ข้อความต้นฉบับในหน้า
พ ร ะ เ จ้ า อ โ ศ ก ม ห า ร า ช
- "วิเนตา! !” อโศกอุทาน
"ใช่, ข้าพเจ้าเอง ท่านตกใจมากหรือ?”
“ทำไม ท่านลงมาเดินมืด ๆ ค่ำ ๆ อย่างนี้?”
“ข้าพเจ้านอนไม่หลับสองคืนแล้ว และคืนนี้ก็
เช่นกัน” นางตอบแล้วก้มหน้า
“ท่านไม่สบายหรือ? ขอโทษ!” พร้อมกับคำว่า
“ขอโทษ” อโศกได้เอื้อมมือไปจับแขนหญิงสาวเบา ๆ
วิเนตายังคงยืนนิ่ง เขาใช้มืออีกข้างหนึ่งแตะหน้าผาก
ของหญิงสาว
1. "นี่เห็นไหม?” วิเนตาพูด เงยหน้าขึ้นมองอโศก
"คำที่ข้าพเจ้ากล่าวไว้วันก่อน ท่านได้พบตัวอย่าง
แห่งคำนั้นแล้ว” orenteeiss
“คำอะไร?” อโศกถามอย่างพื้น
"คำที่ข้าพเจ้ากล่าวว่า ผู้ชายส่วนมากมักทำ
อะไรเสียก่อน แล้วขอโทษภายหลังหรืออย่างน้อยก็
ทำไปขอโทษไป”
1 อโศกหัวเราะออกมาเบา ๆ แล้วปล่อยมือ
พร้อมกล่าวว่า "ถ้าการกระทำของข้าพเจ้าไม่เป็นที่
สบใจท่าน ข้าพเจ้าก็ขออภัยด้วย ข้าพเจ้ามิได้
เจตนาล่วงเกินท่านดอก เพียงแต่เป็นห่วงเกรงท่าน
ไม่สบาย ท่านยังมิได้บอกข้าพเจ้าเลยว่า ท่านไม่
สบายหรือเพราะอะไร จึงทำให้ท่านนอนไม่หลับสอง
คืนมาแล้ว”
วิเนตาไม่ตอบคำถามของเขา แต่กลับย้อนถามว่า
"เหลืออีกกี่เพลาที่ท่านจะจากนครปาฏลีบุตรไปสู่สำนัก
ตักสิลา ข้าพเจ้าขอแสดงความยินดีที่ท่านจะได้ไป
ศึกษาในสำนักที่มีชื่อเสียงระบือไปไกล แต่ใจหนึ่งก็
ไม่อยากให้ท่านจาก
"เหลืออีก ๓ ราตรีเท่านั้น ที่ข้าพเจ้ามีโอกาส
ได้นอนร่วมบริเวณวังกับท่าน หลังจากนั้นก็จะขอลา
ท่านไป แต่มิได้ไปอย่างไม่มีวันกลับ เพียงไม่นานปี
ข้าพเจ้าก็จะกลับมาอีก ข้าพเจ้าขอขอบใจในความ
เอื้ออารีของท่านที่มีจิตอาทรถึงข้าพเจ้า ที่ท่านกล่าวว่า
ใจหนึ่งไม่อยากให้ข้าพเจ้าจากนั้นยังมีความหมายพิเศษ
อะไร
นอกจากความระลึกถึงอย่างธรรมดาประสา
ญาติพี่น้อง และคนที่เคยสนิทสนมกันอยู่หรือ?”
อโศกทราบเหมือนกันว่า คำถามตอนหลังของ
เขาเป็นเรื่องที่ไม่รู้จะเหมาะนัก เมื่อถามหญิงสาวผู้
จำเริญชันษารุ่นเดียวกัน แต่เพื่อจะหยั่งดูให้แน่ชัดว่า
นางมีความรู้สึกต่อตนประการใด มีความลึกซึ้งแค่ไหน
จึงได้ถามซึ่งดูเหมือนจะค่อนข้างโง่ ๆ อยู่
- แทนคำตอบ วิเนตาสะอื้นเบา ๆ อโศกตกใจ
มากคาดไม่ถึงว่าคำถามของตนจะไปกระทบความรู้สึก
อะไรของหญิงสาวเข้า จึงทำให้เธอต้องร้องไห้ น้ำตา
ของเธอพร่างพรายออกมากระทบแสงจันทร์ ดู
ประหนึ่งเกล็ดเพชรวางอยู่บนก้อนศิลาอ่อนสีขาว จึง
แทนคำาตอบ วิเนตาสะอื้นเบา ๆ อโศกตกใจมากคาดไม่ถึงว่า คำถามของตนจะไปกระทบ
ความรู้สึกอะไรของหญิงสาวเข้า จึงทำให้เธอต้องร้องไห้ น้ำตาของเธอพร่างพรายออกมา
กระทบแสงจันทร์ ดูประหนึ่งเกล็ดเพชรวางอยู่บนก้อนศิลาอ่อนสีขาว จึงจับมือหล่อนเบา ๆ
เป็นเชิงปลอบแล้วจูงมือเธอมานั่งลง ณ แท่นหินใต้ต้นไม้
กัลยาณมิตร ๘๑