พระวินัย 5 ประการ วารสารกัลยาณมิตร ปี 2537 ฉบับที่ 10 หน้า 104
หน้าที่ 104 / 128

สรุปเนื้อหา

เท้าไม่ให้เจ็บได้ ในชนบทอย่างเมืองกรรมระ สวม ๓.พระพุทธองค์ทรงอนุญาต รองเท้าหลายชั้นได้ ๑๕ วัน สรงน้ำได้เพียงครั้งเดียว ข้อนี้ลำบากเพราะในชนบทอย่าง ๓.พระภิกษุที่จำพรรษาอยู่ ในชนบทอย่างเมืองกรรมระ อาบน้ำ เมืองกุรรฆระอากาศร้อน ชาวเมือง ได้ทุกวัน นิยมอาบน้ำทุกวัน เมื่อพระสรงน้ำ ๔.พระภิกษุที่จ่าพรรษาอยู่ ๑๕ วันต่อครั้ง จึงกลายเป็นที่รังเกียจ ในชนบทอย่างเมืองกรรมระ นั่งบน ของชาวเมืองและพระภิกษุก็ไม่สบาย อาสนะที่ทำด้วยหนังสัตว์ได้ ตัว ๕.พระภิกษุที่จำพรรษาอยู่ ๔.พระภิกษุนั่งบนอาสนะที่ทำ ในชนบทอย่างเมืองกรรมระ รับจีวร ด้วยหนังสัตว์ไม่ได้ ข้อนี้ลำบาก ที่ญาติโยมถวายไว้เกิน ๑๐ วันได้ เป็นคนหนุ่ม ไม่นับว่าเป็น คนแก่เฒ่าเลย แต่หาก แม้ยังเป็นคนหนุ่มอยู่ ถ้าไม่เสพกามารมณ์ ไม่เร่าร้อนไม่ขวนขวาย แสวงหากามารมณ

หัวข้อประเด็น

- พระวินัย 5 ประการ

ข้อความต้นฉบับในหน้า

เท้าไม่ให้เจ็บได้ ในชนบทอย่างเมืองกรรมระ สวม ๓.พระพุทธองค์ทรงอนุญาต รองเท้าหลายชั้นได้ ๑๕ วัน สรงน้ำได้เพียงครั้งเดียว ข้อนี้ลำบากเพราะในชนบทอย่าง ๓.พระภิกษุที่จำพรรษาอยู่ ในชนบทอย่างเมืองกรรมระ อาบน้ำ เมืองกุรรฆระอากาศร้อน ชาวเมือง ได้ทุกวัน นิยมอาบน้ำทุกวัน เมื่อพระสรงน้ำ ๔.พระภิกษุที่จ่าพรรษาอยู่ ๑๕ วันต่อครั้ง จึงกลายเป็นที่รังเกียจ ในชนบทอย่างเมืองกรรมระ นั่งบน ของชาวเมืองและพระภิกษุก็ไม่สบาย อาสนะที่ทำด้วยหนังสัตว์ได้ ตัว ๕.พระภิกษุที่จำพรรษาอยู่ ๔.พระภิกษุนั่งบนอาสนะที่ทำ ในชนบทอย่างเมืองกรรมระ รับจีวร ด้วยหนังสัตว์ไม่ได้ ข้อนี้ลำบาก ที่ญาติโยมถวายไว้เกิน ๑๐ วันได้ เป็นคนหนุ่ม ไม่นับว่าเป็น คนแก่เฒ่าเลย แต่หาก แม้ยังเป็นคนหนุ่มอยู่ ถ้าไม่เสพกามารมณ์ ไม่เร่าร้อนไม่ขวนขวาย แสวงหากามารมณ์ ก็ถือว่าเป็นคนแก่เฒ่า เพราะในชนบทอย่างเมืองกรรมระ ขณะที่พระมหากัจจายน ชาวเมืองนิยมใช้อาสนะหนังสัตว์ เมื่อ เถระ ยังจำพรรษาอยู่ ณ ป่ากุณชา พระภิกษุนั่งไม่ได้ ก็สร้างความสำ วัน เมืองมยุรา แคว้นอวันที่นั่นเอง บากทั้งผู้ถวายและผู้รับคือพระภิกษุ พราหมณ์กัณฑรายณะได้เข้าไปกล่าว หาท่านว่าไม่ยอมลุกรับไหว้พราหมณ์ เอง ๔. จีวรที่มีผู้ปวารณาถวายไว้ ที่แก่เฒ่า ท่านจึงกล่าวแก่พราหมณ์ การคมนาคมไม่ เกิน ๑๐ วันแล้ว พระภิกษุรับไม่ได้ ข้อนี้ลำบาก เพราะในชนบทอย่าง เมืองกุรรมระ สะดวก ญาติโยมกว่าจะนำจีวรมา ถวายพระภิกษุ ก็ต้องใช้เวลาเดิน ทางกว่า ๑๐ วัน ซึ่งพระภิกษุไม่กล้ารับ เนื่องจากพ้นกำหนดที่ทรงอนุญาต ทั้ง 4 ข้อนี้ พระมหากัจจายนะ ได้มอบหมายให้พระโสณกุฏิกัณณะ นำความไปกราบทูลพระสัมมาสัม พุทธเจ้าให้ทรงผ่อนผัน ซึ่งพระ พุทธองค์ก็ทรงผ่อนผันให้ คือ ๑.การบวชในชนบทอย่าง เมืองกุรรฆระ มีพระภิกษุร่วมเป็น คุณปูรกะเพียง ๕ รูปก็ใช้ได้ ๒.พระภิกษุที่จําพรรษาอยู่ ผู้นั้นว่า พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสว่า "ถึงคนแก่อายุ ๘๐ ปี ๙๐ ปี หรือ ๑๐๐ ปี ก็ตาม หากยังเสพกามอยู่ ยังเร่าร้อน ยังแสวงหากามารมณ์อยู่ ก็ยังถือว่าเป็นคนหนุ่ม ไม่นับว่าเป็น คนแก่เฒ่าเลย แต่หากแม้ยังเป็น คนหนุ่มอยู่ ถ้าไม่เสพกามารมณ์ ไม่เร่าร้อนไม่ขวนขวายแสวงหากา มารมณ์ ก็ถือว่าเป็นคนแก่เฒ่า” เมื่อพระมหากัจจายนเถระ กล่าวจบ กัณฑรายณพราหมณ์ก็ลุก ขึ้นห่มผ้าลดไหล่ข้างหนึ่ง และกราบ ลงแทบเท้าพระเถระทั้งหลาย พลาง กล่าวว่า “ท่านทั้งหลายเป็นคนแก่ อยู่ ๑๐๒ ตุลาคม ๒๕๕๙ กัลยาณมิตร
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More