การบรรลุธรรมในพระพุทธศาสนา วารสารกัลยาณมิตร ปี 2542 ฉบับที่ 10 หน้า 76
หน้าที่ 76 / 134

สรุปเนื้อหา

นักปราชญ์เหล่าใด เจริญสุญญตวิโมกข์ อนิมิต ตวิโมกข์ และอัปปณิหิตวิโมกข์ ไม่บรรลุความเป็นพระ สาวกในศาสนาพระชินเจ้า นักปราชญ์เหล่านั้น ย่อมเป็นพระ สยัมภูปัจเจกพุทธเจ้า มีธรรมใหญ่ มีธรรมกายมาก มีจิตเป็น อิสระ ข้ามห้วงทุกข์ทั้งมวลได้ มีจิต โสมนัส มีปกติเห็นประโยชน์อย่างยิ่ง เปรียบดังราชสีห์ เช่นกับนอแรด ฯ ในพระสูตรนี้ข้าพเจ้าจะ เย SENDIUM พระอริยสาวก แต่ก็ไม่ปรารถนาความเป็นพระสัพพัญญู พุทธเจ้า ย่อมเป็นพระปัจเจกพุทธเจ้า ต้องบำเพ็ญบารมี ตลอดสองอสงไขยแสนกัป จึงตรัสรู้เองได้ ม. เ คำว่า “มีธรรมใหญ่” ได้แก่ มีธรรมกายรุ่งเรืองและ ยิ่งใหญ่ เพราะสั่งสมบารมีธรรมไว้ ยาวนานและมีปัญญามากกว่าพระ อริยสาวกของพระชินเจ้าทั้งหลาย ฯ กวนติ ปัจเจกชนา สยมภู ๆ มหนฺติธมฺมา พหุกมุมกายา คำว่า “มีธรรมกายมาก" ได้แก่ อธิบายคว

