การศึกษาและการเดินทางของอโศก วารสารกัลยาณมิตร ปี 2533 ฉบับที่ 9 หน้า 82
หน้าที่ 82 / 122

สรุปเนื้อหา

พ ร ะ เ จ้ า อ โ ศ ก ม ห า ร า ช พระญาติ แม้จะไม่ใกล้ชิดนัก แต่ก็นับเนื่องอยู่ใน พระราชวงศ์โมริยะนั่นเอง ทั้งสองทรงมีพระอัธยาศัยต้องกัน และอยู่ใน ชันษาไล่เลี่ยกัน วิเนตาเป็นสตรีที่เอาอกเอาใจคนเก่ง มีความนิ่มนวลอ่อนหวานประจำอัธยาศัย อโศกมี เรื่องต้องหมกมุ่นครุ่นคิดอยู่เสมอ วิเนตามีส่วนช่วย เหลือให้ราชกุมารอโศกคลายความวิตกกังวล และมี ความสุขสดชื่นเข้ามาแทน พูดถึงความเป็นมิตรแล้ว อโศกถือว่าวิเนตาเป็นมิตรที่ดีที่สุดคนหนึ่งของตน ความสนิทสนมของทั้งสองเป็นไปฉันท์ญาติ มีการพบปะกันเสมอทั้งในที่เปิดเผยและลับหูคน อโศกนั้นแม้จะฉลาดเฉลียว แต่ก็มีความซื่อเป็นนิสัย และยังเยาว์ต่อเรื่องโลกีย์ จะคบใครก็คบประสาซื่อ พระนางวิมังสาเทวีทรงทราบอัธยาศัยอย่างนี้ของพระ ราชบุตรดีอยู่ จึงมิได้ห้ามปรามเรื่องติดต่อเกี่ยว

