ความหนาแน่นของประชากรและการพัฒนา วารสารกัลยาณมิตร ปี 2537 ฉบับที่ 10 หน้า 83
หน้าที่ 83 / 128

สรุปเนื้อหา

ถ้าคนไทย mo ๑ เท่าครึ่ง แต่ประเทศไทยมีประชากรอยู่เพียง ๓-๔ ล้านคน ในขณะที่ญี่ปุ่นมีประชากรถึงประมาณ ล้านคน มากกว่าไทยถึง 4 เท่าตัว และเมื่อดูจาก อัตราความหนาแน่นของประชากรต่อพื้นที่แล้ว ญี่ปุ่นก็มากกว่าไทยถึง 5 เท่าตัว ซึ่งจำนวนประชากรนี้ มีผลอย่างมากต่อการพัฒนาเศรษฐกิจ ทั้งในแง่ ต้องรบกันเอง เป็นกำลังงานในการผลิต การขนส่ง และเป็น มาก และดินแดนในส่วนต่าง ๆ ของไทยเราก็มีอิสระ ในการปกครองตัวเองสูง บางแห่งก็มีประวัติศาสตร์ การเป็นประเทศเอกราชมานาน เช่นดินแดนแถบ เมื่อไร ฝรั่งก็ ตลาดรองรับสินค้า ๓.เครือข่ายการตลาดและวิญญาณของความ โรง และนั่น น้อย จะเข้าผสม เป็นนักการค้า เพราะมีความหนาแน่นของประชากร และมีทรัพยากรธรรมชาติอุดมสมบูรณ์ ประเทศไทยในยุคนั้นจึงมีระบบเศรษฐกิจเป็นแบบ หมายถึงการ ผลิตเพื่อยัง

