การศึกษาภาษาบาลีและพระพุทธศาสนา วารสารกัลยาณมิตร ปี 2533 ฉบับที่ 9 หน้า 20
หน้าที่ 20 / 122

สรุปเนื้อหา

"ภาษาบาลีเป็นภาษาของ พระพุทธศาสนา ถ้าเราทอดทิ้ง ไม่เล่าเรียน ก็ยากที่จะรักษา พระพุทธศาสนาเอาไว้ได้ พระพุทธศาสนาจะยืนยง ดำรงสืบต่อไปได้อย่างรุ่งเรือง ก็ต้องมีผู้สืบทอด ถ้าเราไม่ช่วย กันสร้างครู สร้างโรงเรียน ขึ้นมาสอน แล้วจะหาผู้สืบทอด ได้จากที่ไหน ถ้ามีครูมีโรงเรียน ที่ดีพร้อม ไม่ช้าก็มีผู้สนใจ มาศึกษาเล่าเรียนเอง” ธันวาคม พ.ศ.๒๕๓๒ โดยมีราชทินนาม ตามจารึกในสุพรรณบัฏว่า "สมเด็จพระ มหามุนีวงศ์ พิพัฒนพงศ์วิสุต พุทธพจน์- นานุสิฐวิจิตรธรรมานุศาสน์ปสานคร สุนทรพิพิธธรรมจารี ตรีปิฎกบัณฑิต ธรรมยุติคณิสสร บวรสังฆาราม คามวาสี อรัณยวาสี” สมเด็จพระมหามุนีวงศ์ (สนั่น จัน ทปัชโชโต) เป็นพระผู้ทรงคุณอันไพบูลย์ ๒๕๐๖ ตอนนั้นประชาชนให้ความสนใจ มาศึกษากันมาก แต่ในปัจจุบันเนื่องจาก ขาดครูและผู้ดำเนินงานอย่างจริงจ