หัวข้อประเด็น

- การศึกษาและการเดินทางของอโศก

ข้อความต้นฉบับในหน้า

พ ร ะ เ จ้ า อ โ ศ ก ม ห า ร า ช พระญาติ แม้จะไม่ใกล้ชิดนัก แต่ก็นับเนื่องอยู่ใน พระราชวงศ์โมริยะนั่นเอง ทั้งสองทรงมีพระอัธยาศัยต้องกัน และอยู่ใน ชันษาไล่เลี่ยกัน วิเนตาเป็นสตรีที่เอาอกเอาใจคนเก่ง มีความนิ่มนวลอ่อนหวานประจำอัธยาศัย อโศกมี เรื่องต้องหมกมุ่นครุ่นคิดอยู่เสมอ วิเนตามีส่วนช่วย เหลือให้ราชกุมารอโศกคลายความวิตกกังวล และมี ความสุขสดชื่นเข้ามาแทน พูดถึงความเป็นมิตรแล้ว อโศกถือว่าวิเนตาเป็นมิตรที่ดีที่สุดคนหนึ่งของตน ความสนิทสนมของทั้งสองเป็นไปฉันท์ญาติ มีการพบปะกันเสมอทั้งในที่เปิดเผยและลับหูคน อโศกนั้นแม้จะฉลาดเฉลียว แต่ก็มีความซื่อเป็นนิสัย และยังเยาว์ต่อเรื่องโลกีย์ จะคบใครก็คบประสาซื่อ พระนางวิมังสาเทวีทรงทราบอัธยาศัยอย่างนี้ของพระ ราชบุตรดีอยู่ จึงมิได้ห้ามปรามเรื่องติดต่อเกี่ยวพัน ด้วยวิเนตา b ต่อมาเมื่ออโศกมีชันษาได้ ๑๕ ปีและ 5 เดือน พระนางวิมังสาเทวีพระมารดา และพระเจ้าพินทุสาร ตกลงจะส่งอโศกไปศึกษาศิลปศาสตร์ ณ เมืองตัก ศิลา และให้บุตรอำมาตย์ผู้หนึ่งไปร่วมศึกษาด้วย เพื่อเป็นสหายกันทั้งในการศึกษาและการเดินทาง อโศกได้ทราบข่าวนี้ด้วยความรู้สึกพอใจอย่างยิ่ง พระอัธยาศัยแห่งตนนั้นรักการศึกษาอยู่แล้ว แต่ เมื่อมาคำนึงถึงว่า จะต้องจากสถานที่ซึ่งเคยอยู่อาศัย มาเป็นเวลานาน ก็ให้เกิดความสลดหดหู่ว้าเหว่และ เหงาหงอย ยิ่งคิดถึงว่าสถานที่ใหม่มีแต่คนแปลกหน้า ก็ยิ่งชวนให้อาลัยนครปาฏลีบุตรมากขึ้น ยิ่งเวลาใกล้เข้ามาความรู้สึกกระวนกระวายยิ่ง มีมากขึ้น คืนหนึ่งประมาณต้นมัชฌิมยาม อโศกกุมาร เข้าบรรทมตามปกติ แต่มิอาจบรรทมให้หลับสนิท เช่นเคยได้ กระสับกระส่ายพลิกกลับไปกลับมาอยู่ เป็นเวลานาน เมื่อเห็นว่ามิอาจบรรทมหลับแน่นอนแล้ว ขึ้นนอนต่อไปก็รังแต่จะนำความรำคาญมาให้ จึงลุก จากแท่นบรรทมออกมายืนรับลมชมแสงจันทร์ ณ เฉลียง กลิ่นดอกไม้รวยระรื่นมาตามกระแสลม ราชกุมาร เสด็จลงจากปราสาทมาเดินเล่นในบริเวณวังแต่เพียง แสงจันทร์คืนวันเพ็ญสาดส่องลงมา แสง สีนวลขาวผสมด้วยกระแสลมอ่อนต้นมัชฌิมยาม ก่อ พระองค์เดียว ให้เกิดความรู้สึกชุ่มชื่น อโศกเดินทอดน่องไปเรื่อย ๆ จนมาถึงริมสระซึ่งมีม้าหินอ่อนวางเรียงรายอยู่ใต้ต้นไม้ หลายพันธุ์ ซึ่งปลูกไว้ประดับสระและเพื่อความร่มรื่น ภายในพระราชวัง - เขานั่งหันหน้าไปทางสระน้ำ ซึ่งสะท้อนแสงโสม มองดูเป็นประกายงาม พยายามสำรวจตรวจดูทุกสิ่ง ทุกอย่างเพื่อให้ติดตาเตือนใจไว้ เพราะอีกไม่กี่เพลา แล้วเขาก็จะจากวังซึ่งเคยประทับมาตั้งแต่น้อยไปสู่สำนัก - ตักสิลา ทั่วบริเวณวังเงียบสงัด ประทีปโคมไฟในตำหนัก ต่าง ๆ ดับลงทีละดวงสองดวง เขามองไปทางตำหนัก ของพระนางวัลลภาพรรณ ที่อาศัยของวิเนตา-ญาติหญิง ซึ่งให้ความสนิทสนมและคอยทุกข์ร้อนด้วยตนอยู่เสมอ จินตนาการของเจ้าชายอโศกบางครั้งก็แผ่ไพศาล กว้างออก ๆ จนไม่รู้ว่าคิดเรื่องอะไร แต่บางคราวก็ หดสั้นเข้าจนมารวมอยู่ในเรื่อง ๆ เดียว ขณะที่ทรงจินตนาการเพลินอยู่นั้น ใครคนหนึ่งผ่านวูบเข้ามา เขารีบลุกขึ้น สัญชาตญาณ แห่งการหวาดระแวง และการป้องกันตัวแล่นไปทั่ว สรรพางค์ เขาอยู่ในอิริยาบถที่เตรียมพร้อมเดินเลี้ยว ขวาตามทางที่เข้าใจว่า เจ้าของเงาหลบเข้าไป จึง เงาของ เห็นใครคนหนึ่งยืนแอบต้นไม้อยู่ เธอเป็นสุภาพสตรี สาวสวยคลุมหน้าด้วยผ้าสีชมพูบาง เมื่อเห็นเขาเดิน เข้าไปใกล้จึงเปิดผ้าคลุมหน้าออก พร้อมด้วยปล่อย เสียงหัวเราะเบา ๆ ออกมา ๔๐ กั ล ย า ณ มิตร Kalyanamitra.org
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More