ข้อความต้นฉบับในหน้า
ถึง...คุณแม่ที่เคารพยิ่ง
คุณแม่เป็นอย่างไรบ้าง คงจะสบายดีนะคะ ลูกสบายดี
ตอนนี้ที่นี่ฝนตกเป็นบางวัน และมักจะตกในตอนกลางคืน ก็
ดีเหมือนกันนะคะ ทำให้อากาศดีขึ้น ตอนนี้ลูกนั่งสมาธิ ๓ รอบ
เช่นเดิม เวลานั่งก็ตั้งใจให้ใจตั้งถูกที่ พยายามไม่ให้ฟัง แต่
ก็ยังมีอยู่บ้าง แต่ลูกไม่ได้หงุดหงิดที่ฟังหรอกนะคะ คิดว่า
ปล่อยๆ ไปก่อน และมององค์พระไปเรื่อยๆ มีบ้างเหมือน
กันที่หงุดหงิดเพราะเจ็บสะโพก แต่ก็นานๆ ทีค่ะ โมโหบ่อย
ไม่ได้เดี๋ยวเราจะแย่เสียก่อน
เมื่อเช้านี้ ในเวลาพัก ลูกนั่งเล่นอยู่เฉยๆ ก็มองสิ่ง
รอบข้างไปเรื่อย ปกติไม่ค่อยได้มองหรอกค่ะ ก้มหน้าก้มตา
อ่านหนังสือเสียมากกว่า สิ่งรอบข้างที่ลูกเห็นเมื่อเช้า ได้แก่
ต้นไม้ และนก (สัตว์ที่ลูกกลัว) พอดีต้นไม้มีหลายต้น ลูกก็
เลยนึกถึงป่าและคำพูดที่ว่า หากอยากจะซ่อนใบไม้ให้ไป
ซ่อนในป่า เพราะอะไร? เหตุผลคือ มันเป็นที่ที่ไม่มีใครคิด
ว่า เราจะไปซ่อนที่นั่น คำพูดนี้ ทำให้ลูกนึกถึงธรรมะและ
การค้นหาของมนุษย์ คนมักจะแสวงหาความสุข เพราะใจ
ร่ำร้องหาความสุขที่แท้จริง ลูกคิดว่า ตามสัญชาตญาณเรา
ก็รู้สึกว่ามันมีอยู่ แต่ไม่รู้ว่าจะหามาได้อย่างไร จากไหน
เหมือนเป็นสิ่งลึกลับสำหรับเรา เราจึงไปหาความบริบูรณ์
จากสิ่งภายนอกแทน
ลูกคิดว่า น้อยคนที่จะรู้ว่าทุกสิ่งทุกอย่างที่ต้องการ
อยู่ภายในตัวเรานี่เอง และมันก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่อยู่ๆเราจะรู้
ในเมื่อพอเราตื่นขึ้น เราก็ต้องลืมตา ซึ่งหมายถึงการเห็น
ภาพภายนอก มองออกไปข้างนอกตัวเอง ทั้งการสัมผัสสิ่ง
ต่างๆ ด้วยจมูก หู ลิ้น กาย ก็รับมาจากภายนอกทั้งสิ้น
แล้วเราจะเหลือเวลาช่วงใดบ้างที่ได้อยู่กับตัวเอง หรือถึงมี
เวลาอยู่กับตัวเองก็เป็นไปได้มากที่จะไม่รู้ต่อไป หากเราไม่
มีครูบาอาจารย์มาชี้แนะให้ เป็นต้นแบบให้เดินตาม ดังนั้น
จึงมีคนอีกมากที่ต้องทุกข์และแสวงหาไปเรื่อยๆ
เห็นต้นไม้เลยคิดเสียเพลินไปหน่อยค่ะ แต่ลูกชอบ
มองต้นไม้ เวลาที่แดดส่องจะทำให้เห็นความแตกต่างของ
ส่วนที่โดนแสงมากและน้อย และส่วนที่โดนเงาปิด รวมทั้งสี
