ข้อความต้นฉบับในหน้า
ไม่เหมือนกันเลย คือมหาทัททระผู้เป็น รักลูกของเขาเช่นเดียวกัน พ่อยอมให้เจ้า
พี่มีนิสัยสุขุมเยือกเย็น โอบอ้อมอารี ส่วน มาหลายครั้งแล้ว ครั้งนี้พ่อไม่ยอมอีก ขอ
จุลลทัททระผู้เป็นน้องมีนิสัยมักโกรธพูด ขับไล่เจ้าทั้งสองไปอยู่ในเมืองมนุษย์เถิด
จาหยาบคายก้าวร้าว และมักจะมีเรื่อง ไปอยู่ในคลองระบายน้ำเสียที่เขาเทอง-
ทะเลาะเบาะแว้งกับนาคทั้งหลายอยู่เสมอ
วันหนึ่ง จุลลทัททระเห็นพวกนาค
กำลังเล่นกันอยู่ก็รู้สึกขวางหูขวางตา
จาระ ในกรุงพาราณสีโน่นสัก ๓
ว่าเจ้าจะใจเย็นลงบ้างไหม !
ปี
ตรัสแล้ว ก็ให้ทหารนายทั้งหลาย
จึงเข้าไปขับไล่ เลยเกิดการต่อว่าต่อขาน ฉุดคร่าขับไล่บุตรทั้งสองของตนออกจาก
กันขึ้น จุลลทัททระด่าพวกนาคเหล่านั้น เมืองนาคไปอยู่ในแดนมนุษย์
อย่างหยาบคาย พวกนาคทนไม่ได้ก็เกิด
คลองระบายน้ำเสียของเมือง
อ
มหาทัททระผู้เป็นพี่จึงกล่าวเตือน
สติน้องชายว่า
"น้องเอ๋ย พี่จะบอกให้ฟัง... ใครก็
ตามที่ถูกขับไล่ หรือจำเป็นต้องไปอยู่ใน
บ้านอื่นเมืองอื่น ควรจะทำฉางใหญ่เอา
ไว้เพื่อเก็บคำหยาบคายทั้งหลายที่เขาด่าว่า
เรามาอยู่ในบ้านเมืองที่เขาไม่รู้จัก
เรา เราไม่ควรถือตัวว่าเราเป็นใคร มี
ค ก ใหญ่โตแค่ไหน
ผู้ที่มีปัญญาความรู้มาก หรือมี
โต้เถียงกัน จุลลทัททระจึงตรงเข้าทำร้าย | พาราณสี เป็นคลองที่ลึกและกว้างอยู่ ฤทธิ์เดชมากเพียงใด เมื่อไปอยู่ต่างถิ่น
ฟาดหัวฟาดหาง พ่นไฟใส่ พวกนาค เลียบชานเมือง บรรดาชาวเมืองเมื่อเขา
เหล่านั้นมีฤทธิ์เดชน้อยสู้ไม่ได้ จึงบาดเจ็บ ถ่ายอุจจาระ ปัสสาวะหรือเทน้ำโสโครก
ล้มตายไปหลายตัว
ก็ควรอดทนทั้งกาย วาจา ใจ ไม่ต่อปาก
ต่อคำ ทนแม้กระทั่งคำข่มขู่จากพวกหาส
ได ๆ ลงท่อน้ำในบ้าน น้ำนั้นก็จะไหล จุลลทัททระฟังแล้วก็ได้คิด จึงไม่
เรื่องนี้มีไปถึงพระยาทัททระนาคราช ตามท่อมาลงที่คลองระบายน้ำแห่งนี้ เอาเรื่องเอาราวกับเด็ก ๆ พวกนั้น อดทน
พระองค์ไต่สวนแล้ว เห็นว่าจุลลทัททระ เนื่องจากคลองระบายน้ำเสียนี้ อยู่อย่างเสงี่ยมเจียมตัวไม่ก่อเรื่องราวกับใคร
นาคภพ
มีความผิดมาก จึงให้เนรเทศออกไปจาก เป็นคลองลึก ไม่ใช้ในการสัญจร จึงมี จนครบกำหนด ๓ ปี พระยานาคราช
แต่มหาทัททระผู้เป็นพี่ขอร้อง | สัตว์เล็ก ๆ เช่น กบ เขียด และปลา | ผู้บิดาจึงให้กลับไปอยู่นาคภพตามเดิม
