ข้อความต้นฉบับในหน้า
ทำใจให้เป็นกลาง ไม่ใช่เชื่ออย่างงมงาย หรือไม่เชื่อจน
ดื้อรั้น ให้ทำตัวทำใจเหมือนนักวิทยาศาสตร์ เหมือนผู้รู้
บัณฑิตและนักปราชญ์ทั้งหลาย คือวางใจเฉยๆ เหนือ
ความเชื่อและความไม่เชื่อ แล้วให้โอกาสตัวเองได้ศึกษา
อย่างแท้จริง
โดยดึงใจที่แวบไปแวบมาให้กลับมาหยุดนิ่งอยู่
ภายใน ในตำแหน่งที่ถูกต้อง คือศูนย์กลางกายฐานที่ ๗
อันเป็นจุดเริ่มต้นแห่งอริยมรรค เป็นจุดเริ่มต้นของการ
เดินทางสายกลางที่จะนำไปสู่อายตนนิพพาน ทางที่พระ
สัมมาสัมพุทธเจ้าและพระอรหันต์ทั้งหลายท่านเสด็จไป
ต้องนำใจที่มีปกติซัดส่ายไปมาให้มาอยู่ ณ ตำแหน่งตรง
นี้ตลอดเวลาจนกระทั่งถูกส่วน พอถูกส่วนใจก็จะเคลื่อน
เข้าไปสู่ภายใน ภาษาบาลีเขาใช้คำว่า คมน (คะมะนะ)
แปลว่าเคลื่อนเข้าไป แล่นเข้าไป ไตรสรณคมน์ ก็คือ
เคลื่อนใจแล่นเข้าไปหารัตนะภายใน เพราะฉะนั้นการ
เข้าถึงพระธรรมกาย พิสูจน์ได้ด้วยการฝึกใจให้หยุดนิ่ง
แล้วเราจะรู้ได้อย่างไรว่า เราทำถูกวิธีใน
เบื้องต้นแล้วเพื่อจะได้ปฏิบัติกันต่อไปให้เข้าถึงรัตนะทั้ง ๓
ภายในกายของเรา เราจะรู้ได้โดยเมื่อใจหยุดนิ่งดีแล้วจะ
มีดวงธรรมเบื้องต้นบังเกิดขึ้น ซึ่งเป็นเครื่องยืนยันว่าเรา
มาถูกทางแล้ว ถ้าเดินทางต่อไปก็จะถึงที่หมาย
วิธีทำใจให้หยุดมาสู่ที่ตั้งตรงฐานที่ ๗ มีเป็นล้านวิธี
คือนับวิธีไม่ถ้วน แต่ย่อลงมาเหลือเพียงแค่ ๔๐ วิธี ที่มี
ในวิสุทธิมรรค ให้เลือกเอาว่าจะเอาวิธีไหนก็ได้ ที่จะฝึก
ใจให้หยุดนิ่ง เช่น เราจะเริ่มต้นจากการพิจารณาอสุภะ
(ซากศพ) ก็ได้ หรือกำหนดลมหายใจ หายใจเข้าภาวนาว่า
“พุท” หายใจออกภาวนาว่า “โธ” อย่างที่เขาเรียกว่า
อานาปานสติอย่างนี้ก็ได้ หรือบางคนชอบทำใจนิ่งๆ เฉยๆ
ไม่อยากคิดอะไรก็ได้ หรือบางคนจะระลึกนึกถึงศีลที่ตน
รักษาได้บริสุทธิ์บริบูรณ์ อย่างนี้ก็เข้าถึงได้เหมือนกัน
ไม่ว่าเราจะเลือกปฏิบัติในวิธีใดก็ตาม เมื่อ
ปฏิบัติไปเรื่อยๆ พอใจสบาย ใจหยุดถูกส่วนเข้าก็หล่น
วูบเข้าไปสู่ภายใน พบดวงธรรมภายใน ถ้าดำเนินจิตไป
เรื่อยๆ ก็จะเข้าถึงพระรัตนตรัยเช่นเดียวกัน