หัวข้อประเด็น

- ความหนาแน่นของประชากรและการพัฒนา

ข้อความต้นฉบับในหน้า

ถ้าคนไทย mo ๑ เท่าครึ่ง แต่ประเทศไทยมีประชากรอยู่เพียง ๓-๔ ล้านคน ในขณะที่ญี่ปุ่นมีประชากรถึงประมาณ ล้านคน มากกว่าไทยถึง 4 เท่าตัว และเมื่อดูจาก อัตราความหนาแน่นของประชากรต่อพื้นที่แล้ว ญี่ปุ่นก็มากกว่าไทยถึง 5 เท่าตัว ซึ่งจำนวนประชากรนี้ มีผลอย่างมากต่อการพัฒนาเศรษฐกิจ ทั้งในแง่ ต้องรบกันเอง เป็นกำลังงานในการผลิต การขนส่ง และเป็น มาก และดินแดนในส่วนต่าง ๆ ของไทยเราก็มีอิสระ ในการปกครองตัวเองสูง บางแห่งก็มีประวัติศาสตร์ การเป็นประเทศเอกราชมานาน เช่นดินแดนแถบ เมื่อไร ฝรั่งก็ ตลาดรองรับสินค้า ๓.เครือข่ายการตลาดและวิญญาณของความ โรง และนั่น น้อย จะเข้าผสม เป็นนักการค้า เพราะมีความหนาแน่นของประชากร และมีทรัพยากรธรรมชาติอุดมสมบูรณ์ ประเทศไทยในยุคนั้นจึงมีระบบเศรษฐกิจเป็นแบบ หมายถึงการ ผลิตเพื่อยังชีพ แต่ละชุมชนที่อยู่กระจายกันห่างๆ สูญเสีย ต่างก็ผลิตพืชผลต่างๆ เพื่อการบริโภคแลกเปลี่ยน กันในชุมชนเป็นหลัก แม้ข้าวที่ถือเป็นสินค้าหลัก ล้านนา ผู้ที่คิดว่าตนเป็นชาวสยามจริงๆ นั้นมีอยู่ บริเวณภาคกลางรายรอบพระนครเท่านั้น ดังนั้น เอกราช ต้อง พระราชภารกิจสำคัญยิ่งที่พระบาทสมเด็จพระจุล ตกเป็นอาณา กับแม่น้ำ สามารถขนส่งได้สะดวกก็เฉพาะทางน้ำ จอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ต้องทรงกระทำก่อนคือภารกิจ การสร้างเอกภาพของคนในชาติ สร้างจิตสำนึก นิคมของ ร่วมของความเป็นคนไทย ชาติไทย เพราะมิฉะนั้น ประเทศมหา แล้ว ถ้ามีต่างชาติมายุยงให้เกิดการแตกแยก คน อำนาจตะวัน ไทยต้องรบกันเองเมื่อไร ฝรั่งก็จะเข้าผสมโรง และ นั่นหมายถึงการสูญเสียเอกราช ต้องตกเป็นอาณา นิคมของประเทศมหาอำนาจตะวันตกอย่างแน่นอน ซึ่งถ้าเป็นเช่นนั้นแล้ว การพัฒนาประเทศก็ไม่มี ความหมายอะไร ตกอย่างแน่- นอน ซึ่งถ้ ซึ่งถ้า เป็นเช่นนั้น แล้ว การ พัฒนา ประเทศก็ไม่ การสร้างเอกภาพของชนในชาติ เป็นงาน ใหญ่ที่ละเอียดอ่อนและต้องใช้เวลาโดยเฉพาะใน ภาวะที่มีมหาอำนาจนักล่าอาณานิคมคอยจ้องอยู่ รอบทิศ ถือเป็นงานที่ยากมาก แต่ก็สำเร็จลงได้ ด้วยพระอัจฉริยภาพของพระบาทสมเด็จพระจุล มีความหมาย จอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งเราก็ต้องเสียเวลา ทรัพยากร กำลังความคิดสติปัญญา ไปกับเรื่องนี้มากทีเดียว แทนที่จะทุ่มไปในเรื่องการพัฒนาประเทศได้ทันที ๒.ความหนาแน่นของประชากรในช่วงปีพุทธ ศักราช ๒๔๑๐ ไทยมีพื้นที่มากกว่าญี่ปุ่นประมาณ อะไร ของประเทศก็มาจากที่ราบลุ่มภาคกลางบริเวณใกล้ เท่านั้น เพราะการคมนาคมทางบกยังไม่สะดวก การขนส่งสินค้าที่มีน้ำหนักมาก เช่นพืชผลการ เกษตรไปขายไกลๆ แค่ค่าขนส่งก็ไม่คุ้มแล้ว สิ่งที่ พอจะเป็นสินค้าไปขายต่างเมืองหรือต่างประเทศได้ ก็เป็นจำพวกของป่า เช่น น้ำผึ้ง ครั่ง หนังสัตว์ ไม้แก่นจันทร์ ฯลฯ คือพวกสินค้าที่มีราคาต่อน้ำหนัก สูง คุ้มค่ากับการขนส่ง การค้าจึงมีอยู่ในวงจำกัด ระบบเครือข่ายการตลาดยังไม่ได้รับการพัฒนา คน ไม่คุ้นเคยกับการค้าขาย นักลงทุนนักธุรกิจมีอยู่ น้อยมาก และมักเป็นชาวจีนโพ้นทะเลที่มาเป็นนาย อากรบ่อนเบี้ยต่างๆ กล่าวได้ว่าศักดินายังเป็น กระแสหลักของสังคม ดังมีภาษิตของคนในยุคนั้น ที่ว่า “สิบพ่อค้าไม่เท่าหนึ่งพระยาเลี้ยง” ส่วนประเทศญี่ปุ่น เพราะความที่มีประชากร อยู่กันหนาแน่น และมีภาวะลมฟ้าอากาศรุนแรง บางแห่งหนาวจัดปลูกข้าวไม่ได้ผล ก็ต้องผลิตสินค้า อย่างอื่นไปหาซื้อแลกเปลี่ยนมา เส้นทางสัญจรต่างๆ จึงได้รับการพัฒนา มีการค้าขายกันอยู่โดยทั่วไป ในสมัยนั้นเฉพาะที่เมืองเอโดะ (คือนครโตเกียวใน กัลยาณมิตร ตุลาคม ๒๕๓๗ ๘๑
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More