วิธีการปฏิบัติธรรม วารสารกัลยาณมิตร ปี 2533 ฉบับที่ 3 หน้า 68
หน้าที่ 68 / 124

สรุปเนื้อหา

การปฏิบัติแบบต่า อย่างใหญ่ก็ขนาดพระอาทิตย์ตอน เป็นภาพพุทธรูปบ้าง ภาพแสงสว่าง เที่ยงวันหรือยิ่งกว่านั้น เกิดขึ้นที่ ศูนย์กลางกายอย่างใดอย่างหนึ่ง ปฐมมรรค แปลว่าหนทาง เบื้องต้นที่จะเข้าถึงธรรมกาย จะ ปฏิบัติแบบไหน วิธีการใดก็ตาม ถ้าดวงปฐมมรรคเกิดขึ้น ที่ศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ เท่านั้น จึงจะพบธรรมกายได้ ธรรมกาย นั้นท่านอยู่ตรงกลางภายในนั้น ถ้า ใจไม่เข้าสู่กลางตัวเป็นไม่พบธรรม ทีเถอะ กายแน่นอน - การปฏิบัติในโลกนี้ทั้ง ๔๐ วิธี ขณะนี้มีอยู่ทั้งหมด ๓ แบบคือ - แบบที่ ๑ ส่งจิตออกข้างนอก แบบที่ ๒ ส่งจิตเข้าสู่ภายใน แบบที่ ๓ นำจิตเข้าสู่กลางตัว ด ที่ส่งจิตออก ไปเรื่อย ๆ แบบที่ ภายนอกนั้น มักจะพบภาพนิมิตที่ เลื่อนลอยที่ไม่ใช่ของจริงเช่น บางครั้ง ๖๖ กัลยาณมิตร บ้าง ภาพดวงแก้วบ้าง ภาพของ เทพบุตรเทพธิดาบ้าง ภ

หัวข้อประเด็น

- วิธีการปฏิบัติธรรม

ข้อความต้นฉบับในหน้า

การปฏิบัติแบบต่า อย่างใหญ่ก็ขนาดพระอาทิตย์ตอน เป็นภาพพุทธรูปบ้าง ภาพแสงสว่าง เที่ยงวันหรือยิ่งกว่านั้น เกิดขึ้นที่ ศูนย์กลางกายอย่างใดอย่างหนึ่ง ปฐมมรรค แปลว่าหนทาง เบื้องต้นที่จะเข้าถึงธรรมกาย จะ ปฏิบัติแบบไหน วิธีการใดก็ตาม ถ้าดวงปฐมมรรคเกิดขึ้น ที่ศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ เท่านั้น จึงจะพบธรรมกายได้ ธรรมกาย นั้นท่านอยู่ตรงกลางภายในนั้น ถ้า ใจไม่เข้าสู่กลางตัวเป็นไม่พบธรรม ทีเถอะ กายแน่นอน - การปฏิบัติในโลกนี้ทั้ง ๔๐ วิธี ขณะนี้มีอยู่ทั้งหมด ๓ แบบคือ - แบบที่ ๑ ส่งจิตออกข้างนอก แบบที่ ๒ ส่งจิตเข้าสู่ภายใน แบบที่ ๓ นำจิตเข้าสู่กลางตัว ด ๓ ที่ส่งจิตออก ไปเรื่อย ๆ แบบที่ ๑ ภายนอกนั้น มักจะพบภาพนิมิตที่ เลื่อนลอยที่ไม่ใช่ของจริงเช่น บางครั้ง ๖๖ กัลยาณมิตร บ้าง ภาพดวงแก้วบ้าง ภาพของ เทพบุตรเทพธิดาบ้าง ภาพเหล่านี้ ทำให้ใจมีปีติ เลยเข้าใจผิดว่าเป็น ของจริง และบางครั้งก็พบภาพที่ไม่ น่าดู นำมาซึ่งความวิตกกังวล ความ สะดุ้งหวาดเสียว นี่เป็นประเภทที่ ซึ่งมีปฏิบัติกันอยู่ทั่วไปในโลกนี้ มีพลัง มีความสุขสดชื่น มีสติ มี ปัญญา มากกว่าพวกที่ส่งจิตสู่ วิธีนี้จะไม่พบนิมิตที่ ภายนอก เลื่อนลอย แต่เมื่อพบนิมิตจริง ๆ แล้ว ก็ไม่รู้จัก จะเหมาเอาว่า เป็นนิมิต เลื่อนลอยไปเสียหมด พวกนี้เมื่อจิต ถอนขึ้นมาแล้วก็จะทำการพิจารณา หัวข้อธรรม บทใดบทหนึ่ง แล้วยก ใจขึ้นสู่ไตรลักษณ์ พิจารณาว่า ทุกสิ่งทุกอย่าง เกิดขึ้นตั้งอยู่ แล้วก็ เสื่อมสลายไป เป็นอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา สิ่งทั้งหลายทั้งปวง ไม่ควร ยึดมั่นถือมั่น ปล่อยวางหมด พอ ปล่อยวางแล้วก็ได้ความสว่าง เป็น สุขอยู่ในความสว่าง จิตสะอาด บริสุทธิ์หมดจด จนกระทั่งมีความ รู้สึกว่าไม่ติดอะไรเลยในโลกนี้ ไม่ ติดอะไรเลยในโลกทิพย์ ไม่ติด อะไรเลยในภพทั้งสาม แล้วก็เข้าใจ ว่าชาตินี้เป็นชาติที่สุดแล้ว นี่คือแบบที่ ๒ ที่ประพฤติปฏิบัติกันอยู่ในโลกนี้ แบบแรกกับแบบที่สองนี้จะ ไม่พบธรรมกายเลย ดังนั้นเมื่อได้ แบบที่ ๒ คือนำจิตเข้าสู่ ภายใน ตั้งอยู่ภายในตัว แบบนี้ ครูบาอาจารย์ท่านมีประสบการณ์ ยินความรู้เกี่ยวกับเรื่องธรรมกายก็ ภายนอกทราบว่า ภาพนิมิตที่อยู่ ภายนอกนั้นไม่ใช่ของจริง จึงห้าม ส่งจิตออกไปสู่ภายนอก เพราะว่า จะพบนิมิตที่เลื่อนลอยดังกล่าวแล้ว จึงสอนให้ส่งใจเข้าไปภายในตัวแบบนี้ ปฏิบัติไปใจก็จะปล่อยวางเข้าไปสู่ ภายใน พบความสว่างภายใน พบ ดวงสว่างภายใน นิมิตอะไรเกิดขึ้นก็ ปล่อยวางหมดไม่สนใจ ความสว่างภายใน ซึ่งเป็นเหตุให้จิต เอาแต่ สงสัยคลางแคลง ลังเล แล้วก็ไม่เชื่อ เหมาเอาว่าธรรมกายนั้นไม่มีหรือมี ไม่จริง เป็นนิมิตเลื่อนลอยที่สมมุติ ขึ้นมา และเข้าใจว่าผู้ปฏิบัติที่ได้นั้น ติดในนิมิตเลื่อนลอย เช่นเดียวกับ นิมิตภายนอกตัว ที่เป็นอย่างนี้ก็ เพราะไม่รู้จักธรรมกายนั่นเอง แบบที่ ๓ นั้นส่งจิตเข้าไปสู่ ภายในตัว ตั้งมั่นอย่างดีแล้วตรง ฐานที่ ๗ อยู่เหนือสะดือขึ้นมา ๒
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More