ข้อความต้นฉบับในหน้า
9.
๒.
สองความคิดเข้าด้วยกันไม่
ใจที่มีพลังที่จะสา
ลังที่จะสามารถแสวงหา
นาคารชุน ภายหลังเป็นเมืองหลวง ฤดูร้อนของ
หลักฐานที่มีจริงอยู่ภายนอกความคิด ต่างหากที่เป็นผู้คิดค้นวิภาษวิธีของมัธยมกะ กษัตริย์ราชวงศ์กุษาณะ ณ สถานที่
จะมีใครคิดหรือไม่มีใครคิดก็ตาม ก็ยังคง ขึ้นมา เพื่อขจัดปัญหาดังกล่าวให้หมดไป อันเจริญก้าวหน้าของพระพุทธศาสนาใน
เป็นจริงเช่นนั้น และ
ผู้เขียนเชื่อว่าแนวโน้มของโลกทุกวันนี้ อินเดียโบราณนี่เอง ที่ทำให้เกิดผลงานกรีก- -
ใจที่มีพลังที่จะสามารถแสวง ที่กำลังหันเหจากสังคมชาววัดไปเป็นสังคม อินเดียคือ มิลินทปัญหาขึ้น ผู้เขียนจึง
หาความมุ่งหมาย หรือเจตนาที่ซ่อนเร้น ชาวโลกทุกขณะ และมีการเปลี่ยนแปลง มองเห็นเหตุการณ์ในอนาคตจากสิ่งนี้ได้ว่า
อยู่ภายใน เป็นพลังใจที่จะเชื่อมโยง ใหม่ เกิดขึ้นมากมาย เมื่อเถรวาท บทบาทวิภาษวิธีของมัธยมกะคือความ
สัญลักษณ์ที่แทนความลึกซึ้งของจิตใจ และมหายานมีการติดต่อสื่อสารซึ่งกัน หมายใหม่ในยุคของเราตลอดจนถึง
เข้าด้วยกัน ข้อถกเถียงต่าง ๆ ของฝ่าย และกัน ก็จะทำให้เกิดก้าวที่สำคัญที่สุด อนาคตโดยแท้
อาภิธรรมิกะ มีจุดเริ่มต้นมาจากพลังใจ ที่จะสามารถเชื่อมโยงโลกที่อยู่เหนือ
ทั้งสองประการที่กล่าวมา ซึ่งวิภาษวิธี ประสบการณ์และโลกของประสบการณ์
ของมัธยมกะจะเป็นตัวเชื่อมประสาน เข้าด้วยกัน ผู้เขียนเชื่อว่า ด้วยคำอธิบาย
พลังใจที่จะแสวงหาความรู้ภายนอกและ เหล่านี้ วิภาษวิธีของมัธยมกะจะเชื่อมโยง
ภายในนี้เข้าด้วยกันยิ่ง ขึ้นไป เมื่อ ประสานเถรวาทเข้ากับมหายาน ในเวลา
1
วิภาษวิธีเปิดเผยความขัดแย้งที่ซ่อนอยู่ เดียวกัน ผู้เขียนก็ต้องขอกล่าวเพิ่มเติมว่า
วิภาษวิธีของมัธยมกะ จะเชื่อมประสาน
ในสัญลักษณ์แต่ละตัวออกมาแล้ว ความ
ขัดแย้งอันเกิดจากต่างฝ่ายต่างยืนยัน วัฒนธรรมและสังคมของชาวพุทธกับ
ผู้เขียนน่าจะกล่าวเพิ่มเติมในที่นี้ว่า เข้าด้วยกันได้เป็นอย่างดี
ข้อเท็จจริงของตนก็จะหมดไป
วัฒนธรรมและสังคมที่ไม่ใช่ของชาวพุทธ
อย่างไรก็ดี การแก้ปัญหาของนาคารชุน
ก็ไม่ได้ทิ้งความเข้าใจเก่า 1
ที่ยอมรับ
ผู้เขียนมีเหตุผล ๒ ประการที่จะ
กล่าวถึงผู้อาวุโส ผู้รวบรวมกถาวัตถุดัง
ต่อไปนี้
กันในพระพุทธศาสนา มีเรื่องสกันธ์ (ขันธ์)
และอายตนะ เป็นต้น ท่านผู้นี้เป็นผู้ฟื้นฟู
สถานภาพของธรรมทั้งหลายที่เป็นจริง
Q.
nungna
*
ปฏิฐาน (Positave) คือสิ่งที่กล่าว
ได้เป็นเชิงยืนยัน สิ่งที่มีอยู่ตรง สิ่งที่รู้ได้
ด้วยผัสสะว่ามีอยู่
เท่าที่ผู้เขียนเข้าใจ การถกเถียง
ต่าง ๆ กระทำเพื่อแสดงให้เห็นปัญหา
ด้วยการนำเรื่องเข้ามาสู่โลกที่อยู่เหนือ สำคัญในการเชื่อมโยงโลกที่อยู่เหนือความรู้
การทดลองและโลกที่ไม่เกี่ยวข้องด้วย ความเข้าใจของมนุษย์เข้ากับโลกที่เราอยู่
ภาษามาเป็นโลกของการหยั่งรู้ด้วยญาณ อาศัยทุกวันนี้ ผู้ร่วมอภิปรายถกเถียง
โดยแท้ ทั้งนี้เพราะสถานภาพของธรรม ในสมัยนั้น ได้ตั้งใจเตรียมแนวทางให้
ทั้งหลาย กลายเป็นหัวข้อที่นำมาถกเถียง ชนรุ่นใหม่ได้เข้าใจปัญหาและพยายาม ของสารนั้น
กันด้วยการสังเกตและการใช้ภาษาประสม
๒.
แก้ไขปัญหาให้หมดไป และ
ประสานเข้ากับเรื่องของบุคคล ซึ่งมี
ในขณะที่งานภายในของเรา
สถานภาพจำกัดอยู่เฉพาะการใช้ความ ชาวพุทธ คือเชื่อมโยงคุณค่าทางจิตที่
สังเกต และการใช้ภาษาเท่านั้น
สรุป
เถรวาท
อยู่เหนือธรรมชาติ (ปรมารถสัตยะ)
กับคุณค่าทางจิตที่อยู่ในโลก (โลกกลาง-
วฤติสัตยะ) งานภายนอกของเราก็คือ
นักปราชญ์ฝ่ายพระอภิธรรมของ ทำการติดต่อสื่อสารกับศาสนา และ
ซึ่งมีขนบธรรมเนียมเก่าแก่มา วัฒนธรรมอื่น ๆ ที่มิใช่พระพุทธศาสนา
แต่โบราณ หาได้คิดค้นรูปแบบที่จะแก้ โปรดอย่าลืมว่า โมคคลปุตตะ-ติสสะ
ปัญหาความขัดแย้ง เพื่อประสาน เป็นผู้นำคณะสงฆ์ในมธุระ ซึ่งต่อมา
*
อวฐาน (Substratum) หมายถึง
สารปฐมภูมิที่รองรับสิ่งที่บอกลักษณะของ
สสาร เช่นบอกสี น้ำหนัก รูปร่าง ฯลฯ
* วิภาษวิธี (Dialectic) หรือวาท
วิจารณ์ คือวิธีหาความรู้ของโชคราติส
ด้วยการเสนอความเห็นของฝ่ายตรงกันข้าม
แล้วไล่เสียงจนได้คำตอบที่ปรองดองกัน
ได้ทั้งสองฝ่าย
Kalyanamitra.org
กัลยาณมิตร ๘๕