บิดาให้อดโทษไว้ก่อน ตนจะเป็นผู้คอย บางชนิดอาศัยอยู่ หากไม่มีใครเอาไม้ นี่แหละค่ะหลาน ๆ คนมักโกรธ
ดูแลห้ามปรามน้องไม่ให้เกิดเรื่องทำนอง ยาว ๆ มากวนหรือทิ้งของจำนวนมาก ๆ ขี้โมโห ใครว่านิดว่าหน่อยก็ทนไม่ได้
ลงไปแล้ว น้ำในคลองนี้ก็จะใสแจ๋วและ ย่อมจะถูกลงโทษเช่นนี้
นอก
ต่อมาไม่นาน จุลลทัททระก็ก่อ ไม่ส่งกลิ่นเหม็นนัก
จุลลทัททระมักโกรธ แต่เมื่อผิดก็
เรื่องขึ้นเช่นเคย พระยานาคราชกริ้วมาก เมื่อนาคทั้งสองถูกเนรเทศมาอยู่ที่ ยอมรับโทษโดยดี และในระหว่างที่รับ
ประกาศขับไล่อีก มหาทัพพระก็ทัดทาน คลองนี้ จุลลทัททระโกรธมาก จึงอาละ โทษก็ไม่ดื้อดึงอีก ทำให้ได้คิดและใจเย็น
ไว้เช่นเคยด้วยความรักน้อง พระยานาค- วาดพาดหัวฟาดหางจนน้ำเป็นคลื่นและ ลงได้ในที่สุด
ราชก็ยินยอมอีกครั้งหนึ่ง
ขุ่นคลักขึ้นฟอง พร้อมกับส่งกลิ่นเหม็น นิทานชาดกเรื่องนี้ น้ายึดนำมา
ด้วยนิสัยใจร้อนเจ้าอารมณ์แก้ไม่ วันหนึ่ง มีเด็กชาวบ้านกลุ่มหนึ่ง จาก “ทัททระชาดก” ซึ่งจุลลทัททระนาค
หายของจุลลทัททระ จึงไปก่อเรื่องทำ เดินเล่นอยู่แถว ๆ ลำคลองระบายน้ำ ในครั้งนั้น ได้มาเกิดเป็นพระภิกษุผู้มักโกรธ
ร้ายนาคอื่น ถึงตายอีก พระยานาค- เห็นนาคทั้งสองกำลังไล่จับกบจับเขียดกิน และมหาทัพพระนาคได้มาเป็นพระองค์เอง
ราชโกรธมากที่ลูกไปทำร้ายผู้อื่นเช่นนั้น ก็พากันเอาดินบ้าง เอาไม้บ้างขว้าง
จึงกล่าวว่า
1
ป่าลงไปที่ตัวนาค แล้วร้องขับไล่ ด่าว่า
"เจ้าจุลลหัททระ เจ้าถือว่าตัวเอง ด้วยถ้อยคำหยาบคาย จุลลทัททระได้
เป็นลูกของราชา มีฤทธิ์มีเดชน่ากลัว จึง ยินก็โกรธมาก พูดกับพี่ว่า
ได้เที่ยวทำร้ายผู้อื่นเขาไปทั่ว วันหนึ่ง ๆ "พี่ ฉันทนไอ้เด็กพวกนี้มันไม่ไหว
สองหูของพ่อได้ยินแต่เขาฟ้องถึงความผิด แล้วนะ มันมาด่าว่าขว้างปาเรา ดูถูก
ความเกเรของเจ้า แล้วที่เขาไม่ฟ้องอีกล่ะ ดูหมิ่นว่าเราเป็นสัตว์ประหลาด
เท่าไร! เจ้ามหาทัพพระก็ได้แต่ปกป้อง กินกบกินเขียด มันไม่รู้ว่าเราเป็นผู้มีพิษร้าย
ออกรับแทนน้องอยู่ร่ำไป น้องของเจ้าเจ้า จะทำลายพวกมันให้มอดไหม้ไปในพริบตา
รักพ่อ ไม่ว่า แต่คนอื่นเขาก็รักที
รักพี่รักน้อง เมื่อไรก็ได้”
เทยว
น่าอืด
กัลยาณมิตร ๙
Kalyanamitra.org