อำนาจและการควบคุมของคณะกรรมการอุปถัมภ์และคุ้มครองพระพุทธศาสนา วารสารกัลยาณมิตร ปี 2542 ฉบับที่ 10 หน้า 47
หน้าที่ 47 / 134

สรุปเนื้อหา

ควบคุม ลงโทษ สืบสวนสอบสวนพระภิกษุ นอกจากนี้คณะกรรมการอุปถัมภ์และ คุ้มครองพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ย่อมจะมี อำนาจเสมือนพนักงานสอบสวนตามประมวล กฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา เช่นกรณีตาม มาตรา ๑๔ อนุ ๑๑ ซึ่งให้อำนาจคณะกรรมการฯ ในการที่จะเรียกบุคคลใดๆ มาให้ถ้อยคำ หรือ เพื่อให้ส่งมอบวัตถุเอกสารหรือพยานหลักฐานใดๆ เพื่อประกอบการพิจารณาและการตรวจสอบ “ข้อเท็จจริง" ในการอุปถัมภ์และคุ้มครอง พระพุทธศาสนา มีข้อสังเกตในกรณีมาตรา ๓๘ ที่วางหลักว่า ศาสนธรรม ต้องได้รับการคุ้มครอง ห้ามมิให้ ผู้ใดกระทำการบิดเบือน ฉ้อฉล เหยียดหยามหรือทำลาย ซึ่งในกรณีดังกล่าว คุณคณิน บุญสุวรรณ ได้ให้ข้อสังเกตว่า “เป็นข้อความที่ทั้งกว้าง คลุมเครือ และเป็นดาบสองคม ที่ จะเป็นช่องทางให้ผู้มีอำนาจใช้เป็นเครื่องมือในการทำลาย ต่อจากนี้ไป ไม่ว่าจ

