การเสด็จประพาสพม่าและอินเดียของ ร.๕ วารสารกัลยาณมิตร ปี 2537 ฉบับที่ 10 หน้า 91
หน้าที่ 91 / 128

สรุปเนื้อหา

ภ าพตอนที่ ๑๕ กล่าวตรงกันว่าเป็นตอน ร.๕ เสด็จ ประพาสพม่าและอินเดีย แต่ทางวัดว่า พ.ศ.๒๕๑๕ อาจารย์จุลทัศน์ว่าปลาย พ.ศ.๒๕๑๔ ที่เกิดลักลั่นขึ้นเช่นนี้ ก็เพราะเสด็จตอนปลายปีแล้วต่อเนื่องข้ามไปถึงอีกปีนั่นเอง ถ้าจะกล่าวรวมๆ ให้สมบูรณ์ก็ต้องเขียนว่า พ.ศ. ๒๕๑๔-๒๕๑๕ ภาพตอนนี้ จิตรกรใช้เนื้อที่มาก มากพอสมควร คือวาด กินแดนเข้าไปจนถึงผนังอีกด้านหนึ่งของพระที่นั่งทรงผนวช แต่จุดเด่นจริงๆ แล้วอยู่ที่บริเวณระหว่างช่องหน้าต่างด้าน ซ้ายที่วาดเป็นภาพเรือพระที่นั่งกลไฟบางกอก กับเมืองพม่า และผนังเหนือหน้าต่าง ที่วาดเป็นภาพขบวนรถไฟ และตึก รามบ้านช่องในอินเดีย บริเวณอื่นนอกเหนือจากนี้ ดูไม่มี เรื่องราวอะไรมากนัก จิตรกรวาดเป็นภูเขา ต้นไม้ ที่ราบ ตึกหลังเล็กหลังน้อย และผู้คนดูประปราย เข้าใจว่าจะเป็น การ “ยึดภาพ” เพื

