ข้อความต้นฉบับในหน้า
พ ร ะ เ จ้ า อ โ ศ ก ม ห า ร า ช
พระญาติ แม้จะไม่ใกล้ชิดนัก แต่ก็นับเนื่องอยู่ใน
พระราชวงศ์โมริยะนั่นเอง
ทั้งสองทรงมีพระอัธยาศัยต้องกัน และอยู่ใน
ชันษาไล่เลี่ยกัน วิเนตาเป็นสตรีที่เอาอกเอาใจคนเก่ง
มีความนิ่มนวลอ่อนหวานประจำอัธยาศัย อโศกมี
เรื่องต้องหมกมุ่นครุ่นคิดอยู่เสมอ วิเนตามีส่วนช่วย
เหลือให้ราชกุมารอโศกคลายความวิตกกังวล และมี
ความสุขสดชื่นเข้ามาแทน พูดถึงความเป็นมิตรแล้ว
อโศกถือว่าวิเนตาเป็นมิตรที่ดีที่สุดคนหนึ่งของตน
ความสนิทสนมของทั้งสองเป็นไปฉันท์ญาติ
มีการพบปะกันเสมอทั้งในที่เปิดเผยและลับหูคน
อโศกนั้นแม้จะฉลาดเฉลียว แต่ก็มีความซื่อเป็นนิสัย
และยังเยาว์ต่อเรื่องโลกีย์ จะคบใครก็คบประสาซื่อ
พระนางวิมังสาเทวีทรงทราบอัธยาศัยอย่างนี้ของพระ
ราชบุตรดีอยู่ จึงมิได้ห้ามปรามเรื่องติดต่อเกี่ยวพัน
ด้วยวิเนตา
b
ต่อมาเมื่ออโศกมีชันษาได้ ๑๕ ปีและ 5 เดือน
พระนางวิมังสาเทวีพระมารดา และพระเจ้าพินทุสาร
ตกลงจะส่งอโศกไปศึกษาศิลปศาสตร์ ณ เมืองตัก
ศิลา และให้บุตรอำมาตย์ผู้หนึ่งไปร่วมศึกษาด้วย
เพื่อเป็นสหายกันทั้งในการศึกษาและการเดินทาง
อโศกได้ทราบข่าวนี้ด้วยความรู้สึกพอใจอย่างยิ่ง
พระอัธยาศัยแห่งตนนั้นรักการศึกษาอยู่แล้ว
แต่
เมื่อมาคำนึงถึงว่า จะต้องจากสถานที่ซึ่งเคยอยู่อาศัย
มาเป็นเวลานาน ก็ให้เกิดความสลดหดหู่ว้าเหว่และ
เหงาหงอย ยิ่งคิดถึงว่าสถานที่ใหม่มีแต่คนแปลกหน้า
ก็ยิ่งชวนให้อาลัยนครปาฏลีบุตรมากขึ้น
ยิ่งเวลาใกล้เข้ามาความรู้สึกกระวนกระวายยิ่ง
มีมากขึ้น คืนหนึ่งประมาณต้นมัชฌิมยาม อโศกกุมาร
เข้าบรรทมตามปกติ แต่มิอาจบรรทมให้หลับสนิท
เช่นเคยได้ กระสับกระส่ายพลิกกลับไปกลับมาอยู่
เป็นเวลานาน เมื่อเห็นว่ามิอาจบรรทมหลับแน่นอนแล้ว
ขึ้นนอนต่อไปก็รังแต่จะนำความรำคาญมาให้ จึงลุก
จากแท่นบรรทมออกมายืนรับลมชมแสงจันทร์ ณ เฉลียง
กลิ่นดอกไม้รวยระรื่นมาตามกระแสลม ราชกุมาร
เสด็จลงจากปราสาทมาเดินเล่นในบริเวณวังแต่เพียง
แสงจันทร์คืนวันเพ็ญสาดส่องลงมา แสง
สีนวลขาวผสมด้วยกระแสลมอ่อนต้นมัชฌิมยาม ก่อ
พระองค์เดียว
ให้เกิดความรู้สึกชุ่มชื่น อโศกเดินทอดน่องไปเรื่อย ๆ
จนมาถึงริมสระซึ่งมีม้าหินอ่อนวางเรียงรายอยู่ใต้ต้นไม้
หลายพันธุ์ ซึ่งปลูกไว้ประดับสระและเพื่อความร่มรื่น
ภายในพระราชวัง
- เขานั่งหันหน้าไปทางสระน้ำ ซึ่งสะท้อนแสงโสม
มองดูเป็นประกายงาม พยายามสำรวจตรวจดูทุกสิ่ง
ทุกอย่างเพื่อให้ติดตาเตือนใจไว้ เพราะอีกไม่กี่เพลา
แล้วเขาก็จะจากวังซึ่งเคยประทับมาตั้งแต่น้อยไปสู่สำนัก
-
ตักสิลา
ทั่วบริเวณวังเงียบสงัด ประทีปโคมไฟในตำหนัก
ต่าง ๆ ดับลงทีละดวงสองดวง เขามองไปทางตำหนัก
ของพระนางวัลลภาพรรณ ที่อาศัยของวิเนตา-ญาติหญิง
ซึ่งให้ความสนิทสนมและคอยทุกข์ร้อนด้วยตนอยู่เสมอ
จินตนาการของเจ้าชายอโศกบางครั้งก็แผ่ไพศาล
กว้างออก ๆ จนไม่รู้ว่าคิดเรื่องอะไร แต่บางคราวก็
หดสั้นเข้าจนมารวมอยู่ในเรื่อง ๆ เดียว
ขณะที่ทรงจินตนาการเพลินอยู่นั้น
ใครคนหนึ่งผ่านวูบเข้ามา เขารีบลุกขึ้น สัญชาตญาณ
แห่งการหวาดระแวง และการป้องกันตัวแล่นไปทั่ว
สรรพางค์ เขาอยู่ในอิริยาบถที่เตรียมพร้อมเดินเลี้ยว
ขวาตามทางที่เข้าใจว่า เจ้าของเงาหลบเข้าไป จึง
เงาของ
เห็นใครคนหนึ่งยืนแอบต้นไม้อยู่ เธอเป็นสุภาพสตรี
สาวสวยคลุมหน้าด้วยผ้าสีชมพูบาง เมื่อเห็นเขาเดิน
เข้าไปใกล้จึงเปิดผ้าคลุมหน้าออก พร้อมด้วยปล่อย
เสียงหัวเราะเบา ๆ ออกมา
๔๐ กั ล ย า ณ มิตร
Kalyanamitra.org