ข้อความต้นฉบับในหน้า
โบสถ์บน ท่านยังไม่รู้แม้แต่น้อยว่า
ธรรมะที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสรู้
นั้นเป็นอย่างไร ท่านมีแต่ความ
ปรารถนาที่จะรู้เห็นธรรมะที่พระพุทธ
องค์ทรงบรรลุเท่านั้น
ในที่สุด ท่านก็ตัดสินใจใช้วิธี
การเดียวกับที่พระบรมโพธิสัตว์ใช้ใน
วันประทับนั่งอยู่ใต้ควงไม้ศรีมหาโพธิ์
ก่อนจะตรัสรู้เป็นพระอรหันตสัมมา
สัมพุทธเจ้าในคืนวิสาขะ ท่านทำสัจ
จกิริยาว่า
“ขอพระองค์ได้ทรงโปรด
ประทานธรรมแก่ข้าพระพุทธเจ้าด้วย
เถิด หากว่าการบรรลุธรรมของ
ข้าพระพุทธเจ้าจะเกิดประโยชน์ แก่
พระศาสนาอย่างมหาศาลละก็ ขอทรง
ได้ประทานเถิด ข้าพระพุทธเจ้าจะรับ
อาสาเป็นทนายแก้ต่างให้แก่พระพุทธ
ศาสนา หากว่าไม่เกิดประโยชน์
แล้วไซร้ ขออย่าได้ประทานเลย
ข้าพระพุทธเจ้าขอถวายชีวิตอัตภาพนี้
เป็นพุทธบูชาแด่พระองค์”
เท่ากับหลวงพ่อวัดปากน้ำท่าน
ยืนยันว่า ถ้าไม่ได้บรรลุหนทางที่พ้น
จากความทุกข์ทรมานจากสิ่งที่
บังคับบัญชาอยู่ในจิตใจตลอดเวลาแล้ว
แม้เนื้อเลือดจะแห้งเหือดหายไปเหลือ
แต่กระดูกหนังก็ช่างมัน หากไม่ได้
บรรลุธรรมาพิสมัยของพระบรมศาสดา
ก็จะไม่ลุกจากที่ ตายเป็นตาย
คนเราถ้าหากว่าปล่อยวาง
ชีวิตร่างกาย ไม่อาลัยอาวรณ์ ไม่กลัว
ความเจ็บป่วย ไม่กลัวความปวด
ความเมื่อย ความทุกข์ จะรวดร้าวแค่
ไหนถ้าไม่กลัวเสียแล้ว สิ่งที่ปรารถนา
มันก็อยู่ในก้ามือ
หลังจากทำสัจจกิริยาแล้ว
ท่านก็เริ่มต้นทำใจนิ่งไปเรื่อย นิ่งไป
ตั้งแต่ยามเย็น พอพลบค่ำก็ยังทำใจ
นิ่งต่อไป ไม่คิดอะไรแล้ว เพราะไม่รู้
ว่าจะคิดอะไร เนื่องจากสิ่งที่ท่าน
อยากได้นั้น มันเหนือจินตนาการของ
มนุษย์ มันเลยขอบเขตความคิดของ
ท่านที่ยังมีขอบเขต ความคิดของท่าน
จึงไม่รู้จะคิดอย่างไร มันเหนือ เหนือ
กว่านั้นเป็นอจินไตยไปแล้ว
“ขอพระองค์ได้ทรง
โปรดประทานธรรมแก่
ที่ภายนอกโบสถ์ ฝนยังคงเท
ลงมาประดุจฟ้ารั่ว เสมือนเป็นนิมิต
อันดีที่จะแสดงให้ท่านเห็นว่า ท่านจะ
บรรลุธรรมในคืนนี้ และจะได้ทำ
หน้าที่โปรยปรายเมล็ดฝนไปยังสรรพ
สัตว์ทั้งหลาย ที่มีธุลีกิเลสเบาบาง
ภายในโบสถ์ ท่านยังคงทำใจ
นิ่งเฉยอย่างสบายๆ ยังทำใจนิ่งเรื่อยไป
พอคลายกังวลได้แล้วใจก็รู้สึกสบาย
และนิ่งมากขึ้นไปเรื่อยๆ จนกระทั่งใจ
ของท่านนั้น หยุดนิ่งสนิทสมบูรณ์ ใจ
ท่านก็ค่อยๆ โล่ง โปร่ง เบา เพราะ
ท่านปล่อยวางกายหยาบแล้ว ใจจึง
ค่อยๆ โล่ง โปร่ง เบา เบาอย่างสบาย
เพิ่มขึ้นไปเรื่อยๆ และในที่สุด ใจก็หยุด
ได้สนิท
เมื่อใจหลุดพ้นจากกายหยาบ
เหมือนไม่มีตัวตน ท่านก็หลุดพ้นตก
ศูนย์วูบ ไปเข้าถึงสิ่งที่มีอยู่แล้วในตัว
ของท่าน นั่นคือ ดวงธรรมภายใน กาย
ภายในแล้วก็พระธรรมกาย
ท่านเข้าไปถึงดวงธรรมเบื้องต้น
ก่อน เป็นดวงที่สุกใสสว่าง เมื่อใจนิ่ง
วูบลงไป ท่านก็ได้รับความสุขที่
พรั่งพรูออกมาอย่างไม่มีประมาณ
เกินควรเกินคาดทีเดียว คุ้มกับที่
ลงทุนทิ้งชีวิต
เมื่อท่านได้เข้าถึงดวงธรรม
ข้าพระพุทธเจ้าด้วยเถิด
หากว่าการบรรลุธรรม
ของข้าพระพุทธเจ้า
จะเกิดประโยชน์
แก่พระศาสนาอย่าง
มหาศาลละก็ ขอทรงได้
ประทานเถิด
ข้าพระพุทธเจ้าจะรับ
อาสาเป็นทนายแก้ต่าง
ให้แก่พระพุทธศาสนา
หากว่าไม่เกิดประโยชน์
แล้วไซร้ ขออย่าได้
ประทานเลย
ข้าพระพุทธเจ้าขอถวาย
ชีวิตอัตภาพนี้เป็นพุทธ
บูชาแด่พระองค์”
กัลยาณมิตร ตุลาคม ๒๕๕๒ ๒๓