การเชื่อมโยงคำในตรรกวิทยา วารสารกัลยาณมิตร ปี 2533 ฉบับที่ 9 หน้า 76
หน้าที่ 76 / 122

สรุปเนื้อหา

ประเด็น มาวางเทียบเคียงกันให้เห็น วิภาษวิธีจะทำให้ผู้ฟังสามารถเทียบเคียง ตรง ๆ ทั้งหมด เพราะการอ้างเหตุผล การเชื่อมโยงคำ ๒ คำที่ตรงข้ามกัน ตรง ๆ แต่ละอย่างจะสมเหตุสมผลก็ต่อ เพื่อหาเหตุนำมาใช้เป็นหลักฐานอ้างอิงได้ เมื่อเราสามารถพิสูจน์กฎของการได้ ประเด็นของแต่ละฝ่าย มาพิสูจน์ว่าเป็น คือสร้างตัวแปร ตัวที่มีลักษณะ ๒ ประการ อันได้แก่ ไฟ ซึ่งเหมือนหรือ แตกต่างจากน้ำมันในเวลาเดียวกัน หรือ กลับกัน ด้วยวิธีนี้จะทำให้เราสามารถ ความรู้ใหม่จากความรู้เดิม (inferential rules) ว่าเป็นความจริง ชัดเจน วิธีขจัดข้อถกเถียงด้วยการทำ เรื่องเดียวกัน เป็นวิธีที่นักตรรกวิทยาใน พระพุทธศาสนา และนักวิภาษวิธีของ ๒. ทั้งสองฝ่ายจะยอมรับความ สมเหตุสมผลของแต่ละฝ่าย เมื่อความ มัธยมกะในนิกายมหายานมักนำมาใช้ อยู่เสมอ ผู้เขียน

