ข้อความต้นฉบับในหน้า
ให้พ้นจากความเป็นทาสของกิเลส เพื่อ
ให้ได้มาซึ่งอิสรภาพที่สมบูรณ์
การแสวงหาอิสราเอ
ทีมของพระพุทธศาสน
หลงลืม คือลืมเป้าหมายว่า
เกิดมาทำไม ลืมไปว่าเกิดมาเพื่อสร้าง
บารมี
เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระองค์ แต่น่าเสียดายที่ผู้คนอีกมากมายยังมิได้
ทรงเบิกบานพระหฤทัยอย่างสูงสุดใน ดำเนินตาม ทั้งนี้เพราะความประมาท
การตรัสรู้และในสุขอันเสรีอย่างที่ไม่เคย ขาดสติมีแต่ความหลง ทั้งหลงลืม
มีมาก่อน ถึงกับทรงอุทานเย้ยตัณหา หลงใหล หลงผิด และหลงทาง
อันเป็นตัวการก่อให้เกิดสังสารวัฏทุกข์
ในช่วงมนุษย์ยังไม่รู้จักกับอิสระ แก่พระองค์มานับภพนับชาติไม่ถ้วนว่า
ภาพที่สมบูรณ์และความสุขที่เสรีนั้น “นับแต่ตถาคตท่องเที่ยวสืบเสาะ
ต่างคนต่างก็ต้องว่ายวนอยู่ในทะเลทุกข์ หาตัวนายช่างผู้กระทำเรือน คือตัว
คือวัฏสงสารกันแสนนานนับภพนับชาติ ตัณหาตลอดชาติสงสาร จะนับจะประ
ไม่ถ้วน ในระหว่างนี้อาจจะมีบางคนที่ มาณมิได้ ก็มิได้พานพบ ดูกร ตัณหา
คิดได้ โดยครองเห็นว่าสังสารวัฏนี้ที่แท้ นายช่างเรือน บัดนี้ตถาคตพบท่านแล้ว
คือคุกอันใหญ่ที่กักขังสรรพสัตว์เอาไว้ แต่นี้สืบไป ท่านจะทำเรือนให้ตถาคต
อย่างแน่นหนา ทำให้เกิดความคิดที่จะ อีกไม่ได้แล้ว กลอนเรือน เราก็รื้อออก
แหกคุกนี้ออกไปให้จงได้ และหากไป เสียแล้ว ช่อฟ้าเราก็ทําลายเสียแล้วจิต
ได้ก็จะไม่ไปเพียงลำพัง จะช่วยพาคน ของเราปราศจากสังขารเครื่องปรุงแต่ง
(เป็นอิสระ) ให้เกิดภพอื่นเสียแล้ว ได้
คนที่ใจเด็ด ใจดี ใจใหญ่ ใจ ถึงความดับสูญสิ้นไปแห่งตัณหา อัน
อื่นๆ ไปให้ได้มากที่สุดด้วย
กว้าง มีปณิธานมุ่งมั่นเพื่ออิสรภาพอัน หาส่วนเหลือมิได้โดยแท้”
สูงสุดอย่างนี้เรามีศัพท์เรียกเฉพาะว่า
เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าต่อไปในอนา
นี่คือคำประกาศอิสรภาพที่ยิ่ง
หลงใหล คือหลงใหลในโลก -
มิส ติดในเหยื่อล่อของโลก ที่ให้ความ
สุขทางรูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส
และธรรมารมณ์จนดิ้นไม่หลุด
หลงผิด คือ หลงหมกมุ่นติด
อยู่กับสิ่งหลอกลวง เห็นสิ่งที่ไม่เป็น
สาระว่าเป็นสาระ เห็นสิ่งที่เป็นสาระ
ว่าไม่เป็นสาระ
-หลงทาง คือหลงเฉไฉไปผิด
ทางผิดวิธี ทําให้วกวนเสียเวลา เสีย
โอกาสไปอย่างน่าเสียดาย
เป็นอันว่า ถ้าผิดทางผิดวิธีกัน
“โพธิสัตว์” อันหมายถึงผู้ซึ่งจะได้ตรัสรู้ ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของมนุษย เสียแล้ว ต่อให้ย่ำไปจนสุดหล้าฟ้าเขียว
ชาติ
ในการประกาศศาสนาของพระ-
คต คำว่าอนาคตในที่นี้ไม่ใช่แค่สิบปี
ยี่สิบปีหรือร้อยชาติพันชาติ แต่นาน ต้องทางสายกลางทำนั้น
กว่านั้นมาก เรียกว่าจะสร้างสมบารมี
ให้พอที่จะเป็น พระสัมมาสัมพุทธเจ้า สัมมาสัมพุทธเจ้า พระองค์ได้ทรงชี้ให้
หรือมีกำลังพอที่จะพาผู้คนข้ามพ้นทะเล ชาวโลกทั้งหลายได้เห็นว่า หนทางที่จะ
ทุกข์ไปได้ก็ต้องใช้เวลาอย่างน้อยถึง ๒๐ นำไปสู่อิสรภาพที่สมบูรณ์นั้นมีอยู่เพียง
อสงไขยกับอีก ๑ แสนกัป ซึ่งเป็นเวลา หนทางเดียวคือทางสายกลาง ทางที่มี
นานมาก นานเกินกว่าที่จะสามารถ องค์ ๔ หรือโดยย่อคือศีล สมาธิ ปัญญา
แจกแจงตัวเลขออกมาเป็นจํานวนปีได้
ค่าประกาศอิสรทานของ
พระสัมมาสัมพุทธเจ้
หรือท่องเที่ยวไปจนทั่วจักรวาล ก็ไม่มี
วันพบพานกับอิสรภาพที่แท้จริงได้
เพราะหนทางสายนี้
ายนี้มิใช่มีอยู่ในที่อื่นใด
หากแต่อยู่ในตัว ที่กลางใจของเรา ตรง
ศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ นี่เอง
ใครที่ยังตามใจกิเลส ตามใจ
ตัวเอง ก็ต้องว่ายวนอยู่ในทะเลทุกข์
ติดคุกของมารนี้ต่อไป
หากใคร ดำเนินตามรอยพระ
สัมมาสัมพุทธเจ้าและพระอริยะทั้งหลาย
เป็นแนวดำเนิน ซึ่งการดำเนินไปตาม
เส้นทางนี้จะช่วยให้กายวาจาใจ ใส ด้วยการ... หยุดนิ่ง...เข้ากลางของกลาง
สะอาดบริสุทธิ์ หลุดพ้นจากกิเลส เรื่อยไป สักวันหนึ่งก็จะถึงที่หมาย คือ
อาสวะได้ ทำให้ได้พบกับสุขอันยิ่งใหญ่ การได้รับอิสรภาพอันสมบูรณ์
หลังจากที่บำเพ็ญบารมีมาจน ไม่มีขอบเขต เป็นสุขที่เสรีไม่มีเครื่อง
เต็มเปี่ยมแล้วเมื่อยามรุ่งอรุณของวัน กังวลใดๆ
เพ็ญเดือนหกก่อนพุทธศักราช ๒๕ ปี
เจ้าชายสิทธัตถะก็ทรงบรรลุโพธิญาณ ทรงชี้แนะถึงเส้นทางสายกลางไว้ให้
แม้ว่าพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้
กัลยาณมิตร ตุลาคม ๒๕๓๗ ๖