ข้อความต้นฉบับในหน้า
เรื่อยลงไป ให้แน่นหนาลงไว้ไม่คลาด กล่าวความสัตย์อันนี้แหละ ขอความ
เคลื่อน ปัสสัทธิ
มั่นคงอยู่ที่ใจหยุดนั่นไม่ได้
เป็นสองไป เป็นหนึ่งทีเดียว นั่นเรียก
ว่า สมาธิสัมโพชฌงค์ทีเดียวนั่นแหละ
พอสมาธิหนักเข้าๆ หนึ่ง
เฉยไม่มีสองต่อไปนี่เรียกว่าอุเบกขา
สัมโพชฌงค์ เข้าถึงหนึ่งเฉยแล้ว
อุเบกขาแล้ว
๗
นี่องค์คุณ ๙ ประการอยู่
ทีเดียวนี่ อย่าให้เลอะเลือนไป ถ้าได้
ขนาดนี้ ภาวิตา พหุลีกตา กระทำเป็น
ขึ้นแค่นี้ กระทำให้มากขึ้น สวตฺตน
ติ ย่อมเป็นไปพร้อม อภิญญาย เพื่อ
สวัสดีจงมีแก่ท่านในทุกกาลทุกเมื่อ
ความจริงถ้ามีอยู่อย่างนี้ละ
รักษาเป็นแล้ว รักษาโพชฌงค์เป็น
แล้ว อธิษฐานใช้ได้ ทำอะไรใช้ได้
โรคภัยไข้เจ็บแก้ได้ไม่ต้องไปสงสัยละ
ความจริงมีแล้ว โรคภัยไข้เจ็บแก้ได้
แก้ได้อย่างไร ท่านยกตัวอย่างขึ้นไว้
เอกสมีสมเย นาโถ โมคคัลลานญฺจ
กสสป คิลาเน ทุกขิเตทิสวา โพช
ซึ่งเค สตฺต เทส เต จ ต อภินนะ
ทิตวา โรคา มุจจีสุ ตั้งขเณ เอกส-
มีสมเย ในสมัยหนึ่ง นาโถ
พระ
โลกนาถเจ้าทรงทอดพระเนตรพระ
รู้ยิ่ง นิพพานาย เพื่อสงบ เพื่อระงับ โมคคัลลานะและพระกัสสปะอาพาธ
โพธิยา เพื่อความตรัสรู้ ด้วยการ ถึงซึ่งทุกขเวทนา อาพาธเกิดเป็น
ทุกขเวทนา ทรงแสดงโพชฌงค์ทั้ง
๓ ดังกล่าวแล้ว ที่แสดงแล้วนี่
พุทธองค์ทรงแสดงโพช
ฌงค์ทั้ง ๗ ให้ทำใจหยุดลงไว้ ให้
นิ่งลงไว้ เมื่อพระองค์ทรงแสดงโพช
ฌงค์ทั้ง ๓ แล้ว พระโมคคัลลานะ
กับพระกัสสปะก็มีใจร่าเริงบันเทิงใน
ภาษิตของพระองค์นั้น โรคหายใน
ขณะนั้น นี่ความสัตย์อันนี้ ความ
จริงอันนี้โรคหายทีเดียว ได้ศักดิ์สิทธิ์
อย่างนี้ นี่ว่าอย่างพระโมคคัลลานะ
พระพุทธเจ้า นี่ท่านผู้แสวงซึ่งคุณ
อันยิ่งใหญ่หนา ทั้งสามท่านนี้ พระ
โมคคัลลานะก็ดี พระกัสสปะก็ดี
พระพุทธเจ้าก็ดี ท่านผู้แสดงซึ่งคุณ
อันยิ่งใหญ่ ท่านเป็นผู้สำเร็จแล้ว
กัลยาณมิตร ตุลาคม ๒๕๓๗ ๑๙