หัวข้อประเด็น

- การเชื่อมโยงคำในตรรกวิทยา

ข้อความต้นฉบับในหน้า

ประเด็น มาวางเทียบเคียงกันให้เห็น วิภาษวิธีจะทำให้ผู้ฟังสามารถเทียบเคียง ตรง ๆ ทั้งหมด เพราะการอ้างเหตุผล การเชื่อมโยงคำ ๒ คำที่ตรงข้ามกัน ตรง ๆ แต่ละอย่างจะสมเหตุสมผลก็ต่อ เพื่อหาเหตุนำมาใช้เป็นหลักฐานอ้างอิงได้ เมื่อเราสามารถพิสูจน์กฎของการได้ ประเด็นของแต่ละฝ่าย มาพิสูจน์ว่าเป็น ๑ คือสร้างตัวแปร ตัวที่มีลักษณะ ๒ ประการ อันได้แก่ ไฟ ซึ่งเหมือนหรือ แตกต่างจากน้ำมันในเวลาเดียวกัน หรือ กลับกัน ด้วยวิธีนี้จะทำให้เราสามารถ ความรู้ใหม่จากความรู้เดิม (inferential rules) ว่าเป็นความจริง ชัดเจน วิธีขจัดข้อถกเถียงด้วยการทำ เรื่องเดียวกัน เป็นวิธีที่นักตรรกวิทยาใน พระพุทธศาสนา และนักวิภาษวิธีของ ๒. ทั้งสองฝ่ายจะยอมรับความ สมเหตุสมผลของแต่ละฝ่าย เมื่อความ มัธยมกะในนิกายมหายานมักนำมาใช้ อยู่เสมอ ผู้เขียนได้กล่าวแล้วว่าวิภาษวิธี โดย ขจัดข้อโต้แย้งที่นำมาถกเถียงกันให้หมด สมเหตุสมผลนั้นมีการตั้งสมมุติฐานทาง ไปได้ วิธีการของนักวิภาษวิธี โดยเนื้อแท้ แล้วไม่แตกต่างจากวิธีการของนักตรรก ปรัชญาล่วงหน้าไปตามระบบของใคร เนื้อแท้ไม่มีอะไรแตกต่างไปจากวิธีแก้ ของมัน ดังจะเห็นได้จากการเชื่อมโยง ปัญหาการสื่อสารล้มเหลวของนักตรรก เหตุผลของแต่ละฝ่ายดังนี้ "สิ่งใดก็ตาม วิทยาในพระพุทธศาสนาแต่ประการใดเลย วิทยาในพระพุทธศาสนาในสมัยกลางของ ที่เกิดจากการกระทำสิ่งนั้นย่อมไม่เที่ยง” ทั้งนี้เพราะความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในใจ อินเดียเท่าใดนัก อาจจะมีที่แตกต่างกัน และ "สิ่งใดก็ตามที่เราได้ยิน สิ่งนั้น ของผู้แสวงหาเหตุผล และแสวงหาความ บ้าง แต่ก็นำไปสู่เป้าหมายสำคัญเดียวกัน ย่อมเที่ยง” เป็นต้น เมื่อนักตรรกวิทยาของนยายะและนัก ภาษาศาสตร์ของมิมางสาขัดแย้งกัน ด้วยประโยค ๒ ประโยคที่ว่า “ศัพท์ ไม่เที่ยง” และ “ศัพท์เที่ยง” นักวิภาษ วิธีของมัธยมกะ ก็ก้าวต่อไปด้วย การสร้างความขัดแย้งให้เกิดขึ้นในใจ ผู้ฟังอย่างเต็มที่คือ ทำให้ผู้ฟังเกิด ความรู้สึกว่า ทั้งนยายะ และมีบางสา ถูกต้องทางภาษาศาสตร์ และการปรับ เหตุผลที่นำมาอ้างอิงให้เหมือนกันนั้น อันที่จริงก็คล้าย ๆ กันตรงที่เปลี่ยน เรื่องให้ไปอยู่ในระดับที่มีการแสวงหา ข้อเท็จจริงกันด้วยประสบการณ์ ทฤษฎี พื้นฐานของนักตรรกวิทยา ก็มาจาก วิภาษวิธีนั่นเอง เมื่อเราเข้าใจด้วย สัญลักษณ์ว่า สิ่งที่เรานำมาอ้างอิงมี กำลังพูดถึงเรื่องเดียวกันเรื่องหนึ่ง เพราะฉะนั้น ประโยคตรรกวิทยาที่ ต้องการนำมาพิสูจน์ของทั้งสองฝ่าย จึงมีความเหมือนคล้ายกันดังต่อไปนี้ “(s) ๓. ทั้งสองฝ่ายจะเปลี่ยนเรื่องของจิต >(s)-B" และ "(to>(t)B" ทั้ง ๆ ที่ และความหมายทางตรรกวิทยา มาเป็น ตัวแปร 's' และ '' เป็นสัญลักษณ์ที่แทน อีกระดับหนึ่งที่แตกต่างจากเรื่องจิต และ ความหมายทางตรรกวิทยาที่เป็นไปตาม สิ่งที่ไม่เหมือนกัน ๒ สิ่ง ต่อไป นักตรรก วิทยาในพระพุทธศาสนา ก็แก้ปัญหานี้ กฎตรรกวิทยา ซึ่งจะทำให้เรารู้สึกถึง ด้วยความรอบคอบถึง ๓ ประการ ซึ่ง ความแตกต่างมากยิ่งขึ้น หมายความว่า เกี่ยวข้องกับวัฒนธรรมสังวาทะและศาสนา นักตรรกวิทยาในพระพุทธศาสนาพยายาม สังวาทะ หรือการสนทนากันระหว่างผู้มี จะขจัดความขัดแย้งของสำนักนยายะ วัฒนธรรมและศาสนาแตกต่างกันตาม ลำดับ คือ และมีมางสาในลัทธิฮินดูให้หมดไป ด้วย จิตในระดับที่กำลังแสวงหาความรู้จาก ประสบการณ์ จึงจะถือว่าเป็นความจริง เท่านั้น ด้วยเหตุนี้ จึงเห็นได้ชัดว่า นักตรรกวิทยาในพระพุทธศาสนา ยอมรับ ทั้งนยายะ และมีบางสาเน้นที่ ตัวเหตุผล ๒ ข้อต่อไปนี้ "ศัพท์เป็นผล อันเกิดจากกระทำ” และ “ศัพท์เป็นสิ่ง ที่เราได้ยิน” แต่ไม่ได้เน้นการอ้างเหตุผล ให้มีการนำความจริงที่ขัดแย้งกัน คุณสมบัติที่ไม่ต้องอาศัยสิ่งอื่น (สว ภาวะ) เราก็เรียกสิ่งนั้นว่า สิ่งที่มีอยู่ โดยอาศัยประสบการณ์มากกว่าเหตุผล เมื่อสิ่งที่เรานำมาอ้างอิงมีคุณสมบัติ ที่ต้องอาศัยสิ่งอื่น (ประตูตยสมุตปาท) เพราะมีเหตุปัจจัยและเงื่อนไขต่าง ๆ มาประกอบกัน (เหตุประตูยยตา) เราก็ เรียกสิ่งนั้นสิ่งที่ไม่มีอยู่ และอยู่เหนือ ความรู้ความเข้าใจของมนุษย์ (ศูนยตา) โดยไม่คำนึงถึงความจริงอันเกิดจากการ ใช้ระบบสัญลักษณ์เพื่อแสดงความลึกซึ้ง และสลับซับซ้อนของคุณค่าทางจิตใจ แต่ประการใด - เป็นที่ทราบกันดีว่า วิภาษวิธีของ มัธยมกะไม่ปฏิเสธเรื่องโลกของประสบ การณ์ แต่สิ่งที่วิภาษวิธีปฏิเสธก็คือ ใจ ที่ตกอยู่ใต้อิทธิพลการใช้ภาษา วัฒนธรรม อันมี และ ๗๔ กัลยา ณ มิตร Kalyanamitra.org
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More