ข้อความต้นฉบับในหน้า
พี่น้องที่มารับก็จะส่งพี่เข้าโรงพยาบาลทันที
เป็นโรงพยาบาลเอกชน นัดคุณหมอไว้ให้แล้ว พี่ก็
ขอเที่ยวก่อน อย่างน้อยก็หาอะไรกิน เป็นการ
ฉลองที่ได้พบกันอีก เขาก็พาไปโรงแรมหรูเลย ชื่อ
ใจพี่จรดศูนย์
กลางกายยิ่งลึก
ยิ่งแผ่ขยายเป็น บอกว่าขั้นที่
บริเวณกว้าง
ใหญ่ไพศาล
ไร้ขอบเขต มี
แต่ความสงบ
สุขใจ สดชื่น
พี่ทําใจนิ่ง ๆ
ขึ้น พี่ตั้งใจไว้
แค่นั้น และท่า
ใจสบาย ๆ
เป็นอิสระที่สุด
ห้องอาหารอะไรไม่ทราบ เราไปทานขนมจีบกัน
ฝนตกหนักมาก จากนั้นก็เข้าโรงพยาบาลในตอนเย็น
หมอถามพี่ว่าทางอเมริกาเขาว่ายังไงบ้าง พี่ก็บอก
ไปตามตรงอย่างที่พี่รับทราบมาว่า ทางนั้นตร
เจอเชื้อมะเร็ง เป็นการยืนยันเมื่อตรวจครั้งที่ ๒
แต่ยังบอกไม่ได้ว่าเป็นมากแค่ไหน และยังไม่ทราบ
ขนาดจนกว่าจะทราบผลจากการนำชิ้นเนื้อไปตรวจ
ตอนนั้นพี่ร้อนใจมาก ถามคุณ
หมอที่เป็นชาวต่างชาติผิวดำหลายอย่างเกี่ยวกับ
มะเร็ง (อาจเป็นธรรมเนียมของทางนั้น ที่ชอบหา
คนทำงานที่เป็นชาติเดียวกับเรามาอธิบายและให้การ
ต้อนรับเรา อาจเพื่อให้คนไข้สบายใจ และคงคิด
ว่าเราไม่เข้าใจภาษาเขา พี่บอกว่าพี่เข้าใจ แต่เขา
ก็เชิญพี่พยาบาลคนไทยมาพบพี่ พี่รู้สึกอบอุ่นใจที่
เจอคนไทยด้วยกัน)
๓
๓
ธรรมกายของเราบ่อยๆ พี่ต้อยปลอบใจบอกว่าพี่
ไม่เป็นอะไรมาก เพราะถ้าเป็นอะไรมากๆ คุณ
หมอไม่ปล่อยให้กลับบ้านแน่ ถึงอยู่บ้านก็จะส่งคน
มาตามถึงบ้าน แต่พี่ต้อยจะตามผลตรวจมาให้พี่
โดยเร็ว ไม่ต้องรอเป็นเดือน ไม่แนะนำให้พี่กลับ
เมืองไทย ถ้าต้องการจะกลับจริง ควรรอผลตรวจ
กลับไปด้วย เพราะจะต้องใช้ พี่รู้สึกขอบคุณพี่
ต้อยมาก แต่เมื่อปรึกษาพี่น้องทางเมืองไทย เขาก็
ไม่ยอมกัน จะให้กลับท่าเดียว และให้กลับด่วน พี่
ติดจะเสียอยู่นิดหนึ่ง ตรงที่ทำตามคำแนะนำของ
พี่ต้อยไม่ได้ เพราะสิ่งที่พี่ต้อยแนะนำเป็นความจริง
เมื่อมาถึงเมืองไทย หมอต้องเริ่มตรวจใหม่ทั้งหมด
ค่าใช้จ่ายก็มากด้วย
C
วันแรกที่พี่พบคุณหมอทางเมืองไทย คุณ
หมอไม่เชื่อว่าพี่เป็นมะเร็งขั้นที่ ๔ เพราะบอกว่า
ดูอาการดูโหงวเฮ้งแล้ว คนที่เป็นมะเร็งขั้นที่
จะไม่มานั่งคุยกันดีๆ อย่างนี้ได้ และต้องฉายแสง
