ข้อความต้นฉบับในหน้า
พ ร ะ เ จ้ า อ โ ศ ก ม ห า ร า ช
จับมือหล่อนเบา ๆ เป็นเชิงปลอบแล้วจูงมือเธอมานั่ง
ลง ณ แท่นหินใต้ต้นไม้
“ท่านร้องไห้ทำไม วิเนตา บอกข้าพเจ้าได้ไหม?
หรือท่านไม่สบาย ถ้าเป็นดังนั้นขอท่านขึ้นตำหนักไป
พักผ่อนเสียเถิด ข้าพเจ้าจะเดินไปส่งท่าน”
วิเนตาบีบมืออโศกแน่นขึ้นพลางกล่าวว่า "ข้าพ
เจ้าจะไม่สบายกายนั้นหามิได้ แต่ข้าพเจ้ารู้สึกไม่สบายใจ
เพราะการจะจากไปของท่าน ความเอื้ออารีของท่าน
ที่มีต่อข้าพเจ้านั้นประการหนึ่ง และอีกประการหนึ่ง
คืออัธยาศัยอันเป็นที่ถูกกันระหว่างท่านและข้าพเจ้า
เมื่อทั้งสองประการมารวมกันท่านเห็นว่ายังจะเป็น
เหตุผลพอหรือไม่ที่จะให้ข้าพเจ้าอาลัยถึงท่านในยามจาก
อีกประการหนึ่งเล่า ข้าพเจ้าทราบว่าท่านไปศึกษา
อย่างคนสามัญ มิได้ไปอย่างราชกุมาร ท่านจะ
ต้องลำบากปานใดก็หาทราบไม่ ความทุกข์ทนหม่นไหม้
ของท่านซึ่งได้รับอยู่ประจำก็ทำให้ข้าพเจ้าสงสารท่าน
มากอยู่แล้ว เมื่อมารวมกับการคาดหวังว่า ท่านจะ
ไปอยู่อย่างลำบากอีก ท่านตรองดูเถิดว่า ความรู้สึก
ของข้าพเจ้าที่มีต่อท่านนั้นจะเป็นประการใด ข้าพเจ้า
ทราบดีว่าตนเป็นหญิงไม่ควรจะเผยความในอกตัว
ให้ชายทราบมากมายถึงปานนี้ แต่ข้าพเจ้าเป็นคนไม่
มีมารยาท เมื่อความรู้สึกดังนี้มีอยู่จริง ข้าพเจ้าก็พูด
ตามความรู้สึก”
คำพูดซื่อ ๆ แต่แฝงไว้ซึ่งความจริงใจ สุจริตใจ
ของวิเนตากินใจอโศกยิ่งนัก เวลานั้นทั้งสองยังอยู่ใน
ภาวะแรกรุ่นเจริญวัย พลังที่จะหักห้ามใจตนเองมีอยู่
น้อย เมื่อบุคคลอนุญาต โอกาสเปิด สถานที่อำนวย
ประกอบด้วยมธุรสวาจาแสดงความอาลัยอาวรณ์เยี่ยง
นั่น อารมณ์หนุ่มก็ขึ้น ความรู้สึกสัมพันธ์ระหว่าง
ญาติเลือนหายไปพร้อม ๆ กับรัชนีกรหลบเข้ากลีบเมฆ
อโศกกุมมือซ้ายของเด็กสาวไว้ด้วยมือซ้ายของตน
ส่วนมือข้างขวาได้โอบไหล่ของวิเนตาไว้ ประคอง
ให้เอนเองลงมา ปรางของนางวางอยู่บนหัวไหล่
ของชายหนุ่ม เวลานั้นไม่มีคำพูด แต่ดูเหมือน
ทั้งสองจะรู้ภาษาใจของกัน อโศกนั้นไม่เคยคิดรัก
วิเนตาอย่างชายหนุ่มรักหญิงสาวมาก่อน แต่อาการ
ของวิเนตาในคืนนี้ได้บอกเขาโดยหมดสิ้น ว่าหัวใจ
ของเธอมีความผูกพันต่อเขาเกินฐานะญาติ ถ้าเขาจะ
เฉยเมยเสียดูจะเป็นการทารุณต่อความรู้สึกของหญิงสาว
เกินไป เขาคิดว่าจะค่อย ๆ ถอนความรู้สึกของ
หญิงสาวออกทีละน้อย
แต่เวลานี้เป็นเวลาที่เขาควรจะปล่อยเรือให้คลื่น
ซัดสาดไปก่อน เมื่อหมุนหาทิศทางถูกต้อง และลมฝน
ค่อยเบาบางลงแล้ว จึงค่อยนำเรือเข้าฝั่งให้ปลอดภัย
จงได้ เมื่อคิดดังนี้อโศกจึงกล่าวแก่นางว่า
“ข้าพเจ้าเองนั้น ท่านก็ทราบแล้วว่า มีผู้ซึ่ง
๔๒ กัลยา ณ มิตร