หัวข้อประเด็น

- การบรรลุธรรมในพระพุทธศาสนา

ข้อความต้นฉบับในหน้า

นักปราชญ์เหล่าใด เจริญสุญญตวิโมกข์ อนิมิต ตวิโมกข์ และอัปปณิหิตวิโมกข์ ไม่บรรลุความเป็นพระ สาวกในศาสนาพระชินเจ้า นักปราชญ์เหล่านั้น ย่อมเป็นพระ สยัมภูปัจเจกพุทธเจ้า มีธรรมใหญ่ มีธรรมกายมาก มีจิตเป็น อิสระ ข้ามห้วงทุกข์ทั้งมวลได้ มีจิต โสมนัส มีปกติเห็นประโยชน์อย่างยิ่ง เปรียบดังราชสีห์ เช่นกับนอแรด ฯ ในพระสูตรนี้ข้าพเจ้าจะ เย SENDIUM พระอริยสาวก แต่ก็ไม่ปรารถนาความเป็นพระสัพพัญญู พุทธเจ้า ย่อมเป็นพระปัจเจกพุทธเจ้า ต้องบำเพ็ญบารมี ตลอดสองอสงไขยแสนกัป จึงตรัสรู้เองได้ ม. เ คำว่า “มีธรรมใหญ่” ได้แก่ มีธรรมกายรุ่งเรืองและ ยิ่งใหญ่ เพราะสั่งสมบารมีธรรมไว้ ยาวนานและมีปัญญามากกว่าพระ อริยสาวกของพระชินเจ้าทั้งหลาย ฯ กวนติ ปัจเจกชนา สยมภู ๆ มหนฺติธมฺมา พหุกมุมกายา คำว่า “มีธรรมกายมาก" ได้แก่ อธิบายความตามนัยแห่งพระสูตร จิตติสสรา สัพพทุกโขติณณา มีธรรมเป็นสรีระ(กาย) มากมาย และนัยแห่งครูธรรมกายดังต่อไปนี้ คำว่า “นักปราชญ์เหล่าใด” อุทกุกจิตตา ปรมัตถท ได้แก่ ผู้ที่ได้บรรพชาอุปสมบทเป็น พระภิกษุในศาสนาของพระพุทธเจ้า ในปางก่อนทั้งหลาย และได้เจริญ ภาวนาไว้มากในสุญญตวิโมกข์ อนิมิตตวิโมกข์ และอัปปณิหิตวิโมกข์ แต่ก็มิได้บรรลุความเป็นพระอริย สาวกในศาสนาของพระชินเจ้าแม้ พระองค์เดียว ฯ 1 คำว่า “เจริญ” ได้แก่ ทำให้มาก ทำบ่อยๆ และ สม่ำเสมอ ฯ คำว่า “สุญญตวิโมกข์” ได้แก่ การตามเห็นด้วยวิปัสสนา ญาณว่า สังขตธรรมทั้งปวงมิใช่ตัวตน คำว่า “อนิมิตตวิโมกข์” ได้แก่ การเห็นด้วยวิปัสสนา ญาณว่า สังขารทั้งปวงไม่เที่ยง 9 คำว่า “อัปปณิหิตวิโมกข์” ได้แก่ การเห็นด้วยวิปัสสนา ญาณว่า สังขารทั้งปวงเป็นทุกข์ 9 คำว่า “ไม่บรรลุความเป็นพระสาวก” ได้แก่ ยังไม่ได้ บรรลุความเป็นพระอริยสาวกตั้งแต่พระโสดาบันขึ้นไป แม้ สามารถจะบรรลุได้ ทั้งนี้ ทั้งนี้เพราะมีความปรารถนาที่ตั้งไว้ ยิ่งใหญ่กว่า ด้วยว่า ผู้ที่ปรารถนาจะบรรลุความเป็นพระ อรหันต์ทั่วไปต้องสั่งสมบารมีมาอย่างน้อยแสนกัป ผู้ที่ ปรารถนาจะบรรลุความเป็นพระอัครสาวกต้องสั่งสมบารมี มาหนึ่งอสงไขยแสนกัป จึงจะบรรลุความเป็นพระอริยสาวก ในศาสนาของพระพุทธเจ้าทั้งหลายได้ แต่ผู้ที่มีความ ปรารถนายิ่งใหญ่กว่านั้น คือผู้ที่ไม่มีความพอใจเพียงเป็น ๗๔ | กัลยาณมิตร ตุลาคม todate หรือ มีธรรมกายนับไม่ถ้วน ฯ คำว่า “มีจิตเป็นอิสระ” ได้แก่ มี จิตไม่ถูกกิเลสทั้งหลายบังคับครอบงำ เพราะทำลายข้าศึกคือกิเลสได้ เด็ดขาดแล้ว ฯ คำว่า “ข้ามห้วงทุกข์ทั้งมวล ได้” ได้แก่ หลุดพ้นจากห้วงทุกข์ทั้ง หลายในวัฏสงสารได้อย่างเด็ดขาด ฯ คำว่า “มีจิตโสมนัส” ได้แก่ มี จิตปลอดโปร่งเบิกบาน เพราะไม่ถูกกิเลสทั้งหลายมีราคะ เป็นต้นครอบงำเอา ฯ คำว่า “มีปกติเห็นประโยชน์อย่างยิ่ง” ได้แก่ เป็นผู้เห็น พระนิพพานเป็นปกติ จริงดังนั้น บรรดาประโยชน์ทั้งสาม คือ ทิฏฐธัมมิกัตถประโยชน์ สัมปรายิกัตถประโยชน์ และ ปรมัตถประโยชน์ พระนิพพานท่านกล่าวว่า เป็นประโยชน์ อย่างยิ่ง อย่างสูงสุด ไม่มีประโยชน์อื่นยิ่งกว่า อันเหล่าธีร ชนทั้งหลายผู้ต้องการพ้นจากทุกข์ทั้งมวลบรรลุกันแล้ว มากมาย 9 คำว่า “เปรียบดังราชสีห์” ได้แก่ เป็นผู้ไม่หวั่นไหวและ ไม่เกรงกลัวต่อข้าศึกคือกิเลสทั้งหลาย ประดุจพระยา ไกรสรราชสีห์ ย่อมไม่หวั่นไหวและไม่เกรงกลัวต่อสัตว์ ทั้งปวงฉะนั้น ๆ คำว่า “เช่นกับนอแรด” ได้แก่ เป็นผู้ชอบเที่ยวไปผู้เดียว เพราะไม่ชอบคลุกคลีด้วยหมู่ เหมือนเขาหรือนอของสัตว์ ตัวมีเขาเดียวฉะนั้น ฯ
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More