ข้อความต้นฉบับในหน้า
พ ร ะ เ จ้ า อ โ ศ ก ม ห า ร า ช
เกี่ยวเนื่องเป็นญาติอยู่มากหลาย ครูณีวัยท่านนี้ก็มี
อยู่มิใช่น้อย แต่ข้าพเจ้าไม่สบอัธยาศัยใครเหมือนท่านเลย
ท่านเป็นเพื่อนหญิงที่ข้าพเจ้ามอบความสนิทสนมให้
มากที่สุด ข้อที่ท่านกล่าวคำตามประสาชื่อนั้นกินใจ
ข้าพเจ้ายิ่งนัก ข้าพเจ้ารู้สึกภูมิใจว่า แม้จะเป็นที่
เกลียดชังของใคร แต่อย่างน้อยก็ยังมีอีกท่านหนึ่งที่
รักข้าพเจ้าอย่างมิตรแท้ ดูซิ! อีกสามราตรีแล้วที่
ข้าพเจ้าจะจากไป แต่จะหาใครแสดงความอาวรณ์
อย่างท่านมิได้มี ข้าพเจ้านี้ตระหนักอยู่ว่าตนเองบุญน้อย
เคยรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจอยู่บ้าง แต่เมื่อมาประจักษ์
น้ำใจของท่านแล้ว ก็พอจะกล่าวได้บ้างว่า แม้จะ
บุญน้อยก็น้อยเรื่องอื่นดอก หาได้มีบุญน้อยเรื่องไม่มี
คนรักไปด้วยไม่”
อโศกยังพูดไม่ทันจบนางได้เอามือปิดปาก
พลางกล่าวว่า
"อโศก! ท่านอย่ากล่าวอะไรให้กินใจข้าพเจ้า
มากนักเลย เพียงเท่านี้ข้าพเจ้าก็อาวรณ์ท่านมากอยู่
แล้ว อย่าได้ผูกมัดข้าพเจ้าด้วยวาจาให้ข้าพเจ้าต้อง
เก็บเอาไประลึกถึงอีกเลย”
"แต่ข้าพเจ้าเกรงอยู่อย่างหนึ่งว่า” อโศกพูด
เท่านี้แล้วแกล้งหยุดเสีย
"ท่านเกรงอะไร? พูดให้จบเถิด” นางขอร้อง
“ข้าพเจ้าเกรงว่า เมื่อข้าพเจ้าจากไปแล้ว
ท่านได้เพื่อนใหม่ที่ดีกว่าข้าพเจ้า รูปงามกว่าข้าพเจ้า
แล้วท่านจะเลื่อนข้าพเจ้าเสีย
'อโศก! ท่านพูดเหมือนหมิ่นน้ำใจของข้าพเจ้าว่า
คล้ายน้ำธรรมดา แหวกให้เป็นช่องแล้ว เมื่อปล่อยมือ
น้ำนั้นก็ลบรอยเสียสิ้น ไม่มีร่องรอยเหลืออยู่เลย น้ำใจ
- ของข้าพเจ้าเป็นประการใดนั้น ท่านก็แจ้งแก่ใจแล้วสิ้น
ข้าพเจ้านั้นไม่ชั่วก็เสมือนชั่ว เพราะขยายความในอก
ตัวแก่ชายก่อน ถึงกระนั้นข้าพเจ้าก็พอใจแล้ว เพราะ
ข้าพเจ้าเป็นคนซื่อ สิ่งใดมีในอกตัว ก็มิได้ปิดบังซ่อน
|
เร้นเยี่ยงสตรีอื่น ถ้าท่านจะคิดว่าข้าพเจ้าชั่วก็ชั่วตรง
ประการที่กล่าวมานี้"
"วิเนตา! อโศกปลอบโยน "ท่านอย่าตีราคา
ตนเองต่ำอย่างนี้เลย คุณค่าของสตรีมิได้อยู่ที่ความ
มีจริตมารยาจนน่าเบื่อหน่ายเลย การพูดตามประสาซื้อ
และความสุจริตใจต่างหากเล่าเป็นเสน่ห์ในตัวคน อนึ่ง
เล่า คุณค่าของคนนั้นข้าพเจ้าเห็นว่าควรจะวัดกันตรง
ที่น้ำใจ เราอาจจะทราบอัธยาศัยของมิตรที่มีความ
ห่วงใยกังวล เอาธุระของมิตรเสมอธุระของตน เมื่อ
เป็นดังนี้ การที่ท่านพูดจาประสาซื่อ มีความสุจริตใจ
มีความห่วงใยกังวลในตัวข้าพเจ้านั้น ย่อมทำให้ข้าพเจ้า
เห็นว่า ท่านเป็นผู้มีคุณค่าและมีคุณสมบัติแห่งมิตร
คำพูดของอโศกนำความโสมนัสมาให้วิเนตา
เธอเบียดกายเข้าชิดเขา อโศกโอบไหล่ของเธอเบา ๆ
อย่างถนอม ลมดึกพัดมากระทบกายประสาทรู้สึก
เย็นสบายเหมือนพรมด้วยละอองน้ำให้แก่ผู้รุ่มร้อนใน
เที่ยงวัน เขามองไปยังน่านฟ้าด้านตะวันออก เห็น
เมฆสีขาวทาบขนานกับเส้นสีดำ ดวงดาวสองสาม
ดวงสุกใสอยู่ใกล้ ๆ ก้อนเมฆนั้น อโศกชี้ชวนให้วิเนตา
ดูแล้วกล่าวว่า เมฆเส้นสีดำนั้นคล้ายเกศา ส่วนสีขาว
มองดูเหมือนวงพักตร์ ดวงดาวอันสุกใสคล้ายดวงเนตร
ของนาง วิเนตามิได้ว่าอะไรเพียงแต่เอียงหน้ายิ้มให้
เขาด้วยความชื่นบาน สำหรับนารีนั้นคำชมเชยตน
จากใครก็ไม่ประทับใจและเอิบอิ่มเท่าคำชมจากคน
ที่ตนรัก
1 อ่านต่อฉบับหน้า
Kalyanamitra.org
กัลยาณมิตร ๘๓