หัวข้อประเด็น

- การศึกษาภาษาบาลีและพระพุทธศาสนา

ข้อความต้นฉบับในหน้า

"ภาษาบาลีเป็นภาษาของ พระพุทธศาสนา ถ้าเราทอดทิ้ง ไม่เล่าเรียน ก็ยากที่จะรักษา พระพุทธศาสนาเอาไว้ได้ พระพุทธศาสนาจะยืนยง ดำรงสืบต่อไปได้อย่างรุ่งเรือง ก็ต้องมีผู้สืบทอด ถ้าเราไม่ช่วย กันสร้างครู สร้างโรงเรียน ขึ้นมาสอน แล้วจะหาผู้สืบทอด ได้จากที่ไหน ถ้ามีครูมีโรงเรียน ที่ดีพร้อม ไม่ช้าก็มีผู้สนใจ มาศึกษาเล่าเรียนเอง” ธันวาคม พ.ศ.๒๕๓๒ โดยมีราชทินนาม ตามจารึกในสุพรรณบัฏว่า "สมเด็จพระ มหามุนีวงศ์ พิพัฒนพงศ์วิสุต พุทธพจน์- นานุสิฐวิจิตรธรรมานุศาสน์ปสานคร สุนทรพิพิธธรรมจารี ตรีปิฎกบัณฑิต ธรรมยุติคณิสสร บวรสังฆาราม คามวาสี อรัณยวาสี” สมเด็จพระมหามุนีวงศ์ (สนั่น จัน ทปัชโชโต) เป็นพระผู้ทรงคุณอันไพบูลย์ ๒๕๐๖ ตอนนั้นประชาชนให้ความสนใจ มาศึกษากันมาก แต่ในปัจจุบันเนื่องจาก ขาดครูและผู้ดำเนินงานอย่างจริงจัง จึง ต้องหยุดพักไปก่อน ส่วนการศึกษาของสงฆ์ โดยเฉพาะสงฆ์ในภาคอีสาน เมื่อประมาณ ๑๔-๑๕ ปีที่แล้ว อาตมาได้จัดตั้งศูนย์ บาลีศึกษาอีสาน (ธรรมยุต) ขึ้นที่วัด โพธิสมภรณ์ จังหวัดอุดรธานี โดยมุ่งที่ จะเป็นศูนย์รวมการศึกษาบาลีของพระภิกษุ ปฏิบัติระเบียบประเพณีโดยเรียบร้อยสวัสดี สามเณรภาคอีสาน เพราะในภาคนี้จะ เป็นปูชนียภิกษุรูปหนึ่งซึ่งสมบูรณ์ด้วย หาที่เรียนบาลีในระดับสูง ๆ ได้ยาก และ คุณธรรมสัมมาปฏิปทา อุทิศชีวิตบูชา คุณแห่งพระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้า ด้วยหวังนำธรรมะสร้างสันติสุขมุ่งสู่มวล มนุษย์ สมเด็จฯ ผู้ส่งเสริมปริยัติธรรม การศึกษาพระปริยัติธรรมในคณะ สงฆ์ไทยนั้น มีด้วยกัน ๒ แผนกคือ แผนกบาลีและแผนกธรรม ซึ่งทั้ง ๒ ๓๐๐ รูปจาก ปัจจุบันมีผู้เรียนกว่า หลาย ๆ จังหวัดในภาคนี้ นอกจากนั้นเจ้าพระคุณสมเด็จฯ ยัง เป็นผู้ริเริ่มจัดตั้งส่งเสริมสนับสนุนและ ปรับปรุง สถานศึกษาปริยัติธรรมอีกหลาย แห่ง เป็นผู้ทำให้ปริยัติธรรมเจริญงอกงาม ทั่วดินแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ "ภาษาบาลีเป็นภาษาของพระพุทธ ศาสนา ถ้าเราทอดทิ้งไม่เล่าเรียน ก็ ยากที่จะรักษาพระพุทธศาสนาเอาไว้ได้ แผนก ถือว่าเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง ที่ พระพุทธศาสนาจะยืนยงดำรงสืบต่อไป จะดำรงรักษาพระพุทธศาสนาให้สถิต ได้อย่างรุ่งเรืองก็ต้องมีผู้สืบทอด ถ้าเรา สถาพรสืบไป เจ้าพระคุณสมเด็จมหา ไม่ช่วยกันสร้างครู สร้างโรงเรียนขึ้นมาสอน มุนีวงศ์ ท่านได้มองเห็นถึงความสำคัญ แล้วจะหาผู้สืบทอดได้จากที่ไหน ถ้ามี ในส่วนนี้ จึงให้การส่งเสริมและสนับสนุน ครูมีโรงเรียนที่ดีพร้อม ไม่ช้าก็มีผู้สนใจ งานพระปริยัติธรรมเสมอมากว่า 50 ปี มาศึกษาเล่าเรียนเอง” "อาตมาเริ่มเป็นครูสอนพระปริยัติ ธรรมตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๔๗๒ ประจำสำนัก เรียนวัดบรมนิวาสราชวรวิหาร และได้ พระผู้มีความอุตสาหะ ย้ายไปสอนในสำนักเรียนอีกหลายแห่ง "การเรียนภาษาบาลี ในสมัยอาตมา จากสมัยก่อนตำราไม่ค่อยมีเหมือนใน รวม ปัจจุบัน ต้องอาศัยการศึกษาค้นคว้า จนในปี พ.ศ. ๒๔๙๐ จึงมาประจำสำนัก นั้นต้องใช้ความวิริยะอุตสาหะมาก เนื่อง เรียนวัดนรนาถฯ นี้จนถึงปี พ.ศ.๒๕๒๔ ระยะเวลาที่เป็นครูพระปริยัติธรรมก็กว่า ด้วยตนเองมาก จึงจะประสบความสำเร็จ จึงเลิกสอนเนื่องด้วยอายุมากขึ้น ๕๐ ปี” “นอกจากนั้นอาตมาได้ริเริ่มจัดตั้ง ถึงระดับเปรียญธรรม ประโยคได้ และเหตุที่อาตมาสามารถทำได้ ก็มิใช่ ศูนย์การอบรมศีลธรรมวัฒนธรรมสำหรับ หัวดีอะไรมากนัก อาศัยความเพียรเป็น ประชาชนขึ้นภายในวัดราว ๆ ปีพ.ศ. หลักสำคัญ หัวดีแต่ทิ้งความเพียรก็ไปไม่ ๑๘ กัล ย า ณ มิตร Kalyanamitra.org
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More