ข้อความต้นฉบับในหน้า
ขันตี ปรมัง
คา
ว่าขันติ นั้นมีรากศัพท์
มาจากภาษาบาลี คือขม
ธาตุ แปลว่าอดทนและ
ตั้งมั่นของคุณธรรมทั้งมวลเช่น ความ
เคารพ ความมีวินัย (ศีล) ความกตัญญู
ทั้งหมดนี้ต้องมีคุณธรรมคือขันติหรือ
ความอดทนเป็นพื้นฐานทั้งสิ้น
ยกตัวอย่างของความเป็นผู้มี
6
หากคน
วินัย เมื่อใดก็ตามที่คนอยู่รวมกันเป็น
กลุ่มเริ่มจาก คนขึ้นไป
เหล่านั้นเป็นปุถุชนคนธรรมดาแล้วสิ่ง
ที่ต้องตามมาคือวินัย ตามธรรมดาจิต
ใจของปุถุชนที่ยังมีกิเลสห่อหุ้มอยู่ เลย
ฝึก สามารถวิเคราะห์ ทำให้นึกให้คิดแต่ในทางที่เสียหาย
ความหมายของคำว่า
ทางที่ต่ำแล้วในที่สุดก็จะถึงการกระทำ
ขันติได้ว่า พยาปาทวิเหสามเขมา ในตอนนี้ความไม่ดีจะปรากฏชัดกับผู้
นทปปาทิเกทามติ วิเนติ ทโม ขันติ
แปลว่า สภาพใดย่อมข่ม คือปราบ
ปรามธรรมมีความเบียดเบียน ความ
ถือตัว และความกระด้างเป็นต้นเหตุ
นั้น สภาพนั้นชื่อว่า ทมะ คือขันติ
เมื่อเราได้เห็นการวิเคราะห์ศัพท์
อื่น นี้ก็เป็นปรากฏการณ์ของความไม่
อดทนต่ออำนาจกิเลสที่เกิดขึ้น และ
เมื่อมีผู้อื่นเข้ามาเตือน ถ้าเราไม่ฟัง
แสดงกิริยาไม่พอใจและไม่ทำตามวินัย
ของหมู่ก็เสีย หากว่าบุคคลผู้ที่เตือน
เป็นผู้ใหญ่เป็นผู้มีพระคุณ เราไม่เชื่อ
ว่าขันติ แล้วก็ได้ทราบว่าคำว่าขันติก็
คือการข่ม การห้ามสิ่งที่ไม่ดีไม่ให้เกิด
ฟังไม่ทำตาม ความไม่เคารพ ความ
ไม่กตัญญูก็ตามมาเป็นลูกโซ่ เพราะ
ขึ้นภายในใจของเรา และขับไล่สิ่งที่ ว่าขาดความอดทนคือไม่มีขันติธรรม
ไม่ดีที่เกิดขึ้นแล้วให้หายไปจากใจนั่น นั่นเอง ตรงกันข้ามหากเราเป็นผู้ที่มี
พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสสรร ชีวิตของเรามากมายมหาศาล
เสริญคุณธรรมคือขันติธรรมนี้ไว้ว่า ย่อมส่งผลให้เราเป็นคนที่ดีมีคุณธรรม
ความอดทนแล้วสิ่งที่ดีๆ ก็จะไหลมาสู่
และ
เอง
จองดีจาก
“ยกเว้นปัญญาเสียแล้ว เรากล่าวสรร-
เหมือนคำพูดที่ว่า “ความสบายฆ่าคน
เสริญขันติว่าเป็นเลิศ”
ความอดทนสร้างคน”
พ ร ะ ก ร ปี ฏ ก
โดย แก้วปริยัติ
ขันติภาษาไทยเราใช้ว่าอดทนนั้น
เริ่มต้นทำอะไรก็ตามหากมีใจรัก
เป็นคุณธรรมที่เยี่ยมรองจากปัญญา แล้วต้องอดทนทำ ความสำเร็จจะเกิด
และเป็นคุณธรรมที่เป็นรากฐานเป็นที่ ตามมา เหมือนต้นหญ้าแม้เป็นพืชต้น
๗๐ ตุลาคม ๒๕๓๗ กัลยาณมิตร