ข้อความต้นฉบับในหน้า
อยู่นอกตัวเรา หนูลองหยุดเพลินสักครู่ แล้วเข้า
กลางหรือหลับตาเบาๆ เอาใจจรดกลางในช่วงนั้น
ดู หนูจะพิสูจน์ได้ด้วยตัวเองว่า อารมณ์สบายๆ
ของเราทำให้ปฏิบัติธรรมดีขึ้นหรือไม่? ขึ้นอยู่กับ
อัธยาศัยของแต่ละคนว่าชอบความสบายแบบไหน?
อย่างไร?
ทีนี้พออารมณ์สบายได้แล้วก็ต้องฝึกฝนต่อ
เพื่อให้ใช้ “ความพอดี” ของอารมณ์กับการนั่งสมาธิ
เพราะถ้าตึงเกินไปก็อีกนั่นแหละ
ก็จะมืดซื้อ
และถ้าหย่อนเกินไปก็เผลอสติหลับไปเลย แม่ว่า
จะว่าง่ายก็ง่าย แต่จะว่ายากก็ยากเหมือนกันเพราะ
จะยากตรงที่เวลาก่อนจะเห็นจะเข้าถึงธรรม ระหว่าง
นั้นก็ดูเหมือนทรมานความรู้สึกตรงที่ไม่เห็นสักที
และก็ไม่รู้ว่าจะเห็นได้เมื่อไร ความรู้สึกอย่างนี้นี่
เองที่ทำให้คนส่วนมากท้อแท้ใจ แม่ว่าอาศัยที่
ความเชื่อมั่นและความอดทนด้วย เราต้องมั่นใจ
ว่ายังไงองค์พระก็อยู่ในตัวเรานี่แหละ ไม่หายไป
ไหนหรอก ต่อจากนั้นก็ต้องอดทน อดใจ ทำใจ
สบายๆ ไม่เร่งรีบที่จะเห็น ไม่ต้องกระวนกระวาย
ใจ ใครจะเห็นก่อนก็อนุโมทนาบุญกับเขา อย่าคิดว่าตนเองบุญน้อยยังไม่
เห็นสักที และอย่าเปรียบเทียบกับใคร ใครจะได้ก่อนได้หลังก็ช่างเขา เรา
อนุโมทนาบุญกับเขา ดีใจกับเขา และเราก็เชื่อมั่นในตนเอง เชื่อมั่นในบุญ
ที่เราได้ทำแล้ว หัดเอาบุญนั้นมาอธิษฐานเสมอทุกครั้ง อธิษฐานลงไปใน
กลางนั่นแหละลูกว่า “ขอให้ข้าพเจ้าได้เข้าถึงธรรมเร็วๆ”
แม่พูดซะยาวเลย ต้องขอวกกลับมาเรื่องต้นไม้
ใหญ่ที่ดอยอีก คุยเพลินเลย เพราะแม่อยากให้ลูกเข้า
ใจถึงอารมณ์สบายๆ ก่อนเข้าถึงธรรมว่าควรทำอย่างไร?
ทีนี้เราก็มาคุยกันต่อเรื่องที่ค้างไว้
แม่กับคุณปิดขอบทานขนมกับกาแฟช่วงบ่ายๆ
ตอนพักระหว่างอยู่ที่ดอย บางวันทานแล้วก็ต้องลงไป
เดินออกกำลังกาย (ความจริงคุณปิดเขาไม่ค่อยชอบ
ทานกาแฟเท่าไหร่หรอก แต่แม่เองต่างหากที่ติดกาแฟ
เดี๋ยวนี้ไม่ค่อยติดเท่าไหร่แล้ว ทานก็ได้ไม่ทานก็ได้
แต่ทานสักถ้วย ๒ ถ้วยก็ดี) วันหนึ่งทานกาแฟกับขนม
อิ่มเรียบร้อยแล้ว ก็คิดว่าควรจะไปเดินออกกำลังกาย
กัลยาณมิตร ตุลาคม ๒๕๓๗ ๒๑