ข้อความต้นฉบับในหน้า
เป็นลาภอันประเสริฐของ
ปวงชนผู้อยู่ใต้ร่มเงา
แห่งพระพุทธศาสนา
และนำเอาค่าสอนทาง
พระพุทธศาสนามาเป็น
ประทีปส่องทางชีวิต
สัมปที รัชทายาท พระโอรสของเจ้า หลายประสงค์จะเอาใจข้าพเจ้า ซึ่ง
ชายกุณาละ ทรงเกรงว่าหากปล่อยให้ กล่าวคำหาความจริงมิได้ ข้าพเจ้าขาด
สมเด็จพระอัยกาทรงบำเพ็ญพระราชกุศล ความเป็นราชาธิบดีเสียแล้ว ไม่มีสิ่งไร
ตามพระทัย ทรัพย์สมบัติในพระคลัง เลยที่ข้าพเจ้าจะทำได้ตามความพอใจ
หลวงก็จะหมดสิ้น เมื่อพระองค์ขึ้นครอง นอกจากมะขามป้อมครึ่งผลนี้
ราชย์จะไม่มีอะไรเหลือ ดังนั้นพระยุพ พระราชารับสั่ง ให้ราชบุรุษคน
ราชจึงทรงห้ามขุนคลังมิให้จ่ายพระราช หนึ่งเข้ามาใกล้ที่ประทับแล้วตรัสว่า
ทรัพย์ใด ๆ แก่พระราชา
“เจ้าเอย แม้เราจะสิ้นวาสนา
เป็นราชประเพณีในครั้งนั้นว่า ลงแล้ว แต่ความดีที่มีต่อกันในกาลก่อน
ภาชนะที่ใส่เครื่องเสวยของพระราชานั้น ก็พอมีอยู่ ขอเจ้าจงทำตามคำสั่งครั้ง
ต้องเป็นภาชนะทองคำ เมื่อราชบุรุษนำ สุดท้ายของเราให้สำเร็จด้วยเถิด จงรับ
ภาชนะเครื่องเสวยเข้าถวาย เสวยเสร็จ เอามะขามป้อมครึ่งผลนี้ไปถวายสงฆ์ที่
แล้วก็รับสั่งให้นำภาชนะนั้นไปถวายสงฆ์ กุกกุฏารามแล้วจงหมอบลงแทบเท้าของ
ท่านในนามของเราว่า “ขอสงฆ์จง
ณ กุกกุฏาราม
ต่อมาเขาจัดพระกระยาหาร ความพิบัติแห่งราชทรัพย์ของพระราชา
ถวายด้วยภาชนะเงิน พระองค์รับสั่งให้ ผู้เป็นเจ้าแห่งชมพูทวีปเถิด สิ่งนี้เป็น
นำไปถวายสงฆ์เสียอีก เขาจัดถวายด้วย ปัจฉิมทานของพระองค์ ขอได้โปรดเฉลี่ย
ภาชนะเหล็ก พระองค์ก็รับสั่งให้นำไป ให้ทั่วสงฆ์ในอารามด้วยเถิด นี่เป็นความ
ถวายสงฆ์ ในที่สุดเขาจัดถวายด้วย ประสงค์ของผู้บริจาค”
ภาชนะดิน
ราชบุรุษรับสนองพระบรมราช
หมดสิ้นแล้ว ภายในพระราช โองการเหนือเกล้าแล้ว นำมะขามป้อม
อำนาจ จอมจักรพรรดิผู้มีดินแดนแล ครึ่งผลไปสู่กุกกุฏาราม กราบเรียนพระ
สมบัติมหาศาล ไม่มีอะไรเหลือเป็น สงฆ์ตามนั้นแล้วเสริมว่า
พระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ แม้ภาชนะ
“ข้าแต่พระสงฆ์ มะขามป้อม
เสวยก็ต้องทรงใช้ภาชนะดิน ครึ่งผลนี้เป็นสมบัติชิ้นสุดท้ายของพระ
ขณะนั้นทรงมีมะขามป้อมครึ่งผล ราชา ผู้ซึ่งครั้งหนึ่งได้บัญชาโลกให้รวม
ในพระหัตถ์ รับสั่งให้เสนาบดี และ กันอยู่ภายใต้เดชานุภาพแห่งพระองค์ มี
อำมาตย์มนตรีทั้งหลายเข้าเฝ้า รับสั่ง พระราชอำนาจเกรียงไกรประหนึ่งอาทิตย์
ถามว่า
“เวลานี้ใครเป็นพระเจ้าแผ่นดิน ทรงเห็นความไม่เที่ยงแห่งสิ่งนั้นแล้ว”
อุทัยส่องโลกให้สว่าง บัดนี้พระองค์ได้
ประธานสงฆ์แห่งกุกกุฏาราม ได้
เก็ตสังเวชสลดใจว่า
“ผู้มีอายุทั้งหลาย วันนี้เป็นวัน
“ขอเดชะ พระองค์เป็นพระเจ้า ประกาศแก่ภิกษุเพื่อนพรหมจรรย์ให้
ครองแคว้นมคธ "
แผ่นดิน พระพุทธเจ้าข้า”
นิ่งอยู่ครู่หนึ่ง ขณะที่พระอัสสุชล
คลอพระเนตรนั่นเองตรัสว่า “ท่านทั้ง ควรเป็นที่ตั้งแห่งความสังเวชสลดจิต
๑๐๘ ตุลาคม ๒๕๓๙ กัลยาณมิตร