ศิลปะอินเดียโบราณ วารสารกัลยาณมิตร ปี 2533 ฉบับที่ 9 หน้า 67
หน้าที่ 67 / 122

สรุปเนื้อหา

(ภาพซ้ายล่าง) "พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทรงแสดงธรรมแก่พระสงฆ์สาวก เทวดา พรหม” ภาพเขียนเพดานถ้ำที่ดัมบูลา ใกล้สิกิริยา ประเทศศรีลังกา (ภาพขวา) โตรณะ หรือซุ้มประตูที่สาญจี ทางเข้าสถูปสาญจี สร้างในสมัยพระเจ้า อโศกมหาราช เป็นศิลปะอินเดียโบราณที่ มีอายุเก่าแก่ที่สุด ซุ้มประตูมี ๔ ทิศ เป็นฝีมือของช่างแกะสลักงาฝีมือประณีต จาก “วิชา” ที่ยังคงความงดงามอยู่จน ปัจจุบัน เป็นภาพบรรยายเรื่องราว พุทธประวัติ ใช้ภาพเป็นสัญลักษณ์ พรรณนาเหตุการณ์ที่พระสัมมาสัมพุทธ เจ้าทรงกระทำ เช่น ดอกบัวเป็น สัญลักษณ์ของวันประสูติ ต้นโพธิ์แทน การตรัสรู้ กงล้อ (ธรรมจักร) แทนการ แสดงปฐมเทศนา รอยพระพุทธบาทและ พระคันธกุฎีแสดงให้รู้ว่าพระองค์เคย ประทับอยู่ที่นั้น ๆ ภาพที่สลักอยู่บนซุ้มประตูนั้น "ซุ้มประตู ทางทิศตะวันออก” เป็นเหตุการณ์ท

