การถวายอาหารและความเชื่อของปุณณะ วารสารกัลยาณมิตร ปี 2533 ฉบับที่ 9 หน้า 110
หน้าที่ 110 / 122

สรุปเนื้อหา

เขาก็ไม่อาจเห็นท่านได้ ควรจะยืนอยู่ที่ 1 แล้วนั่งลงในที่ มีน้ำสะดวกแห่งหนึ่ง นั้นก่อนจนกว่าภรรยาของเขาจะนำอาหาร กระทำภัตตกิจ (ฉัน) มา พระเถระให้เวลาล่วงไปครู่หนึ่ง ณ ให้สามี ที่นั้นด้วยการสนทนาเล็ก ๆ น้อย ๆ กับ นางรีบกลับบ้านเพื่อหุงอาหารใหม่ ฝ่ายนายปุณณะไถนาอยู่ในสาย นายปุณณะ พอทราบว่าภรรยาของเขา มาก ภรรยาหรือบุตรียังไม่มาส่งอาหาร กำลังเดินทางมาส่งอาหารพระเถระก็ออก ถูกความหิวบีบคั้น จึงปลดแอกและไถ เดินสวนทางไป นางเห็นพระเถระแล้วคิดว่า บาง คราวเราได้เห็นพระเถระแต่ไทยธรรม ไม่มี บางคราวไทยธรรมมี แต่ไม่ได้พบ พระเถระ แต่บัดนี้ประจวบเหมาะ ปล่อยโคคู่ให้และเล็มหญ้า ตนเองมานั่ง พักอยู่ใต้ร่มไม้ต้นหนึ่ง เอามือป้องมอง ทางที่ภรรยาจะมา มองแล้วมองอีกอยู่ เป็นเวลานาน ภรรยาของเขาเมื่อหุงข้าว เสร็จแล้วก็รีบ

