การถวายบิณฑบาตและความสำคัญของบุญ วารสารกัลยาณมิตร ปี 2542 ฉบับที่ 10 หน้า 68
หน้าที่ 68 / 134

สรุปเนื้อหา

เทวดาเหล่านั้น ปรากฏว่ามีรัศมีกายและเดชมากกว่าโยม เสียอีก เวลาที่เทพบุตรเหล่านั้น พาบริวารออกจาก ปราสาทวิมานของตนท่องเที่ยวไปตามถนนในเทพนครโดย สำราญ โยมนี้มิอาจสู้หน้าเขาได้ เพราะเดชจากสรีระกาย ของพวกเขา เข้าครอบงำท่วมทับรัศมีกายของโยมหมดสิ้น เมื่อเป็นเช่นนี้โยมจึงมีสภาพเป็นผู้ระแวงภัย ครั้งใดที่เห็น พวกเขาพากันออกจากวิมาน ครั้งนั้นโยมต้องหลบซ่อน เงียบอยู่ในวิมานใหญ่ทุกทีไป ทั้งที่ตนมีอำนาจใหญ่เป็นเจ้า เป็นนายเขา พระผู้เป็นเจ้าเห็นหรือยังเล่าว่า โยมนี้เป็นผู้มี ความอาภัพ ได้รับความอับอายขายหน้า และต้องน้อยเนื้อ ต่ำใจในวาสนาบารมีแห่งตนเพียงไร ใครเล่าจักยากจนไป กว่าโยม" เมื่อพระมหากัสสปเถรเจ้าได้ฟังคำรำพันของ พระอินทร์ดังนั้นแล้วก็กล่าวตอบไปว่า “ขอถวายพระพร บพิตรพระราชสมภาร ที่พระองค์ ว่ามาก็ม

หัวข้อประเด็น

- การถวายบิณฑบาตและความสำคัญของบุญ

ข้อความต้นฉบับในหน้า

เทวดาเหล่านั้น ปรากฏว่ามีรัศมีกายและเดชมากกว่าโยม เสียอีก เวลาที่เทพบุตรเหล่านั้น พาบริวารออกจาก ปราสาทวิมานของตนท่องเที่ยวไปตามถนนในเทพนครโดย สำราญ โยมนี้มิอาจสู้หน้าเขาได้ เพราะเดชจากสรีระกาย ของพวกเขา เข้าครอบงำท่วมทับรัศมีกายของโยมหมดสิ้น เมื่อเป็นเช่นนี้โยมจึงมีสภาพเป็นผู้ระแวงภัย ครั้งใดที่เห็น พวกเขาพากันออกจากวิมาน ครั้งนั้นโยมต้องหลบซ่อน เงียบอยู่ในวิมานใหญ่ทุกทีไป ทั้งที่ตนมีอำนาจใหญ่เป็นเจ้า เป็นนายเขา พระผู้เป็นเจ้าเห็นหรือยังเล่าว่า โยมนี้เป็นผู้มี ความอาภัพ ได้รับความอับอายขายหน้า และต้องน้อยเนื้อ ต่ำใจในวาสนาบารมีแห่งตนเพียงไร ใครเล่าจักยากจนไป กว่าโยม" เมื่อพระมหากัสสปเถรเจ้าได้ฟังคำรำพันของ พระอินทร์ดังนั้นแล้วก็กล่าวตอบไปว่า “ขอถวายพระพร บพิตรพระราชสมภาร ที่พระองค์ ว่ามาก็มีเหตุผลที่พอจะฟังได้ แต่ว่าต่อไปนี้พระองค์อย่าได้ ด้วยเทพฤทธิ์ ไปยังไพชยนตปราสาทวิมานอันเป็นที่สถิต แห่งตน ด้วยผลแห่งการถวายทานแก่พระขีณาสวะพระ มหากัสสปเถรเจ้าผู้เพิ่งออกจากนิโรธสมาบัติใหม่ๆ และ ด้วยผลแห่งการได้สดับตรับฟังพระสัทธรรมเทศนา ใน สำนักแห่งองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าจนได้สำเร็จเป็น พระอริยบุคคลในพระพุทธศาสนา ชั้นพระโสดาบัน ในกาล ภายหลังต่อมา จึงปรากฏว่า ท่านท้าวโกสีย์อมรินทราธิราช ทรงเป็นเทพเจ้าผู้มีวาสนาอันยิ่งใหญ่ รัศมีแห่งพระวรกาย และรัศมีแห่งปราสาทวิมาน ก็แผ่ซ่านรุ่งเรืองเหนือเทวดา ทั้งหลายในดาวดึงสพิภพ ไม่ต้องหลบหลีกเทวดาทั้งหลาย ไม่ต้องทรงได้รับความอับอาย และน้อยเนื้อต่ำใจในบุญ บารมีแห่งตนอีกต่อไป ทรงปกครองเหล่าเทวดาทั้งหลาย ในพิภพของตนโดยธรรม ให้ได้รับความสุขโดยทั่วหน้ากัน นับได้ว่าพวกเราท่านเป็นผู้โชคดีมากกว่าพระอินทร์ ผู้เป็นใหญ่ ณ สวรรค์ชั้นดาวดึงส์ ที่ได้เกิดมาอยู่ในบวร พระพุทธศาสนา สั่งสมบุญบารมีคุณความดีอย่างต่อเนื่อง ผลแห่งกรรมดีที่เกิดขึ้นในโลกนี้ที่ เห็นได้อย่างเป็นรูปธรรมคือความสุข ใจที่เกิดขึ้นกับตนเอง อย่างน้อยก็มี ความสุขกับการเป็นผู้ให้ มนุษย์ทุก คนเกิดมาย่อมอยู่ในภัยของสงสารวัฏ ทำการลวง แล้วถวายบิณฑบาตแก่อาตมาภาพเช่นนี้อีก เป็นอันขาด เข้าใจไหมเล่า? การถวายอาหารบิณฑบาต ไม่มีใครรอดพ้นเรื่องของการเกิด แก่ เจ็บ ตาย ไปได้ เมื่อชีวิตหาไม่แล้วก็ คงเหลือแต่เพียงคุณความดีปรากฏ อยู่เท่านั้น ดังนั้นเมื่อมีชีวิตอยู่จงอยู่ อย่างมีคุณค่า สร้างคุณความดีสะสม บารมี เพื่อเป็นสมบัติติดตัวไว้ใช้ใน ภพหน้า เพราะทรัพย์สมบัติที่เรียก ว่าบุญนั้น ไม่มีใครสามารถแย่งชิงเอาไปได้ ต่างจากโลกีย ทรัพย์ในโลกมนุษย์ที่ตายแล้วก็ไม่สามารถเอาติดตัวไปได้ ทานของพระองค์ในครั้งนี้ย่อมสำเร็จผลเป็นกุศลอย่างแน่นอน แม้นเป็นเศรษฐีพันล้านหมื่นล้านก็คงไปได้เพียงวิญญาณ ขอพระองค์ทรงวางพระทัย” เมื่อสมเด็จพระอมรินทราธิราชได้ฟังดังนั้น ก็ทรงมี พระมนัสเต็มตื้นไปด้วยศรัทธาเลื่อมใส ถวายนมัสการแล้ว ทรงชักชวนสุชาดาเทพนารี กระทำการประทักษิณเวียน รอบพระมหาเถรเจ้า ๓ ครั้ง แล้วก็พากันเหาะกลับสู่เวหาส ๖๖ กัลยาณมิตร ตุลาคม ๒๕๕๒ เท่านั้น
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More