ที่เข้มและอ่อนของลำต้นและใบไม้ ทำให้รู้สึกว่ามีความ
ซับซ้อนอยู่ในนั้น บางครั้งหากลูกละเอียดอ่อนพอ ก็จะเห็น
รายละเอียดของสิ่งที่มองอยู่ แต่ส่วนมากก็มักจะมองผ่านๆ
ไปค่ะ ไม่เหมือนกับวิธีนั่งสมาธินะคะ ต้องมองแบบไม่เพ่ง
พิศจึงจะเห็นชัด เป็นความแตกต่างอย่างหนึ่ง
คุณแม่คงจะจำได้ ที่เราเคยคุยกันเรื่องการฝึกสมาธิ
และคุณแม่บอกว่า การฝึกใจไม่ใช่เรื่องง่าย ยากกว่าการ
เรียนรู้ในสิ่งต่างๆ ลูกก็รู้สึกเช่นนั้นเหมือนกัน แต่ถ้าทำได้
เราจะได้รับสิ่งที่มีคุณค่าที่แตกต่างไปจากผลของการทำสิ่งที่
ง่าย ลูกเคยอ่านหนังสือเล่มหนึ่งเกี่ยวกับภาวะทางจิต มี
ข้อความหนึ่งกล่าวถึงลูกศิษย์คนหนึ่งที่พูดกับอาจารย์
เรื่องความต้องการอย่างมากที่จะรู้จักตัวตนที่แท้จริงว่าเป็น
อย่างไร อาจารย์กล่าวว่า “เราจะแสดงให้ดูในไม่ช้า”
ในเวลาบ่าย ทั้งสองได้ไปอาบน้ำที่ริมแม่น้ำ
ลูกศิษย์ได้ถามอีกครั้งหนึ่ง อาจารย์ไม่ตอบแต่กดศีรษะของ
ศิษย์ลงในน้ำและแช่ไว้จนศิษย์รู้สึกเหมือนจะขาดใจ สิ่ง
เดียวที่เขาต้องการในขณะนี้ คืออากาศสำหรับหายใจ
อาจารย์ได้ปล่อยมือก่อนที่ลูกศิษย์จะหมดลมหายใจ
ลูกศิษย์ทะลึ่งพรวดขึ้นจากน้ำและสูดอากาศเฮือกใหญ่ แล้ว
ร้องว่า “ท่านอาจารย์ ทำไมจึงทำเช่นนี้ ผมเกือบจะขาดใจ
ตายแล้ว” อาจารย์ตอบว่า “ข้าได้ตอบคำถามของเจ้าแล้ว
ถ้าเจ้าเกิดความต้องการที่จะเข้าถึงตัวตนที่แท้จริงของตัวเจ้า
มากเหมือนการที่เจ้าต้องการอากาศหายใจเมื่อสักครู่นี้
เมื่อนั้นแหละเจ้าจะรู้ว่าการรู้แจ้งเห็นจริง (Self-realization)
ไม่ได้อยู่ห่างไกลจากความสำเร็จของเจ้าเลย”
ลูกอ่านแล้วนึกต่อไปว่า แล้วคนจะเกิดความรู้สึก
เช่นนี้ได้อย่างไร ในเมื่อรอบข้างเรายังมีสิ่งที่เราสนใจ และ
อาจารย์ตอบว่า “ข้าได้ตอบคำถามของเจ้าแล้ว ถ้าเจ้าเกิดความต้องการที่จะเข้าถึงตัว
ตนที่แท้จริงของตัวเจ้า มากเหมือนการที่เจ้าต้องการอากาศหายใจเมื่อสักครู่นี้ เมื่อนั้น
แหละเจ้าจะรู้ว่าการรู้แจ้งเห็นจริง (Self-realization) ไม่ได้อยู่ห่างไกลจากความ
สำเร็จของเจ้าเลย”
กัลยาณมิตร ตุลาคม ๒๕๕๒ ๑๐๓