หัวข้อประเด็น

- ศิลปะอินเดียโบราณ

ข้อความต้นฉบับในหน้า

(ภาพซ้ายล่าง) "พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทรงแสดงธรรมแก่พระสงฆ์สาวก เทวดา พรหม” ภาพเขียนเพดานถ้ำที่ดัมบูลา ใกล้สิกิริยา ประเทศศรีลังกา (ภาพขวา) โตรณะ หรือซุ้มประตูที่สาญจี ทางเข้าสถูปสาญจี สร้างในสมัยพระเจ้า อโศกมหาราช เป็นศิลปะอินเดียโบราณที่ มีอายุเก่าแก่ที่สุด ซุ้มประตูมี ๔ ทิศ เป็นฝีมือของช่างแกะสลักงาฝีมือประณีต จาก “วิชา” ที่ยังคงความงดงามอยู่จน ปัจจุบัน เป็นภาพบรรยายเรื่องราว พุทธประวัติ ใช้ภาพเป็นสัญลักษณ์ พรรณนาเหตุการณ์ที่พระสัมมาสัมพุทธ เจ้าทรงกระทำ เช่น ดอกบัวเป็น สัญลักษณ์ของวันประสูติ ต้นโพธิ์แทน การตรัสรู้ กงล้อ (ธรรมจักร) แทนการ แสดงปฐมเทศนา รอยพระพุทธบาทและ พระคันธกุฎีแสดงให้รู้ว่าพระองค์เคย ประทับอยู่ที่นั้น ๆ ภาพที่สลักอยู่บนซุ้มประตูนั้น "ซุ้มประตู ทางทิศตะวันออก” เป็นเหตุการณ์ที่ เจ้าชายสิทธัตถะเสด็จออกทรงผนวช "ซุ้มประตูทิศตะวันตก” เป็นเรื่องราวใน ชาดกว่าด้วยการเสวยพระชาติเป็น พระโพธิสัตว์ ก่อนจะมาตรัสรู้เป็น พระพุทธเจ้า "ซุ้มประตูทิศเหนือ” เป็น เหตุการณ์ที่พระพุทธองค์ทรงแสดง ปาฏิหาริย์ และซุ้มประตูทิศใต้” แสดง เหตุการณ์เมื่อพระองค์ประสูติ สถูปแห่งสาญจีอยู่ในประเทศอินเดีย และเราเคยชินกับ ๕๔๓ ก่อน ค.ศ. มาแล้ว ดังนั้นจึงเป็นเรื่อง “เลยตามเลย” ก็ว่าได้ ความจริงแล้วในตำราวิชาการหลาย แห่งหลายที่ อาทินักศึกษาด้านศาสนา เปรียบเทียบ โจเซฟ แคมเบลล์ (Joseph Campbell) ให้พระพุทธเจ้าประสูติปี ๕๖๓ ก่อน ค.ศ. ปรินิพพาน ๔๔๓ ก่อน ค.ศ. ท่านผู้อ่านที่เคารพ มติที่ว่ามาทั้ง สิ้นนั้น มีฐานการคำนวณที่ต่างกัน เรา อาศัยคัมภีร์มหาวงศ์จากลังกาซึ่งถือว่า พระเจ้าอโศกเสวยราชสมบัติครองราชย์ นาน ๒๔ ปี พระเจ้าพินทุสาร เสวย ราชย์อีก ๒๔ ปี รวมสองรัชกาลก็นาน ๕๒ ปี เมื่อรวมกับอีก ๔ ปีที่พระเจ้า อโศกทำสงครามชิงราชสมบัติอีก ๕๖ ปี ดังนั้นปีแรกของพระเจ้าจันทรคุปต์ก็เป็น ค.ศ. ๓๘๑ หรือ พ.ศ. ๑๖๒ คัมภีร์มหาวงศ์นั้น มเรื่องของ พระเจ้าอโศกที่อาจารย์เสถียรเชื่อว่าถูกต้อง ฉบับบรรณาธิการโดยศาสตราจารย์แบซั่ม และหากใช้หลักฐานของมหาวงศ์ คัมภีร์ ดังกล่าวระบุว่าพระเจ้าอโศกทำราชาภิเษก นั้นเมื่อ พ.ศ. ๒๑๘ สำหรับมติทั้งหมด ท่านอาจารย์ เสถียรเห็นด้วยกับคัมภีร์มหาวงศ์ แต่ท่าน ไม่เข้าใจว่า ตัวเลข ๕๔๓ มาได้อย่างไร? เพราะหากคัมภีร์มหาวงศ์แม่น เมื่อเทียบ กับหลักฐานที่พระเจ้าอเล็กซานเดอร์บุก พระสังฆรักขิต ซึ่งเขียนบทความเรื่อง ศาสนาพุทธในหนังสือที่ใช้เป็นตำราแพร่ หลาย ชื่อ A Cultural History of India (A.L.Basham) ก็ให้พระพุทธเจ้าประสูติ ก่อน ค.ศ. ๕๖๓ ปี และดับขันธปริ นิพพานเมื่อปี ๔๔๓ ก่อน ค.ศ. เช่นกัน ท่านศาสตราจารย์รามายังการ์ ตรีปติ (Ramashankar Tripathi) ให้ปี ๔๔๓ ก่อน ค.ศ. เป็นปีเดียวกัน การเทียบศักราช อินเดียและพบกับพระเจ้าจันทรคุปต์แล้ว ในระยะกาลของพระยามิลินท์ ก็น่าจะมาลงตัวเลข ๔๔๓ การเทียบเนื้อหาในปัญหาพระยา ปัจจุบันมติ ๕๔๓ เป็นมติที่คนไทย มิลินท์นั้น เป็นเรื่องสำคัญเรื่องหนึ่ง คุ้นกันมาก และกลายเป็นประเพณีไทย เพราะพระยามิลินท์นั้นเป็นกษัตริย์ที่อยู่ - ไปแล้วในการเทียบศักราชพุทธกับคริสต์ ในวงศ์วารของยูไทเดอมัส Kalyanamitra.org กัลยาณมิตร ๖๕
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More