มัธยมกะและอนาคตของมัธยมกะ วารสารกัลยาณมิตร ปี 2533 ฉบับที่ 9 หน้า 73
หน้าที่ 73 / 122

สรุปเนื้อหา

มัธยมกะและอนาคตของมัธยมกะ (ต่อจากฉบับที่แล้ว) ต่อไปนี้ ผู้เขียนย้อนกลับมากล่าว ถึงตัวแปร ๔ ประเภทที่แตกต่างกันไป ตามหลักการเชื่อมโยงด้วยเหตุผลระหว่าง คำว่า ควันและไฟ คือ - ตัวแปรที่เราทำนายได้ว่า จะต้องมี ทั้งควันและไฟอยู่ เช่น ครัว และอื่น ๆ - ตัวแปรที่เราทำนายได้ว่า มีควัน หรือไฟอย่างใดอย่างหนึ่งอยู่ด้วยกัน หรือ แยกออกจากกัน เช่น ทะเลสาบ และถัง เก็บน้ำ เป็นต้น (สิ่งของทั้งสองประเภท นี้ ทำให้เกิดตัวแปรที่เป็นไปตามกฎ ๒ ข้อ ที่จะทำให้เกิดวินิจฉัยที่สมเหตุสมผล) - ตัวแปรที่เราทำนายได้ว่า มีควัน แต่ไม่มีไฟ ประโยคนี้ มีสัญลักษณ์ "p>-q" และ วิทยาที่เป็นไปตามกฎ ๒ ข้อถูกต้อง เหมือนกัน กล่าวคือ เสียง "เสียงที่เปล่งออกมา [ศัพท์ ซึ่งเราจะใช้สัญลักษณ์ 5) เป็น ผลอันเกิดจากความพยายามของมนุษย์ "((s) = ศัพท

หัวข้อประเด็น

- มัธยมกะและอนาคตของมัธยมกะ

ข้อความต้นฉบับในหน้า

มัธยมกะและอนาคตของมัธยมกะ (ต่อจากฉบับที่แล้ว) ต่อไปนี้ ผู้เขียนย้อนกลับมากล่าว ถึงตัวแปร ๔ ประเภทที่แตกต่างกันไป ตามหลักการเชื่อมโยงด้วยเหตุผลระหว่าง คำว่า ควันและไฟ คือ - ตัวแปรที่เราทำนายได้ว่า จะต้องมี ทั้งควันและไฟอยู่ เช่น ครัว และอื่น ๆ - ตัวแปรที่เราทำนายได้ว่า มีควัน หรือไฟอย่างใดอย่างหนึ่งอยู่ด้วยกัน หรือ แยกออกจากกัน เช่น ทะเลสาบ และถัง เก็บน้ำ เป็นต้น (สิ่งของทั้งสองประเภท นี้ ทำให้เกิดตัวแปรที่เป็นไปตามกฎ ๒ ข้อ ที่จะทำให้เกิดวินิจฉัยที่สมเหตุสมผล) - ตัวแปรที่เราทำนายได้ว่า มีควัน แต่ไม่มีไฟ ประโยคนี้ มีสัญลักษณ์ "p>-q" และ วิทยาที่เป็นไปตามกฎ ๒ ข้อถูกต้อง เหมือนกัน กล่าวคือ เสียง "เสียงที่เปล่งออกมา [ศัพท์ ซึ่งเราจะใช้สัญลักษณ์ 5) เป็น ผลอันเกิดจากความพยายามของมนุษย์ "((s) = ศัพท์ประเภทหนึ่ง ที่พยายะให้ คำจำกัดความว่าเป็น "ผลอันเกิดจาก ความพยายามของมนุษย์”], และ "มัน ไม่เที่ยง " ((s)-B; ("B" = "เที่ยง")] และ "เสียงที่เปล่งออกมา ๑ เสียง = (1) ที่เราได้ยิน (หรือที่เราเข้าใจหรือใช้ สื่อสารกันได้” [(to ศัพท์ประเภท หนึ่ง ที่มีมางสาให้คำจำกัดความว่า "ที่ เราได้ยิน”, และ “มันเที่ยง” [(1)B] เพราะฉะนั้น การโต้เถียงระหว่างสำนัก นยายะ และสำนักมีบางสาของฮินดู จึง เขียนออกมาได้ในรูป "(s) >(s)-B" VS " (t)>(t)B” ปัญหาก็คือ ต่างฝ่ายต่างคิดว่า ตนพูดถึงคำ ๆ เดียวกันและเรื่องเดียวกัน คือ "ศัพท์” แต่จริง ๆ แล้ว มันไม่ได้ เป็นอย่างนั้น และเมื่อใช้แนววิเคราะห์ ๆ - ตัวแปรที่เราทำนายได้ว่าไม่มีควัน แต่มีไฟ ประโยคนี้มีสัญลักษณ์ "g-p" ต่อไปนี้ ผู้เขียนจะขอกล่าวถึงการโต้เถียง กันระหว่างฮินดู ๒ สำนัก และระหว่าง อาภิธรรมิกะในพระพุทธศาสนา ๒ สำนัก ว่ามีอะไรที่เหมือน ๆ กัน กล่าวคือ ทั้ง ๆ ที่คู่โต้แย้งแต่ละคู่ พูดถึงคำ ๆ เดียวกัน และการใช้สัญลักษณ์ข้างต้นกับการโต้ แต่กลับสรุปประเด็นกันไปคนละทาง ได้ เถียงกันระหว่างเถรวาทและบุคคลวาท แก่ คำว่า "ศัพท์” นักตรรกวิทยาของ ในพระพุทธศาสนาแล้ว เราก็จะเขียนรูป สำนักนยายะของฮินดู สรุปว่า ศัพท์ การโต้เถียงของเถรวาทเรื่องบุคคลด้วย “ไม่เที่ยง” ในขณะที่นักภาษาศาสตร์ ของสำนักมีบางสาของฮินดู สรุปว่า ศัพท์ "เที่ยง” อย่างไรก็ดี เถรวาทและบุคคลวาท ในพระพุทธศาสนา กลับมีการโต้แย้งด้วย การปฏิเสธในตอนแรก และยืนยันใน ตอนหลังได้ดังนี้ “(x)-p>(x)" ในทำนอง เดียวกัน บุคคลวาทก็ได้ยืนยันในตอนแรก และปฏิเสธในตอนหลังว่า "(y)p>(y)-q" ถ้าจะพูดให้เข้าใจง่ายขึ้น เหตุผลที่ยุ่งยากซับซ้อนยิ่งไปกว่านยายะ ล้มเหลวลงได้ก็เพราะ และมีบางสาเสียอีก ทั้งนี้เพราะทั้งนยายะ โดย ดร.โซเฮอิ อิชิมูระ สถาบันการศึกษาพระพุทธศาสนา มหาวิทยาลัยเบิร์คเล่ย์ มลรัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา ผู้แปล การสื่อสาร ทั้งเถรวาทและบุคคลวาท ต่าง อรุณลักษณ์ ไชยนันทน์ อ.บ., อ.ม. (ภาษาอังกฤษ) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และมีบางสาต่างก็ให้เหตุผลทางตรรก ก็ถกเถียงกันโดยใช้ตัวแปรคนละตัวคือตัว กัลยาณมิตร ๗๑
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More