมตร เป็น "มันเป็นการประนีประนอมปัญหา ตอนแรกเราเปิดทางเข้าออก ทางราชการ เรือนอยู่ผิดที่จึงสร้างปัญหา คือการตัดไม้ ทำลายป่าที่เป็นต้นน้ำของชาติ... นี่คือ การทำลายป่าเลยขยายตัวไปรวดเร็วมาก รู้ก็หัวเราะเยาะว่า จะเกิดประโยชน์อะไร และยาฆ่าแมลงที่นำมาใช้ ก็ทำให้ลำธาร ข้างล่างมีพิษแทบจะกินไม่ได้ การทำลายป่าของชาวเขาทวี ความรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ บางครั้งเผากัน ๓ วัน ๓ คืนไฟยังไม่ดับ ความแห้งแล้ง แผ่กระจายอย่างกว้างขวาง จนลำห้วย แม่สอยเกือบจะแห้งขอด โดยไม่ต้องเอ่ยถึง ลำน้ำอีกสองห้วยที่แห้งไปเรียบร้อยแล้ว "ในปี ๒๕๓๐ อาตมาเขียนคำร้อง ไปว่า ป่าต้นน้ำถูกทำลาย ชาวเขา ตัดถนน ตัดทางรถยนต์ผ่านต้นน้ำ ขอให้ ชาวบ้านเลยตกลงว่าต้องปิดทางเข้าออก ต้นปัญหา เมื่อทางราชการประกาศออก แล้วแจ้งให้ทางการทราบไม่อย่างนั้นป่า ต้นน้ำลำธารก็หมด ถึงตอนนี้ชาวเขา โกรธมาก เมื่อมีการประชุมที่เชียงใหม่ ทาง กองทัพภาค ๓ สวนรื่น กอ.รมน. ข้าราช การทุกหน่วยงานได้ส่งตัวแทนเข้าร่วม ประชุม อาจารย์ได้ถามหัวหน้าโครงการ ไทย-นอรเวว่า ใครเป็นผู้กำหนดพื้นที่ ทำกินให้ชาวเขา ผู้ว่าฯ ได้ตอบแทนว่า ไม่มีใครกำหนดให้ เขากำหนดของเขา ทางอำเภอได้หยุดยั้งการตัดไม้ทำลายป่า เอาเอง และผู้ว่าฯ ยังยืนยันว่า โครงการ มองชาวเขา มาว่า ทางการไม่สามารถย้ายชาวเขา ออกจากที่ทำกินเดิมได้ แต่จะรักษาไม่ให้ ตัดไม้นั่นหมายความว่าทางการไม่แก้ ต้นปัญหา เมื่อประชุมชาวบ้าน ชาวบ้าน เลยจะแก้ปัญหาเอง ชาวบ้านขอให้ชาวเขา ย้ายไปอยู่ข้างล่างด้วยกัน เพราะปัญหา ที่เกิดขึ้น ถ้าไม่แก้แล้วมันต้องรุนแรง ยิ่งขึ้น "เรื่องนี้แหละที่อาตมาถูกวิจารณ์ ว่า พระทำไมถึงใช้ความรุนแรงกับชาวบ้าน แบบนี้ ถ้าดูเผิน ๆ แล้วมันก็เป็นความจริง แต่อีกยี่สิบวันต่อมาทาง พัฒนาที่สูงไทย-นอรเวมีวัตถุประสงค์ แต่ถ้าดูให้ลึกซึ้งในพุทธศาสนาสอนว่า อำเภอตอบกลับมาว่า หมู่บ้านป่ากล้วย เพียงเพื่อจะหยุดการปลูกฝิ่น แต่ไม่มีวัตถุ นั้นเป็นหมู่บ้านโครงการพัฒนาที่สูงไทย- ประสงค์จะรักษาต้นน้ำลำธาร น Kalyanamitra.org ปัญหานั้นมีเหตุและจะต้องแก้ไข จะแก้ อย่างไร มันขึ้นอยู่กับเหตุของปัญหาและ กัลยาณมิตร ๕๗
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More