หัวข้อประเด็น

- การเสด็จประพาสพม่าและอินเดียของ ร.๕

ข้อความต้นฉบับในหน้า

ภ าพตอนที่ ๑๕ กล่าวตรงกันว่าเป็นตอน ร.๕ เสด็จ ประพาสพม่าและอินเดีย แต่ทางวัดว่า พ.ศ.๒๕๑๕ อาจารย์จุลทัศน์ว่าปลาย พ.ศ.๒๕๑๔ ที่เกิดลักลั่นขึ้นเช่นนี้ ก็เพราะเสด็จตอนปลายปีแล้วต่อเนื่องข้ามไปถึงอีกปีนั่นเอง ถ้าจะกล่าวรวมๆ ให้สมบูรณ์ก็ต้องเขียนว่า พ.ศ. ๒๕๑๔-๒๕๑๕ ภาพตอนนี้ จิตรกรใช้เนื้อที่มาก มากพอสมควร คือวาด กินแดนเข้าไปจนถึงผนังอีกด้านหนึ่งของพระที่นั่งทรงผนวช แต่จุดเด่นจริงๆ แล้วอยู่ที่บริเวณระหว่างช่องหน้าต่างด้าน ซ้ายที่วาดเป็นภาพเรือพระที่นั่งกลไฟบางกอก กับเมืองพม่า และผนังเหนือหน้าต่าง ที่วาดเป็นภาพขบวนรถไฟ และตึก รามบ้านช่องในอินเดีย บริเวณอื่นนอกเหนือจากนี้ ดูไม่มี เรื่องราวอะไรมากนัก จิตรกรวาดเป็นภูเขา ต้นไม้ ที่ราบ ตึกหลังเล็กหลังน้อย และผู้คนดูประปราย เข้าใจว่าจะเป็น การ “ยึดภาพ” เพื่อพักมือเสียบ้างเท่านั้น ในภาพบ้านเมืองพม่า เราจะแลเห็นผู้คนแต่งตัว อย่างพม่าอยู่กันอย่างเรียบง่ายท่ามกลางหมู่ไม้ บ้านไม้และ เจดีย์ต่างๆ ยานพาหนะที่ใช้ก็ยังเป็นรถม้า และเกวียนหรือ เรือ ในขณะที่บ้านเมืองข้างอินเดียเต็มไปด้วยตึกใหญ่ๆ ทาสีแดง สีขาว และยานพาหนะที่ใช้ก็ทันสมัยที่สุดในเวลา นั้นคือรถไฟ จิตรกรวาดรูปรถไฟได้น่ารัก ภาพทิวทัศน์ที่ ราบและเนินเขา ก็ชวนให้รื่นรมย์มาก ดูแล้วสบายตา แต่ จำนวนผู้คนพลเมืองยังดูไม่มากพอ ทำให้ไม่เกิดความคึกคัก ไม่รู้สึกว่าเหมาะสมกับเมืองโต ที่น่าสังเกตและน่าประหลาด ใจมากคือ ไม่เห็นคนแต่งตัวแบบแขกบาบู หรือผู้หญิงห่ม ส่าหรีเลย คงมีแต่คนแต่งแหม่ม แต่งฝรั่ง หรือสวมชุด ทหารทงสน ซึ่งกล่าวว่า เหตุที่ ร.๕ จะเสด็จอินเดีย ก็เพราะเดิมเมื่อ เสด็จสิงค์โปร์ ชวาแล้วมีพระราชประสงค์ใคร่จะไปให้ถึงยุโรป แต่สมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์ (ช่วง บุนนาค) ผู้ สำเร็จราชการแผ่นดินไม่เห็นชอบด้วย อ้างว่าไกลเกินไป เรือที่จะทรงก็ไม่มี เป็นการเสี่ยงภัยมากนัก เจ้าพระยา ภาณุวงศ์มหาโกษาธิบดี (ท้วม บุนนาค) ซึ่งเป็นเหมือน เสนาบดีกระทรวงต่างประเทศไม่อยากให้ ร.๕ ทรงโทมนัส จึงทูลเสนออินเดียแทน จึงได้เปลี่ยนแผนไปอินเดียกัน การเสด็จครั้งนั้น ทุกคนแต่งตัวอย่างฝรั่ง แต่ยังนุ่ง ผ้าโจงกระเบน ไม่ใช้กางเกง ออกจากกรุงเทพฯ แล้วไป แวะสิงคโปร์ ปีนัง ร่างกุ้ง แล้วไปอินเดีย ขากลับแวะทอด พระเนตรภูเก็ต พังงา แล้วขึ้นบกมาไทรบุรี สงขลา หาดใหญ่ แล้วลงเรือเสด็จกลับกรุงเทพฯ ได้ดังนี้ ตรวจสอบชำระจดหมายเหตุแล้ว สรุปการเดินทาง ออกจากกรุงเทพฯ วันอาทิตย์ที่ ๑๖ ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๑๔ วัน ๓ ขึ้น 5 ค่ำ เดือน ๒ ปีมะแม จ.ศ.๑๒๓๓) กลับถึงกรุงเทพฯ วันเสาร์ที่ ๑๖ มีนาคม พ.ศ.๒๕๑๕ หรือ ค.ศ.๑๘๗๒ (วัน ๗ ขึ้น ๓ ค่ำ เดือน ๕ ปีวอก ยังเป็น ตรีศก) รวมเวลาไป-มา ๙๒ วัน เป็นการเสด็จต่างประเทศ ครั้งที่ ๒ ของ ร.๕ รูปถ่ายค้นได้จากหอจดหมายเหตุแห่งชาติเพียง ๒ รูป คือรูปหมู่ที่ ร.๕ ทรงฉายกับผู้ตามเสด็จชาวไทย และฉาย กับไทย-ฝรั่ง-แขก ทั้งสองรูปเข้าใจว่าฉายที่กัลกัตตา เมื่อ พ.ศ.๒๕๓๖ อาจารย์ชาวออสเตรเลียท่านหนึ่ง ได้แวะมาหาผู้เขียน และบอกเรื่องน่าตื่นเต้นว่า ท่านพบ รายละเอียดเกี่ยวกับการเสด็จประพาสพม่า-อินเดีย ในเอก สารฝ่ายอังกฤษแล้ว ต่อไปก็คงจะมาเผยแพร่ แต่จะเป็น เมื่อไรยังไม่ทราบได้ ผู้เขียนเองเชื่อว่า ถ้าลองช่วยกันค้น หนังสือพิมพ์ยุคนั้นดูด้วย ไม่ช้าก็คงเจอข้อมูลเพิ่มเติมอีก ต่อไป ไปค้นบันทึกเกี่ยวกับการเสด็จประพาสครั้งนี้ ดู ข้อนี้ก็น่าฉงนอยู่เหมือนกัน กล่าวคือ เรามีบันทึกการ เสด็จพม่า-อินเดีย น้อยและสั้นมาก เท่าที่สามารถหาได้ เวลานี้ก็เพียงจดหมายเหตุชื่อ “ระยะทางเสด็จประพาสอื่น - เดีย” ซึ่งมีการตีพิมพ์เผยแพร่อยู่หลายคราวแล้ว ยังไม่มี ข้อมูลเพิ่มเติม จดหมายเหตุดังกล่าวยาวเพียง ๒๐ หน้า ที่ ไม่มีความพรรณนาหรือรายละเอียดอันใดที่เหลือเป็นคำถวาย จดหมายเหตุบันทึกรายพระนามและชื่อผู้ตามเสด็จ พระพร และการเดินทางในพระราชอาณาเขตขากลับ สำหรับข้อความในจดหมายเหตุฝ่ายไทย ขอย้อน กลับมาสรุปให้ท่านทราบสักเล็กน้อยว่า เขียนไว้อย่างไรบ้าง จำนวน ๔๐ กว่าคน ก่อนแล้วบอกว่า เรือพระที่นั่งกลไฟ บันทึกนอกเหนือจากจดหมายเหตุฯ เรียกว่าเป็น บางกอกและเรือตามเสด็จคือเรือพิทย์มรณยุทธ เรือสยา เกร็ดประกอบสั้นๆ คือข้อความส่วนหนึ่งจากหนังสือความ รูปสลัมภ์ออกจากกรุงเทพฯ แวะขึ้นนมัสการพระสมุทรเจดีย์ ทรงจำ พระนิพนธ์ของสมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ แล้วไปแวะสิงคโปร์ มะละกา ปีนัง กัลยาณมิตร ตุลาคม ๒๕๓๗ ๘๙
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More