ข้อความต้นฉบับในหน้า
ๆ
รั้วไม้อยู่ อะไรก
ดวงดาวอย่าง
หนึ่ง ธรรมรัตนะอย่างหนึ่ง สังฆรัตนะอย่างหนึ่ง แต่ ไหน ไม่ใช่ดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ ดวงดาวอย่างที่
โดยเนื้อความแล้วเป็นอันเดียวกัน เหมือนเพชรเม็ด มนุษย์ทั่ว ๆ ไป เข้าใจกัน แต่ว่าอายตนะนั้นมีอยู่
เดียวกัน ถ้าเราจะแยก ก็มีสี มีแวว มีเนื้อ สีก็ได้ จะเข้าถึงได้ต้องอาศัยธรรมกายที่บริสุทธิ์ผ่องใสเท่านั้น
แก่พุทธรัตนะ แววก็ได้แก่ธรรมรัตนะ เนื้อก็ได้แก่ อายตนะนิพพานเป็นเขตแดนกว้างขวาง ไม่มี
สังฆรัตนะสามอย่างจึงอาศัยซึ่งกันและกัน รวมอยู่ อะไรกำบัง ไม่มีโบสถ์ ไม่มีวิหาร ไม่มีศาลาการ
เป็นที่พึ่งที่ระลึกอันเดียวสูงสุดอยู่ภายใต้ตัวเรา เปรียญ ในอายตนะนั้นไม่มีอะไร โล่งว่างเพราะไม่
วันมาฆบูชาที่ผ่านมา มีหลายท่านจำนวน จำเป็นต้องพึ่งอาศัยสิ่งเหล่านั้น เนื่องจากท่านพึ่งตัว
มากทีเดียวที่เวียนเทียนอยู่ก็ดี นั่งอยู่ข้างหน้าอุโบสถก็ดี ของท่านเองได้ ใจท่านหยุดติดนิ่งเข้านิโรธสมาบัติอยู่
ขณะทำพิธีอยู่นั้นได้มองเห็นพุทธรัตนะด้วยตาเนื้อ ภายในตัวของท่าน เพราะฉะนั้น ไม่จำเป็นต้องพึ่ง
เห็นพระพุทธเจ้าใสเป็นแก้ว จีวรก็ใสเป็นแก้ว ไม่ใช่ สิ่งเหล่านั้นในอายตนะนิพพานสว่างไสวด้วยธรรมธาตุ
แก้วแข็ง อย่างที่เราเข้าใจกันนี้นะ แต่อ่อนนิ่มมี ธรรมรังสีของพระพุทธเจ้า ฉะนั้นวัตถุอะไรต่าง ๆ ไม่มี
ชีวิตชีวาสวยงามอย่างไม่มีที่ติ เห็นทั้ง ๆ ลืมตา นี่ มีแต่ความบริสุทธิ์ผ่องใส ธรรมกายก็ลอยอยู่ในธรรม
มีพยานปรากฏแล้ว เห็นกันอย่างนี้ทุกปี เห็นกันทั้ง ๆ ธาตุนั้น ใสบริสุทธิ์จริง ๆ กายของพระพุทธเจ้ามิใช่
ลืมตา บางท่านก็เห็นอยู่ภายใน นี่แหละพุทธรัตนะ ท่านมีเครื่องประดับประดาแต่งตัวเหมือนอย่างกับเทวดา
เป็นกายแก้ว คือธรรมกายที่อยู่ในตัวนั่นเอง เป็นที่ หรืออย่างที่เราเห็นตามภาพวาดเรื่อยเปื่อยกันออกไป
พึ่งที่ระลึกสูงสุดของพวกเราทั้งหลาย เป็นสิ่งที่เราจะ อย่างนั้น กายจริง ๆ ของท่านเป็นธรรมกาย เป็น
ต้องทำให้เป็นขึ้นมาให้ได้ ให้เกิดขึ้นมาให้ได้ ถ้าใจ
กายพระ เป็นกายแก้ว สวยงามจริง ๆ อยู่ใน
หยุดถึงกายนี้เมื่อไรละก็ บันเทิงเมื่อนั้น สามารถ อายตนะนิพพานอยู่ในโน้น เข้าถึงยาก แค่เข้าถึง
ข้ามความทุกข์ทั้งหลายไปได้หมด แล้วก็ถึงฝั่งแห่ง ภายในตัวเราก็ยังยากแล้ว ไปถึงอายตนะนิพพานก็
ความสุข จะเข้าถึงได้ในปัจจุบันนี้แหละ ถ้าปัจจุบัน ยิ่งยากใหญ่ แต่จะเข้าถึงได้ก็อาศัยธรรมกายนี่แหละ
นี้เข้าถึงได้อนาคตก็เข้าถึงได้ เข้าใจกันให้ดีนะ ธรรมกายภายในตัวเราบริสุทธิ์เท่ากับอายตนะนิพพาน
มีความบริสุทธิ์ เท่าเทียมกันจนไม่มีเครื่องร้อยรัด
อะไรต่าง ๆ ผูกพันให้ติดอยู่ในโลกแล้ว บริสุทธิ์ผ่องใส
จนความโลภ ความโกรธ ความหลงไม่มีเลย นั่น
แหละจึงจะไปอยู่โดยถาวรได้
คำว่าอายตนะนิพพาน แปลได้หลายอย่าง
แปลว่า เขตแดนก็ได้ แปลว่า บ่อเกิดก็ได้ แปลว่า
ที่ตั้งก็ได้ แปลว่า ทรงกลมก็ได้ เพราะฉะนั้นเมื่อเรา
รวมความหมายแล้วอายตนะนิพพานที่พระพุทธเจ้า
ท่านตรัสว่ามีอยู่ ไม่ใช่ดิน น้ำ ลม ไฟ ในโลกนี้โลก
Kalyanamitra.org
กัลยาณมิตร ๕๙