ประเภทของการออกกฎหมาย วารสารกัลยาณมิตร ปี 2542 ฉบับที่ 10 หน้า 43
หน้าที่ 43 / 134

สรุปเนื้อหา

การออกกฎหมายจะมีอยู่ ๒ ประเภท ด ประเภทที่ คือ มีความจำเป็นเกิดขึ้นในสังคม ที่ จะต้องออกกฎกติกา เพื่อให้ทุกคนปฏิบัติตาม และผู้คนใน สังคมเห็นดีเห็นงามว่า กติกาเหล่านั้นจำเป็นต้องมี มิฉะนั้น จะอยู่ร่วมกันไม่ได้ เช่น กฎหมายพวกอาญา กฎหมาย ความสงบเรียบร้อย เราเห็นสอดคล้องต้องกันว่า ใครจะฆ่าคน ใครจะลักทรัพย์นี่ ต้องห้าม จะทำไม่ได้ แต่มีกฎหมายอีกพวกหนึ่ง ซึ่งนับวันจะมีมากขึ้น ตามวิวัฒนาการของการสื่อสาร เทคโนโลยี จะทำให้เกิด ความคิดที่แตกแยกแตกต่างกันมากขึ้นทุกวัน กฎหมายประเภทที่ ๒ นี้ก็คือ กฎหมายที่คนกลุ่มหนึ่ง อยากจะทำอะไรอย่างหนึ่ง แล้วกลัวคนอื่นไม่เห็นด้วย หรือไม่ทำตามที่ตัวอยากให้ทำ ก็ออกกฎหมายมาใช้บังคับ เพื่อให้ทุกคนทำตามที่ตัวคิด โดยทางทฤษฎี สาเหตุบางประการในการขอให้มี การออกกฎหมายใหม่ ไม่ว่า

