ข้อความต้นฉบับในหน้า
อริยสาวก
โดย : กองบรรณาธิการ
ภาพ : พุทธศิลป์
ภิกษุทั้งหลาย
กัจจายนะเป็นผู้มีปัญญา
เนื้อความนั้น ถ้าพวกเธอถามตถาคต
ตถาคตก็ต้องแก้เหมือนอย่างที่
กัจจายนะกล่าวแล้ว
รูป ได้ยินเสียง ได้ดมกลิ่น ได้ลิ้มรส
ได้สัมผัสสิ่งสัมผัสทางกายและใจ
แล้วเกิดความกำหนัด พอใจเพลิด
เพลินและติดอยู่ในสิ่งเหล่านั้นชื่อว่า
ง่อนแง่นคลอนแคลนในปัจจุบัน การ
ที่บุคคลขณะที่ได้เห็นรูป ได้ยินเสียง
ได้ดมกลิ่น ได้ลิ้มรส ได้สัมผัสสิ่ง
สัมผัสทางกายและใจ แล้วไม่เกิด
ความกำหนัดพอใจเพลิดเพลิน และ
พ ร ะ ม ห า ก จ จ า ย บ 1 0 3 :
ต่อจากฉบับที่แล้ว
ระมหากัจจายนะ ขยายความ
* ให้ฟังว่า
การไม่ควรตามคิด
ถึงสิ่งที่ผ่านไปแล้ว ก็คือไม่ควรคิด
ถึงรูป เสียง กลิ่น รส สัมผัสทาง
กายและใจ ที่เคยได้เห็นได้ยินหรือ
เคยรับรู้มาแล้ว จนเกิดความเพลิด
เพลินและติดอยู่ในสิ่งที่ผ่านมานั้น
ชื่อว่าหมกมุ่นอยู่กับอดีต ที่ว่าไม่ควร
ฝันถึงสิ่งที่ยังมาไม่ถึง คือไม่ควรคาด
หวังว่าจะได้เห็นรูป จะได้ฟังเสียง
จะได้ดมกลิ่น จะได้สัมผัสทั้งทาง
กายและใจ ซึ่งสิ่งที่เพ้อฝันนั้นก่อให้
เกิดความกำหนัดพอใจ เพลิดเพลิน
และติดอยู่ ผู้ที่คาดหวังถึงสิ่งที่ยัง
มาไม่ถึง จนเกิดความกำหนัดพอใจ
เพลิดเพลินอยู่ ชื่อว่าเพ้อฝันถึง
อนาคต การที่บุคคลขณะที่ได้เห็น
900 ตุลาคม ๒๕๓๗ กัลยาณมิตร
ผู้เป็นเลิศด้าน
ขยายธรรมย่อ
ให้พิสดาร
(๒)
ไม่ติดอยู่ในสิ่งเหล่านั้น ชื่อว่า ไม่ง่อน
แง่นคลอนแคลนในปัจจุบัน
พระภิกษุเหล่านั้นพากันไป
เข้าเฝ้ากราบทูลข้อความที่พระมหา
กัจจายนเถระอธิบายไว้ต่อพระพุทธ
องค์ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าจึงตรัส
สรรเสริญพระมหากัจจายนะ ใน
ท่ามกลางภิกษุเหล่านั้นว่า
“ภิกษุทั้งหลาย กัจจายนะเป็น
ผู้มีปัญญา เนื้อความนั้น ถ้าพวกเธอ
ถามตถาคต ตถาคตก็ต้องแก้เหมือน
อย่างที่กัจจายนะกล่าวแล้ว”
จากนั้นทรงแต่งตั้งพระมหา
กัจจายนเถระท่ามกลางบริษัททั้ง
หลาย ให้เป็นเลิศในด้านเป็นผู้ที่
สามารถอธิบายเนื้อความพระธรรม
เทศนาโดยย่อให้พิสดาร
ต่อจากนั้นท่านได้เดินทาง