ข้อความต้นฉบับในหน้า
ความทุกข์ต่าง ๆ เหล่านี้เข้าโจมตีเราอยู่ตลอดเวลา ความสุขกันดีอยู่
ไม่ว่างวัน ชีวิตของเราจึงเป็นเสมือนเรือที่กำลัง
ถูกเพลิงทุกข์เผาสามเลียอยู่ตลอดเวลา
อาตมาหยุดพักครู่หนึ่ง เพื่อเปิดโอกาสให้
หญิงสาวทั้งสองได้ครุ่นคิด เธอทั้งสองถอนหายใจ
อย่างหนักหน่วง นั่งก้มหน้าคิด แสดงความไม่
สบายใจออกมาให้เห็น แน่นอนทีเดียวเรื่องของ
ทุกข์ไม่มีใครชอบ ไม่มีใครอยากประสบ แม้แต่ชื่อก็
ไม่อยากได้ยินเพียงแต่ได้ยินก็ทำให้จิตใจไม่สบาย
*ก่อนที่จะตัดสินว่า เป็นการมองชีวิตใน
แง่ร้ายหรือแง่ดี อาตมาอยากถามโยมเสียก่อนว่า
ความทุกข์ต่าง ๆ ดังที่อาตมาบรรยายมานั้นมีอยู่
จริงหรือไม่?”
"มีน่ะมีแน่ แต่ความสุขก็มีอยู่เหมือนกัน
"ความสุขที่โยมว่ามีอยู่นั้นคืออะไร ลอง
ยกตัวอย่างให้อาตมาฟังหน่อยซิ"
"เช่นเราเจ็บป่วย แต่เมื่อหายป่วยแล้ว เราก็
แต่เราจะชอบหรือไม่ชอบ ทุกข์ก็คงเต็มแน่นอยู่ใน มีความสุข เราหิวอาหาร เมื่อกินอาหารอิ่มแล้ว
ชีวิตของเราอย่างเดิมเพราะทุกข์เป็น "อริยสัจจ์” ก็มีความสุข เราอยากได้เสื้อผ้าสวย ๆ เมื่อได้
ซึ่งมีอยู่โดยตัวของมันเองในชีวิตเป็นความจริงแท้ แล้วก็มีความสุข อย่างนี้จะว่าสุขไม่มีได้อย่างไร ?
ซึ่งมีอยู่อย่างนั้นไม่ว่าเราจะรู้มันหรือไม่รู้ คนโง่ "อาตมาไม่ได้ว่าสุขไม่มี สุขมีแน่อย่างที่
เมื่อเกลียดกลัวทุกข์ก็แก้ทุกข์โดยวิธีหลับตาเสีย โยมยกตัวอย่างให้ฟัง แต่ความสุขที่โยมยกมาอ้างนั้น
และหลอกตัวว่าทุกข์ไม่มี คนฉลาดย่อมลืมตาขึ้น
ดูเหมือนจะเป็นผลพลอยได้จากการที่ทุกข์ดับไป
เช่นความหิวเป็นทุกข์ เมื่อรับประทานอาหารอิ่ม
ความหิวหายไป เราก็รู้สึกเป็นสุขบ้าง ความเจ็บ
ป่วยเป็นทุกข์ เมื่อเรารักษาความเจ็บปวดให้หายไป
ความจริง โง่ ๆ ง่าย ๆ ที่คนมักจะมองข้ามไป เรารู้สึกเป็นสุข
ฯ
นั่นแหละมักจะเป็นความจริงอันมีค่า
เผชิญหน้ากับทุกข์อย่างห้าวหาญ แล้วจัดการต่อสู้
กับมันอย่างถูกวิธีจนกว่าทุกข์จะดับไป
ความอยากได้เสื้อผ้าเป็นทุกข์
เพราะทำให้จิตใจกระวนกระวาย เมื่อได้เสื้อผ้า
มาสมใจ ความอยากก็ดับไป คนก็รู้สึกมีความสุข
ความสุขมีแน่ ๆ แต่เป็นผลพลอยได้ที่เกิดขึ้นเอง
เมื่อความทุกข์ดับไป ฉะนั้นหน้าที่ของเราไม่ใช่
การสร้างความสุข แต่เป็นการดับความทุกข์
ตราบใดที่เรายังมีทุกข์ เราจะสร้างความสุขไม่ได้
และวิธีดับทุกข์
"ความทุกข์เป็นปัญหาใหญ่และปัญหาเฉพาะ แต่ถ้าเราดับทุกข์ได้ สุขเกิดขึ้นเอง เพราะฉะนั้น
หน้าของมนุษย์ทุกคน มนุษย์ดูเหมือนจะเข้าใจ ท่านจึงสอนเรื่องความทุกข์
เรื่องนี้ดีจึงพยายามดับทุกข์กันเป็นพัลวัน งาน มากกว่าที่จะสอนเรื่องความสุขและวิธีสร้างความสุข
ทุกชนิดที่คนทํา ทุกค่าที่คนพูด ทุกเรื่องที่คนคิด
อาตมาจะเปรียบเทียบให้เห็นอย่างนี้ สมมติ
ถ้าสืบสาวไปจนถึงที่สุดแล้วก็เพื่อ "ดับทุกข์” เท่า ว่าเรามีผ้าที่สกปรกอยู่ผืนหนึ่งเราไม่ชอบ เราเกลียด
นั่นเอง โยมเป็นครูก็เพื่อดับทุกข์ คนอื่น ๆ เป็น ความสกปรก เราต้องการความสะอาด เราจะทำ
ชาวนา เป็นพ่อค้า เป็นอะไรต่อมิอะไรก็เพื่อ อย่างไรผ้าผืนนั้นจึงจะสะอาด เราควรจะหา
ดับทุกข์ อาตมาออกบวชก็เพื่อดับทุกข์เหมือนกัน ความสะอาดมาใส่ผ้านั้น หรือว่าควรจะซักล้าง
ฉะนั้นอาตมาจึงกล่าวไว้ตั้งแต่แรกว่าจุดประสงค์ ความสกปรกออก? แน่นอนทีเดียว เราควรจะซัก
ของคนทุกคนในโลกคือความดับทุกข์"
อาตมาหยุดเว้นระยะอีกครั้งหนึ่ง ดวงแก้ว
ถอนหายใจเฮือก แล้วกล่าวขึ้นว่า
"จะไม่เป็นการมองชีวิตในแง่ร้ายเกินไป
หรือคะ เพราะเท่าที่สังเกตดู รู้สึกว่าคนทั่วไปมี
๑๑๖ กัลยาณมิตร
ล้างความสกปรกออกทันที โดยไม่ต้องไปคิดถึง
ความสะอาดมาใส่ผ้า
เพราะเมื่อเราซักฟอก
ความสกปรกออกได้หมดแล้ว ความสะอาดจะเกิด
ขึ้นมาเองโดยไม่ต้องไปหาที่ไหน ฉะนั้นปัญหา
เฉพาะหน้าของเราจึงอยู่ที่การดับทุกข์ ไม่ใช่อยู่ที่
Kalyanamitra.org