อย่างเดียว จะกลับมาไม่ได้ เพราะจะทำให้เชื้อ
กระจายเร็ว คุณหมออยากได้ผลตรวจทางอเมริกา
เพราะผลจะเร็วกว่าทางนี้ เนื่องจากตรวจไปแล้ว
หลายวัน พี่รู้สึกผิดหวังมาก เพราะได้รับการยืนยัน
จากทุกคนว่า พี่จะได้รับการรักษาอย่างรวดเร็ว
และไม่มีปัญหาอะไร เพียงขอให้รีบกลับมา พี่แทบ
จะขอกลับเสียเดี๋ยวนั้นเลย พี่น้องห้ามไว้ บอกว่า
ขอให้ใจเย็นๆ ขอให้เริ่มตรวจใหม่ ทุกอย่างให้เริ่ม
จากศูนย์ พี่ตกลงตามนั้น เพราะไม่อยากทำให้ทุก
คนไม่สบายใจเมื่อนึกถึงความหวังดีของทุกฝ่ายแล้ว
พี่พยาบาลบอกว่าพี่เป็นมะเร็ง อธิบายขั้น
ไม่ยินดี ยินร้าย ตอนของมะเร็ง พี่ถามว่าพี่เป็นขั้นที่เท่าไร เขาบอก
ว่าจะเกิดอะไร ว่าเป็นขั้นที่ ๓ ขณะที่พูดเช่นนี้ คุณหมอฟังอยู่ คำ
ว่าขั้นที่ ๓ พี่เขาพูดเป็นภาษาอังกฤษ คุณหมอซึ่ง
กำลังง่วนกับการตรวจกลับพูดแก้คำว่า ไม่ใช่ขั้นที่
ขั้นที่ ๔ พี่เขาทำสีหน้าตกใจ บอกด้วยความเป็น
ห่วงว่ายังไงคุณต้องรีบรักษาและเชื่อฟังคุณหมอนะ
ปล่อยไว้ไม่ได้ เพราะมีทั้งหมด ๕ ขั้น เหลืออีกขั้น
เดียวก็จะเข้าเส้นเลือดแล้ว พี่รู้สึกใจเสียทันที เพราะ พี่ก็ขอทิ้งชีวิตไว้ให้อยู่ในความดูแลของผู้มีพระคุณ
คุณแม่พี่เสียชีวิตด้วยโรคนี้เมื่อตอนพี่เด็กๆ สิ่งแรก
ที่พี่คิดคือ พี่คิดถึงลูกภัทร ซึ่งเล็กมาก
จากนั้นพี่ก็เดินตัวลอยออกจากโรงพยาบาล
โทรศัพท์ไปบอกจิมมี่ให้มารับ พี่มีนัดอีกที วันที่ ๓๐
สิงหาคม รู้สึกว่านานเกินไป อยากรักษาให้เร็วกว่านี้
จึงโทรกลับเมืองไทย ปรึกษาพี่สาว พี่สาวก็ไป
ปรึกษาพี่ต้อย ซึ่งเป็นหัวหน้าพยาบาลของโรง
พยาบาลแห่งนั้น และเคยมาร่วมบุญที่วัดพระ
๒๖ ตุลาคม ๒๕๓๙ กัลยาณมิตร
เหล่านั้น ไม่อยากทำให้ใครหนักใจกับปัญหาของพี่
กว่าทุกอย่างจะมาเริ่มต้นตรวจผลกันใหม่ พี่
ต้องอยู่เฉยๆ ๒-๓ วัน เพื่อรอคุณหมอนัดอีกที
ช่วงที่ว่างนั้น พี่ก็ไปพักปรับใจอยู่ที่บ้านน้องชายซึ่ง
อยู่ชานเมืองกรุงเทพฯ บ้านเขาเป็นสถานที่ปฏิบัติ
ธรรมอย่างดีสำหรับพี่ ซึ่งปกติเขาก็รักษาศีลและ
ปฏิบัติธรรมเป็นประจำอยู่แล้ว ตัวบ้านโล่ง ทาสี
ขาวทั้งหลัง พื้นหินอ่อนสีขาว โปร่งสบายอากาศดี