ข้อความต้นฉบับในหน้า
เช้ามืดเมื่อสามีตื่นนอนเธอ
จึงบอกเขาว่า อยากกลับไปเยี่ยม
แล้ว เพิ่งเคยได้ยินว่าพญายมไปพัก ที่อยากรู้
ร้อน มะลิตกใจกลัวลูกชายจะบาปที่
พูดจาในเรื่องที่ไม่มีใครรู้ เธอจึงรีบ
ห้ามลูกทันที “อย่าพูดเรื่องนี้ ไม่มี
การพูดเรื่องพญายมอีกต่อไป”
พ่อแม่
สีหน้าและท่าทางของมะลิ ความเข้าใจ “ตกลงเราจะไปด้วยกัน
“เธอคงคิดถึงมาก” เขาแสดง
ช่วยให้คำห้ามปรามของเธอได้ผล ทันทีที่เอกสารของฉันกับลูกเสร็จ
ในทันที
เรียบร้อย”
คืนนี้มะลินอนไม่หลับอีก ทั้ง
“ขอบคุณมากทอด” น้ำตา
ห่วงเรื่องกลัวลูกชายจะบาป ใจหนึ่ง หยดจากเบ้าตาก่อนที่เธอจะพูดจบ
ก็นึกสงสัยอยากจะรู้ความจริงว่า
เป็นอย่างไร นึกไปแล้วก็เลยนึกไป
**
ถึงเมืองไทย อยากกลับไปเยี่ยมพ่อ
“เอ็งจะอยู่สักกี่วัน” พ่อถาม
มะลิหลังจากทักทายแนะนำกันแล้ว
“ครึ่งเดือนพ่อ....กลับไปโรง
เรียนแดงเปิดพอดี”
“แม่” ลูกชายเข้ามาสะกิด
ระหว่างแม่ยืนคุยกับตา
“ทำไมไอ้หนู...ฟังรู้เรื่องหรือ
เปล่าล่ะ” ตาหันมาถามหลานชาย
ฉะฉาน
“ฟังได้พูดได้ครับ” แดงตอบ
“เออเก่ง...มาด้วยกันสามคน
พ่อของเอ็งคงจะโง่อยู่คนเดียว” ตา
พูดไปหัวเราะชอบใจไปด้วย
“ขอโทษ... ท่านดูอย่างไรจึง
เห็นความโง่ของฉัน” ลูกเขยฝรั่ง
ถามพ่อตา
“อ้าว..ดันฟังออกแถมพูดได้
อีก.. บอกตัวเองที่มะลิอย่างนี้ไม่
เรียกว่าโง่แล้ว”
“พ่อบอกเองก็ได้เขาฟังออก”
“เอ้อ..ข้าโง่คนเดียวว่ะ”
“แม่ดีใจที่เอ็งพาลูกพาตัวมา
เยี่ยม..... นึกว่าจะตายโดยไม่ได้เห็น
หน้าเห็นตากันเสียแล้ว.... อยู่ทางโน้น
สุขสบายดีหรือ” แม่ถามเสียงเครือ
“ทางนั้นบ้านเมืองเขาสงบ
ถิ่นที่ฉันอยู่ไม่มีขโมยเลยแม่ ไป
ไหนสบายใจไม่ต้องกลัวว่าของจะ
ที่ท่าอากาศยานดอนเมือง ณ
หาย เสียแต่ว่ามันไม่ใช่บ้านเมือง
ของเรา....ฉันดีใจจริงๆ ที่เห็นพ่อกับ
แม่แข็งแรงอย่างนี้”
กับแม่ อยากไปไหว้พระเพื่อถามสิ่ง จุดรับผู้โดยสารขาเข้า
กัลยาณมิตร ตุลาคม ๒๕๓๗ ๑๑๒