ข้อความต้นฉบับในหน้า
ทงสองคน
คุณย่ากับลูกชายคนเล็กหมั่นไปเยี่ยมเยียน
พูดจาหว่านล้อมปลอบใจอยู่หลายหน ลูกชายคนโต
กับลูกสะใภ้จึงยอมไปพบจิตแพทย์ การบำบัดรักษา
ด้วยยาและวิธีการให้ข้อคิดเตือนสติของหมอ ประกอบ
กับยอมรับฟังหลักธรรมทางพระพุทธศาสนา เพราะ
ตระหนักถึงความรักความห่วงใยที่แม่และน้องมีต่อ
ขายออกไปจากห้อง แล้วสอนเด็กทั้งสองไม่ให้พูด
จาดูหมิ่นคน แต่ทั้งสองก็ไม่เชื่อ เพราะมาทีไรก็
แสดงกิริยาอย่างเดิมให้คุณย่าเห็น จนท่านต้องเป็น
ฝ่ายเลิกสอนไปเอง
ตนอย่างจริงใจ จึงเริ่มได้สติ และมองเห็นชีวิตในแง่
ที่เป็นจริงว่า ทุกสิ่งไม่แน่นอน สุข-ทุกข์อยู่ที่ใจ บุญ
เป็นที่พึ่ง บาปเป็นตัวทำลาย
จากได้คิดจึงเริ่มหันมาทำบุญให้ทานรักษาศีล
และฝึกท่าสมาธิ วันอาทิตย์ก็ไปทำบุญที่วัด แล้วนำ
ธรรมะกลับมาใช้ที่บ้าน ทำตัวเป็นที่พึ่งให้ลูกชายซึ่ง
อยู่ในระหว่างต้องโทษ สอนลูกสาวให้รู้จักคิดเห็น
อกเห็นใจผู้อื่น แม้ระหว่างที่สอน ลูกสาวจะแสดง
อาการไม่พอใจ ก็ไม่โกรธตอบ กลับใจเย็นไม่ย่อท้อ
ที่จะพร่ำสอนลูกต่อไป
วันหนึ่ง เมื่อไปวัดเพื่อร่วมทำบุญในพิธีอุป
วันหนึ่งเกิดเหตุร้ายแรงขึ้น วิศวกรหลานชาย
ของท่าน มีเรื่องขัดแย้งอย่างรุนแรงกับเพื่อนร่วม สมบทอุทิศชีวิตเป็นพุทธบูชา ระหว่างพระอุปัชฌาย์
งานในบริษัทเดียวกัน ความที่ปกติเป็นคนขี้โมโห ให้โอวาทอยู่นั้น ลูกชายคนโตตั้งใจฟังราวกับว่าตน
เจ้าอารมณ์ จึงขาดสติทำร้ายอีกฝ่ายเสียชีวิต ถูก เป็นผู้รับโอวาทโดยตรงกระนั้น เสร็จพิธีบวชแล้วได้
ตำรวจจับตัวไปกลายเป็นข่าวใหญ่ครึกโครม แพทย์ มานั่งตรงหน้าแม่กราบลงช้าๆ
หญิงหลานสาวร้องไห้มาตีโพยตีพายกับคุณย่า
“มีน้องชายเป็นฆาตกรอย่างนี้หน้าที่การงาน บวชให้แม่หนึ่งพรรษา”
ของหนูทั้งหมด
“ทำไมจ๊ะ” ท่านงงกับคำพูดของหลานสาว
“ใครจะกล้าเสนอเลื่อนตำแหน่งให้พี่สาว
ฆาตกรคะ”
ยามทุกข์ภัยเข้ามาเยือน พี่น้องกันแท้ๆ แทน
ที่จะเป็นห่วงเป็นใยกัน กลับห่วงตัวเอง กลัวว่าชื่อ
เสียงอันเป็นส่วนหนึ่งของลาภยศสรรเสริญจะพังพินาศ
พ่อแม่ก็เลยเกิดทุกข์สองต่อ มีอาการทางโรคประสาท
๕๖ ตุลาคม ๒๕๓๓ กัลยาณมิตร
“ขอเวลาจัดการเรื่องงานสักระยะแล้วผมจะ
แค่ได้ฟังลูกพูดเท่านั้น แม่ดีใจเหมือนตาย
แล้วเกิดใหม่ทีเดียว
ชีวิตคนมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ทุกขณะ ซึ่ง
พิจารณาเปลี่ยนตนเองให้เป็นผู้มีชีวิตใหม่ในโลกใบเก่า
เพื่อการสร้างบุญบารมี สมกับเป็นพุทธศาสนิกชน
นะคะ