หัวข้อประเด็น

- การถวายอาหารและความเชื่อของปุณณะ

ข้อความต้นฉบับในหน้า

1 เขาก็ไม่อาจเห็นท่านได้ ควรจะยืนอยู่ที่ 1 แล้วนั่งลงในที่ มีน้ำสะดวกแห่งหนึ่ง นั้นก่อนจนกว่าภรรยาของเขาจะนำอาหาร กระทำภัตตกิจ (ฉัน) มา พระเถระให้เวลาล่วงไปครู่หนึ่ง ณ ให้สามี ที่นั้นด้วยการสนทนาเล็ก ๆ น้อย ๆ กับ 1 นางรีบกลับบ้านเพื่อหุงอาหารใหม่ ฝ่ายนายปุณณะไถนาอยู่ในสาย นายปุณณะ พอทราบว่าภรรยาของเขา มาก ภรรยาหรือบุตรียังไม่มาส่งอาหาร กำลังเดินทางมาส่งอาหารพระเถระก็ออก ถูกความหิวบีบคั้น จึงปลดแอกและไถ เดินสวนทางไป นางเห็นพระเถระแล้วคิดว่า บาง คราวเราได้เห็นพระเถระแต่ไทยธรรม ไม่มี บางคราวไทยธรรมมี แต่ไม่ได้พบ พระเถระ แต่บัดนี้ประจวบเหมาะ ปล่อยโคคู่ให้และเล็มหญ้า ตนเองมานั่ง พักอยู่ใต้ร่มไม้ต้นหนึ่ง เอามือป้องมอง ทางที่ภรรยาจะมา มองแล้วมองอีกอยู่ เป็นเวลานาน ภรรยาของเขาเมื่อหุงข้าว เสร็จแล้วก็รีบเดินทางมาเห็นอาการของ สามีแล้วรู้ได้ทันทีว่า เขาคงกำลังหิว จึง ทั้งสองอย่าง ไทยธรรมก็มีอยู่ พระเถระ เราก็ได้พบแล้ว แต่นางสงสัยอยู่ในใจว่า : พูดเอาใจว่า คนยากจนหาเช้ากินค่ำอย่างเรานี้ พระ- เถระจะทำการอนุเคราะห์โดยรับไทยธรรม " เพราะเหลวไหลประการใดไม่ แต่เพราะ ของนางหรือ นางได้วางโภชนะลงข้าง ๆ กายแล้ว คุณเจ้าสารีบุตรจนหมดสิ้น แล้วข้าพเจ้า นมัสการพระเถระด้วยเบญจางคประดิษฐ์ | กลับไปหุงใหม่นายจงทำใจให้เลื่อมใสเถิด” พลางกล่าวว่า เขาตื่นขึ้น มองไปทางแปลงนา ที่ไถไว้เห็นก้อนดินสุกปลั่ง "นาย ที่ข้าพเจ้ามาช้านี้ หาใช่ ได้ถวายอาหารที่นำมาครั้งก่อนแก่พระ เป็นทองแท่งทั้งหมด เขาขยี่ตาเพราะไม่เชื่อตาตนเอง เพราะความหิวมาก นายปุณณะ แต่มองกี่ครั้งกี่ทน ก็เห็นเป็นทองกระทบแสงอาทิตย์ นางเล่าให้ฟังอีกครั้งหนึ่ง “พระคุณเจ้าโปรดอย่าได้คิดว่า ฟังไม่ถนัด จึงถามซ้ำอีกครั้งหนึ่งว่า กรนี้เลวหรือประณีตเลย ขอได้โปรดรับ | "เธอพูดอะไรนะ” อาหารนี้ เพื่อสงเคราะห์พวกเราด้วยเถิด” พระเถระน้อมบาตรเข้าไป นาง นายปุณณะฟังความนั้นแล้ว เทอาหารลงในบาตรเมื่อได้ครึ่งหนึ่ง ปลื้มใจ บอกภรรยาว่า นางทำชอบแล้ว พระเถระจึงปิดบาตรเสียพร้อมกล่าวว่า วันนี้เขาเองก็ได้ถวายไม้ชำระฟันและน้ำ “พอละอุบาสิกา" คน ๆ เดียวเท่านั้น ล้างหน้าแก่พระเถระเหมือนกัน ทั้งสอง นางกล่าวว่า "อาหารนี้พอสำหรับ มีใจเลื่อมใสชื่นบานเป็นผู้มีศีลเสมอกัน สองคนไม่พอ มีศรัทธาเสมอกันจึงอยู่ร่วมกันโดยปกติสุข ขอพระคุณเจ้าโปรดรับไว้ทั้งหมดเถิด และมีบุตรีที่ดี เมื่อบริโภคอาหารเสร็จแล้ว ขอได้สงเคราะห์พวกข้าพเจ้าในโลกหน้าเถิด นายปุณณะก็เอาศีรษะพาดตักของภรรยา อย่าสงเคราะห์ในโลกนี้เลย” ว่าแล้วก็เกลี่ย นอนหลับไปด้วยความอ่อนเพลีย อาหารลงจนหมดและตั้งความปรารถนาว่า เขาตื่นขึ้น มองไปทางแปลงนา "ขอให้ข้าพเจ้าเป็นผู้มีส่วนแห่ง ที่ไม่ไว้เห็นก้อนดินสุกปลั่งเป็นทองแห่ง โลกุตตรธรรมที่ท่านได้เห็นแล้วเถิด” ทั้งหมด เขาขยี้ตาเพราะไม่เชื่อตาตนเอง พระเถระยืนอนุโมทนาอยู่ตรงนั้น แต่มองกี่ครั้งกี่หนก็เห็นเป็นทองกระทบ เองว่า "ขอจงเป็นอย่างนั้นเถิด อุบาสิกา” แสงอาทิตย์แวววาวอยู่นั่นเอง จึงบอก แวววาวอยู่นั่นเอง ๑๐๘ ก ล ย ๆ ณ มิตร
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More