เพราะฉะนั้นวิธีที่จะเข้าถึงพระรัตนตรัยนั้นมี
หลายวิธี แต่ทุกวิธีมีอารมณ์เดียว คือต้องอารมณ์ดี
อารมณ์สบาย แล้วก็ต้องหยุดนิ่ง ใจที่ปกติชอบแวบไป
แวบมา ต้องนำกลับมาหยุดนิ่งอยู่ภายใน ทุกวิธีเหมือน
กันตรงนี้ แตกต่างกันแต่เพียงวิธีการภายนอก พอหยุด
ถูกส่วนก็วูบเข้าไปจนกระทั่งเข้าถึงพระรัตนตรัยภายใน
อันเป็นที่พึ่งที่ระลึกสูงสุดของพวกเราทุกคน
เพราะฉะนั้น ใครที่เคยใช้คำว่าหลวงพ่อวัด
ปากน้ำก็ดี หลวงพ่อธัมมชโยก็ดีสอนตาม “แนววิชชา
ธรรมกาย” หรือ “วิธีธรรมกาย” ขอให้แก้คำใหม่นะจ๊ะ
ไม่ได้ใช้อย่างนั้น จริงๆ แล้วเป็น “วิธีเข้าถึงธรรมกาย”
วิธีหนึ่ง โดยใช้คำภาวนาว่า “สัมมาอะระหัง” แล้วก็ฝึกใจ
ให้หยุดนิ่งเฉย ๆ หรือจะกำหนดนิมิตเป็นดวงแก้ว เป็น
องค์พระเพื่อเป็นกุศโลบายให้ใจมีที่ยึดที่เกาะ เมื่อไปถึง ณ
ศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ ที่แท้จริง พอใจหยุดนิ่งถูกส่วนแล้ว
จะภาวนาหรือไม่ภาวนาอะไรเลย จะกำหนดหรือไม่
กำหนดอะไรก็แล้วแต่ พอไปสู่เป้าหลอมเดียวกัน คือ
ศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ ก็ตกศูนย์วูบลงไป แล้วก็เข้าถึง
ดวงธรรม เห็นกายในกาย จนกระทั่งเข้าถึงพระธรรม
ภายในที่สุด
หลวงพ่อวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ ท่านเข้าไปถึง
อย่างนี้ พอเข้าถึงธรรมกายแล้วท่านจึงรู้ว่าธรรมกาย
เป็นอันหนึ่งอันเดียวกับคำว่า “ตถาคต” หรือคำว่า
“พระพุทธเจ้า” แล้วท่านก็ค้นพบต่อไปอีกว่า การดับ
ขันธปรินิพพานคือดับขันธ์ ๕ ในกายมนุษย์ ทิพย์ พรหม
อรูปพรหม ขันธ์ทั้งหลายดับหมด ถอดออกหมดเป็นชั้นๆ
เข้าไปทีเดียว เหลือแต่ธรรมกายปรากฏอยู่ในอายตน
นิพพาน
ตรงนี้ล่ะที่เป็นข้อถกเถียงกัน ซึ่งหลวงพ่อจะ
ค้างเอาไว้สำหรับให้บัณฑิตนักปราชญ์ ได้ไปศึกษาไป
ค้นคว้าว่ามีจริงหรือไม่จริง ถ้าเราทำถูกวิธีและทำจริงจัง
ก็ต้องเจอ ถ้าทำไม่ถูกวิธีหรือทำไม่จริงไม่จังก็ไม่เจอ คำว่า
“ไม่เจอ” กับคำว่า “ไม่มี” นั้นไม่เหมือนกัน ไม่เจอเพราะ
เราทำไม่ถูก ถ้าทำถูกก็ต้องเจอ
กัลยาณมิตร ตุลาคม ๒๕๕๒
m