ข้อความต้นฉบับในหน้า
พวกเขารู้ดีว่า นี่คือการเข้าใจผิด ทางออกที่ดีในตอนนี้ คือสงบนิ่ง อดทนต่อการถูกสังคมตรวจสอบทุกข้อ
กล่าวหา และต้องมุ่งหน้าทำความดี ประพฤติปฏิบัติธรรมให้มากยิ่ง ๆ ขึ้นไปจนกว่าความจริงจะปรากฏและทุก
อย่างจะคลี่คลาย เพราะสิ่งที่ชาววัดพระธรรมกายตระหนักและมุ่งหวังอยู่เสมอก็คือ ต้องอดทน ใช้ปัญญา ไม่เพิ่ม
ปัญหา ด้วยเป้าหมาย คือ ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นก็ตาม ชาวพุทธต้องไม่ฆ่าชาวพุทธกันเอง
แต่ดูเหมือนว่า แม้มรสุมที่รุมโหมกระหน่ำเข้ามาจากบุคคลหลายกลุ่มรอบด้าน จะผ่านไปลูกแล้วลูกเล่า ทีท่า
ของมรสุมร้ายที่วัดพระธรรมกายต้องเผชิญหน้า ก็ยังคงไม่ยอมสงบนิ่งโดยง่าย ตรงข้ามกับมีแนวโน้มที่พุ่งสูงขึ้น
นานวันข้อกล่าวหาต่างๆ ยิ่งเพิ่มมากขึ้นตามลำดับๆ และส่งผลกระทบให้เกิดการริดรอนสิทธิเสรีภาพในการทำทาน
รักษาศีล และเจริญภาวนา ของชาววัดพระธรรมกายอย่างหนักหน่วงรุนแรงมากขึ้นไปตามลำดับ
นักปราชญ์หลายคนมองออกแล้วว่า ตรงนี้ได้มีสิ่งที่ไม่ถูกต้องเกิดขึ้นแล้วในประเทศไทย เพราะชาวพุทธที่
ทุ่มเทสติปัญญาทำบุญสร้างกุศลกลายเป็น “คนผิด” ถ้าปล่อยให้ทัศนคตินี้ เกิดขึ้นลุกลามเป็นค่านิยมในประเทศไทย
ศีลธรรมของอนุชนคนรุ่นหลังคงป่นปี้เป็นแน่แท้ เพราะฉะนั้น เรื่องนี้จึงไม่ใช่จำกัดแค่ความเสียหายของ
วัดพระธรรมกาย แต่กำลังเป็นจุดเริ่มต้นของหายนะของพระพุทธศาสนาที่รุกคืบเข้าไปในจิตใจประชาชนคนไทย
โดยไม่รู้ตัว
ใครจะออกมาแก้ไขวิกฤตพระพุทธศาสนาครั้งนี้?
ในฐานะที่สาธุชนชาววัดพระธรรมกายนับแสนคน เป็นชาวพุทธผู้รักพระพุทธศาสนา เป็นประชาชนผู้รักความ
สงบ และเคารพกฎหมายรัฐธรรมนูญไทย พวกเขาจึงได้มาประชุมพร้อมเพรียงกันอย่างเนืองแน่น เพื่อออกมา
แก้ไขวิกฤตพระพุทธศาสนาครั้งนี้ โดยเริ่มต้นที่การประกาศให้ทุกคนรู้ว่าประชาชนไทยมีสิทธิเสรีภาพบริบูรณ์ในการ
นับถือศาสนา รัฐต้องให้การสนับสนุนและคุ้มครองการนับถือศาสนา และไม่มีใครสามารถล่วงละเมิดสิทธิเสรีภาพ
นี้ได้ เพราะผิดกฎหมายสูงสุดของประเทศ ซึ่งสิทธิเสรีภาพในการนับถือศาสนานี้เป็นกติกาสังคมที่ปรากฏอยู่ใน
รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. ๒๕๔๐
ตะวัน”
การประชุมเพื่อยุติการละเมิดสิทธิเสรีภาพของการนับถือพระพุทธศาสนาครั้งนี้เรียกว่า “วันรวมพลังกล้า
การรวมพลังกล้าตะวันครั้งประวัติศาสตร์นี้ ไม่ได้มีจุดมุ่งหมายไปที่ต้องการ
แบ่งแยกนิกายใหม่ในการนับถือพระพุทธศาสนาอย่างเด็ดขาด ตรงกันข้ามเนื้อแท้
ของการประชุมกันวันนี้ มีจุดมุ่งหมายชัดเจนเพื่อกอบกู้พระพุทธศาสนา คือ
หนึ่ง เพื่อยุติวิกฤตการณ์พระพุทธศาสนา “คนทำบุญถูกมองว่าเป็นคนผิดปกติ”
สอง เพื่อรักษาและสืบสานประเพณีอันดีงามในการทำทาน รักษาศีล เจริญ
ภาวนาของชาวพุทธเอาไว้ให้รุ่นลูกรุ่นหลาน
สาม เพื่อเป็นจุดเริ่มต้นของการรวมพระพุทธศาสนาในแผ่นดินไทยให้เป็น
ปึกแผ่น
สี่ เพื่อขอให้ยุติการริดรอนสิทธิในการทำทาน รักษาศีล เจริญภาวนาตาม
หลักพระพุทธศาสนา
โดยทั้งหมดนี้ขออาศัยอำนาจบารมีของศาลรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักร
ไทยเป็นสำคัญ
๕๘ | กัลยาณมิตร ตุลาคม ๒๕๕๖