ข้อความต้นฉบับในหน้า
พระองค์ทรงรู้สึกแน่นในพระอุระแน่นขึ้น ๆ
มีพระประสงค์จะเสด็จลุกจากเตียงบรรทม
แต่ไม่อาจลุกขึ้นได้ อัครมหาเสนาบดีและ
เจ้าชายอโศกเข้าประคองพระองค์ แต่
พระราชายิ่งแสดงพระอาการพิโรธมาก
ขึ้น พระองค์ใช้พระกำลังซึ่งมีอยู่น้อยนั้น
ผลักอัครมหาเสนาบดีและเจ้าชายอโศก
ออกไป แล้วพระองค์ก็ผงะลงสู่เตียง
บรรทมใหม่ คราวนี้ทรงหลับพระเนตรนิ่ง
อาการหอบมีมากขึ้นชั่วครู่หนึ่งแล้วสงบ
แน่นิ่งไป
เราต้องเป็นจอมจักรพรรดิ
อนิจจา! ชีวิตของราชาธิราช แห่งชมพูทวีป อำนาจเป็นใหญ่
ผู้ทรงศักดิ์ ครองราชย์เสวยสมบัติใน
ปฐพีมณฑล แต่สมบัติเหล่านั้นหาใช่
ของพระองค์ไม่ มันเป็นสมบัติของโลกที่
เขาสมมติว่าเป็นของพระองค์ เมื่อจะสิ้น
พระชนม์จะบรรทมให้สนิทก็ไม่ได้คอย
กังวลห่วงใยว่ารัชสมบัติจะเป็นของใคร
ต่อไป ชื่อแห่งรัชสมบัติมาแขวนติดอยู่
กับพระนามของพระองค์ บางทีเมื่อเขา
ต้องการรัชสมบัติก็จำต้องทำลายพระองค์
ไปด้วย ไม่ทางตรงก็ทางอ้อม เหมือน
ในโลกผู้ไร้เสียแล้ว
ชิ่งอานาจก็เหมือนสัตว์
ซึ่งไร้เขี้ยวเล็บ
99
อาการเศร้าสลดในการจากไปอย่างไม่
กลับแห่งกษัตริยาธิราชพระองค์นั้น แต่
จะเศร้าสักเท่าไรก็ไม่อาจเรียกชีวิตซึ่ง
จากไปแล้วให้คืนหลังได้
"อโศกกุมารเป็นกษัตริย์ครอง
ปาฏลีบุตร ข่าวนั้นแพร่สะพัดไปอย่าง
รวดเร็ว ออกจากปาฏลีบุตรสู่แว่นแคว้น
น้อยใหญ่ใกล้เคียง จนถึงกระทั่งถึงตักกศิลา
นคร เจ้าชายสุสิมะทรงทราบข่าวนี้ด้วย
ความระทึกพระทัยเป็นที่ยิ่ง รัชสมบัติ
แห่งแคว้นมคธเป็นสิ่งที่พระองค์ทรงหวัง
แต่ความหวังอันนั้นได้หลุดลอยไปเสียแล้ว
รัชสมบัติซึ่งอยู่ในอุ้งหัตถ์ของพระเจ้าอโศก
นั้น สุสิมะกุมารทราบดีว่าเป็นการยากที่
จะแย่งคืนมา ประหนึ่งเนื้อก้อนงามอยู่ใน
ปากของสีหะหนุ่มแน่นและทรงพลังสมบูรณ์
แต่ความอยาก ความปรารถนา
เป็นสิ่งที่ละได้ยากในโลก เฉพาะอย่างยิ่ง
ความปรารถนาในรัชสมบัติ ซึ่งมีอำนาจ
รังผึ้งซึ่งติดอยู่ที่กิ่งไม้นอกจากไม่เป็น
ประโยชน์อะไรแก่ไม้แล้ว เมื่อมีบุคคล
ต้องการรังผึ้งเขาก็ตัดกิ่งไม้นั้นไปด้วย
ความสุขในรัชสมบัติก็มีน้อยเกินไป เมื่อ
เทียบกับภาระที่ต้องแบกต้องคอยรับบาป
แทนคนอื่น แม้กระนั้นรัชสมบัติก็ยังมี
อิทธิพลครอบคลุมอาบย้อมจิตใจของบุคคล
ให้ลุ่มหลงไขว่คว้าและแย่งชิงกันอยู่เสมอ ๆ
บัดนี้ พระเจ้าพินทุสารสิ้น
พระชนม์แล้ว เมื่อมาสู่โลกพระองค์มา
อย่างไร เมื่อไปจากโลกนี้พระองค์ก็เสด็จ
กลับอย่างนั้น คือมิได้เอาอะไรติดองค์ไปเลย
รัชสมบัติซึ่งถ่ายทอดรับช่วงกันมา ก็ต้อง
ถ่ายทอดกันต่อไปและต่อไป ไม่ทราบจะ
สิ้นสุดลง ณ ตรงใด
พระมเหสีและพระสนมนางใน
รวมทั้งไพร่ฟ้าข้าราชบริพารต่างแสดง
๙๘ กัลยา ณ มิตร
พระเข้า
อีโคก
มหาราช
Tel Bunyar
และเกียรติอยู่เบื้องหลังด้วยแล้ว ย่อมกระตุ้น
เร่งเร้าจิตใจของผู้มีสิทธิให้อยากเป็นมาก
ขึ้น เจ้าชายสุสิมะมีสิทธิในรัชสมบัติแห่ง
ปาฏลีบุตรนครเป็นที่แน่พระทัยว่า พระ
องค์ถูกแย่งสิทธิอันนั้นไป จึงพิโรธยิ่งนัก
ทรงปรึกษากับวีรเสนแม่ทัพคนสำคัญของ
พระองค์
"ท่านทราบแล้วใช่ไหมว่าเวลานี้
สมเด็จพระราชบิดาสิ้นพระชนม์ และเจ้า
ชายอโศกขึ้นครองราชย์?” เจ้าชายสุสิมะ
ตรัสพระสุรเสียงเครียด
"ทราบแล้ว พ่ะย่ะค่ะ" วีรเสนทูล
"รัชสมบัติแห่งนครปาฏลีบุตร
ควรจะเป็นของใคร?” พระองค์ตรัสถาม
"ว่าโดยขัตติยราชประเพณีแห่ง
การสืบสันตติวงศ์รัชสมบัติควรจะตกแก่
พระองค์” วีรเสนทูล
"บัดนี้เป็นของเจ้าชายอโศกไปแล้ว