หัวข้อประเด็น

- อำนาจและการควบคุมของคณะกรรมการอุปถัมภ์และคุ้มครองพระพุทธศาสนา

ข้อความต้นฉบับในหน้า

ควบคุม ลงโทษ สืบสวนสอบสวนพระภิกษุ นอกจากนี้คณะกรรมการอุปถัมภ์และ คุ้มครองพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ย่อมจะมี อำนาจเสมือนพนักงานสอบสวนตามประมวล กฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา เช่นกรณีตาม มาตรา ๑๔ อนุ ๑๑ ซึ่งให้อำนาจคณะกรรมการฯ ในการที่จะเรียกบุคคลใดๆ มาให้ถ้อยคำ หรือ เพื่อให้ส่งมอบวัตถุเอกสารหรือพยานหลักฐานใดๆ เพื่อประกอบการพิจารณาและการตรวจสอบ “ข้อเท็จจริง" ในการอุปถัมภ์และคุ้มครอง พระพุทธศาสนา มีข้อสังเกตในกรณีมาตรา ๓๘ ที่วางหลักว่า ศาสนธรรม ต้องได้รับการคุ้มครอง ห้ามมิให้ ผู้ใดกระทำการบิดเบือน ฉ้อฉล เหยียดหยามหรือทำลาย ซึ่งในกรณีดังกล่าว คุณคณิน บุญสุวรรณ ได้ให้ข้อสังเกตว่า “เป็นข้อความที่ทั้งกว้าง คลุมเครือ และเป็นดาบสองคม ที่ จะเป็นช่องทางให้ผู้มีอำนาจใช้เป็นเครื่องมือในการทำลาย ต่อจากนี้ไป ไม่ว่าจะเป็นหลักเกณฑ์ วิธีการในการเรี่ยไร การควบคุมการเรี่ยไร จะต้องอยู่ใน “หลักเกณฑ์” ที่คณะ กรรมการ กอศ.พช. กำหนด บรรดาพวกศาสนสถาน ศาสนวัตถุใดเป็นทรัพย์ของแผ่นดินหรือที่ไม่เป็นกรรมสิทธิ ของวัดใดวัดหนึ่ง และเป็นที่เคารพสักการะของ บุคลากรในทางศาสนาหรือพระสงฆ์ที่ไม่ยอมอยู่ในโอวาทได้ พุทธศาสนิกชนโดยทั่วไป ให้ศาสนสถาน หรือศาสนวัตถุดัง นับเป็นมาตราที่เป็นอันตรายอย่างยิ่งต่อพระพุทธศาสนาที่ จะถูกคุกคามจากอิทธิพลและอำนาจมืด” ควบคุมการก่อสร้างทุกชนิดของวัด ในแง่ของการที่วัดจะสร้างพระพุทธรูปหรือศาสนวัตถุ กล่าว อยู่ในความควบคุมและจัดประโยชน์ของ “คณะ กรรมการทรัพย์สิน” กล่าวคือ วัดจะไม่มีสิทธิในการจัดการ ดูแลรายได้ อันได้มาจากการทำบุญของพุทธศาสนิกชน แต่จะมาอยู่ในการดูแลของคณะกรรมการทรัพย์สินแทน*** ซึ่งคณะกรรมการทรัพย์สินจะเป็นผู้พิจารณาอนุญาต เพื่อเป็นศูนย์กลางในการมาเคารพสักการะบูชาของ ให้ทางวัดเบิกจ่ายรายได้ดังกล่าว เพื่อใช้บำรุงพระพุทธ พุทธศาสนิกชนต่อจากนี้จะต้องถูกควบคุมโดยคณะกรรมการฯ ชุดนี้ โดยทางวัดจะต้องทำหนังสือขออนุญาตเป็นทางการ และต้องได้รับอนุมัติจึงจะดำเนินการก่อสร้างได้ โดยคณะ กรรมการฯ มีอำนาจในการพิจารณา ทั้งหลักเกณฑ์ ขนาด น้ำหนัก รูปแบบ มาตรฐาน และการแบ่งสมัยศาสนสถาน และศาสนวัตถุที่เป็นพระพุทธรูปอีกด้วย" . ควบคุมทรัพย์สมบัติพระศาสนา ในแง่การเรี่ยไรในการทำบุญบำรุงพระพุทธศาสนา ของวัดต่างๆ ทั่วประเทศจะกำหนดรูปแบบเองมิได้ เพราะ *** ศาสนาต่อไป กล่าวคือจะนำไปใช้โดยพลการไม่ได้ ต้องผ่าน การดูแลของคณะกรรมการทรัพย์สินดังกล่าวทุกครั้ง ความจริงในการมีคณะกรรมการกำกับดูแลคณะสงฆ์ ที่มีระเบียบข้อบังคับดังที่ได้กล่าวมาในวรรคก่อนนั้น ผู้ เขียนเห็นว่ายังไม่มีความจำเป็นต้องมีการปกครองสงฆ์ใน รูปลักษณ์ตามร่าง พ.ร.บ. การอุปถัมภ์และคุ้มครอง ซึ่งเรื่องนี้พระภาวนาวิริยคุณ พระพุทธศาสนา พ.ศ. (หลวงพ่อทัตตชีโว) ได้ให้ความกระจ่างในกรณีนี้ไว้ว่า.... “ในการบริหารสงฆ์ เป็นลักษณะอยู่กันด้วยความ (โปรดดู : บทวิเคราะห์ ชำแหละ ร่างกฎหมายอันตราย ฆราวาสปกครองพระ ใน น.ส.พ. ดอกเบี้ยธุรกิจ หน้า ๔) (โปรดดู : มาตรา ๔๔, ๕๒, ๕๓ ประกอบกับ มาตรา ๕๐ และมาตรา ๕๑ ร่างพ.ร.บ.การอุปถัมภ์และคุ้มครองพระพุทธ ศาสนา พ.ศ. ....) (โปรดดู : มาตรา ๓๔, ๕๘ ร่างพระราชบัญญัติการอุปถัมภ์และคุ้มครองพระพุทธศาสนา พ.ศ. ....) กัลยาณมิตร ตุลาคม ๒๕๕๒
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More