หัวข้อประเด็น

- ประเภทของการออกกฎหมาย

ข้อความต้นฉบับในหน้า

การออกกฎหมายจะมีอยู่ ๒ ประเภท ด ประเภทที่ คือ มีความจำเป็นเกิดขึ้นในสังคม ที่ จะต้องออกกฎกติกา เพื่อให้ทุกคนปฏิบัติตาม และผู้คนใน สังคมเห็นดีเห็นงามว่า กติกาเหล่านั้นจำเป็นต้องมี มิฉะนั้น จะอยู่ร่วมกันไม่ได้ เช่น กฎหมายพวกอาญา กฎหมาย ความสงบเรียบร้อย เราเห็นสอดคล้องต้องกันว่า ใครจะฆ่าคน ใครจะลักทรัพย์นี่ ต้องห้าม จะทำไม่ได้ แต่มีกฎหมายอีกพวกหนึ่ง ซึ่งนับวันจะมีมากขึ้น ตามวิวัฒนาการของการสื่อสาร เทคโนโลยี จะทำให้เกิด ความคิดที่แตกแยกแตกต่างกันมากขึ้นทุกวัน กฎหมายประเภทที่ ๒ นี้ก็คือ กฎหมายที่คนกลุ่มหนึ่ง อยากจะทำอะไรอย่างหนึ่ง แล้วกลัวคนอื่นไม่เห็นด้วย หรือไม่ทำตามที่ตัวอยากให้ทำ ก็ออกกฎหมายมาใช้บังคับ เพื่อให้ทุกคนทำตามที่ตัวคิด โดยทางทฤษฎี สาเหตุบางประการในการขอให้มี การออกกฎหมายใหม่ ไม่ว่าจะเป็นกฎหมายเกี่ยวกับ ศาสนาหรือกฎหมายใดก็ตาม เรามักจะอ้างว่า ๑. กฎหมายที่มีอยู่ล้าสมัย โดยให้เหตุผลว่า เป็น กฎหมายที่ได้ตราขึ้นเป็นระยะเวลานานแล้ว ซึ่งเหมาะกับ สภาพสังคมแบบเก่า เมื่อสภาพสังคมเปลี่ยนไปจึงจำเป็นต้อง ออกกฎหมายใหม่มาใช้แทน ๒. มีข้อบกพร่องของกฎหมายในด้านเนื้อหาและ การนำไปปฏิบัติ หรือบางกฎหมายอาจบัญญัติเป็นเพียง กรอบนโยบายอย่างกว้างๆ เท่านั้น แต่ใจความของ กฎหมายอาจมิได้บัญญัติลงถึงวิธีปฏิบัติ จะด้วยเหตุผลใดก็ตาม ผู้เขียนมีความเห็นว่า การ จะออกกฎหมายใดควรจะต้องอาศัยปัจจัยดังจะกล่าวต่อไปนี้ คือ" * ๑) กฎหมายนั้นจะต้องมีสภาพ “ซื่อสัตย์สุจริต” ใน ตัวของมันเอง ในการช่วยเหลือให้เกิดความยุติธรรมในสังคม ๒) กฎหมายจะต้องมีสภาพที่ “ปราศจากอคติ” ใน ตัวของมันเอง กล่าวคือ จะต้องไม่มีความลำเอียง เข้ากับ ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ซึ่งเราอาจพอเทียบได้กับหลักอคติ ๔ ได้แก่ ฉันทาคติ โทสาคติ โมหาคติ ภยาคติ ในกรณีการนำเสนอร่างพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ ฉบับใหม่ และร่างพระราชบัญญัติการอุปถัมภ์และคุ้มครอง พระพุทธศาสนาดังกล่าว ฯพณฯ มีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน วุฒิสภาได้ให้ความเห็นในโอกาสเสวนา เรื่อง วิถีพุทธไทยต้อง มี พ.ร.บ.สงฆ์ฉบับใหม่หรือไม่ ณ ห้องประชุมใหญ่วิทยทัศน์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช เอาไว้ว่า “การจะออก กฎหมายเกี่ยวกับศาสนาต้องระมัดระวัง และต้องถามไถ่ผู้ที่ อยู่ในวงการนั้นๆ ให้ละเอียดถี่ถ้วน จะไปนึกเอาเองว่า ถ้า ทำอย่างนี้แล้วจะดี ทุกคนควรต้องทำอย่างนี้หรือทำอย่างนั้น อย่างนี้จะเป็นอันตรายต่อสังคมอย่างมาก” ที่เป็นเช่นนี้ก็เนื่องจากว่า พระพุทธศาสนาไม่เคย สร้างสรรค์ด้วยอำนาจหรือกฎหมายใดๆ ความจริงพุทธ ศาสนาก็สามารถ “ดี” และรุ่งเรืองด้วยตัวของศาสนาเองได้ อยู่แล้ว ด้วยพระธรรมวินัย ด้วยการปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ ของพระภิกษุที่ตั้งใจประพฤติปฏิบัติตามพระธรรมวินัย ตามที่พระพุทธเจ้าบัญญัติเอาไว้ มีศีล ๒๒๗ ข้อ เป็นต้น ผู้ออกกฎหมายต้องยอมรับความจริงประการหนึ่งที่ว่า การ ออกกฎหมายโดยการ “นึกเอาเองว่า ถ้าทำอย่างนี้แล้วจะดี มิใช่จะดีเสมอไป อาจเป็นอันตรายจนต้องเสียใจไปตลอด ชีวิตก็ได้" อนึ่ง ในฐานะที่ผมเป็นนักกฎหมาย จึงอยากจะชี้ให้ ดูว่าการจะออกกฎหมายมิใช่เป็นเรื่องเล็ก ที่เพียงแต่ พิจารณากันเฉพาะในวงคณะบุคคลที่เกี่ยวข้องเท่านั้น แท้ที่จริงแล้ว การออกกฎหมายใดๆ เป็นเรื่องใหญ่ที่ต้อง อาศัยเวลาเพื่อพิจารณาอย่างรอบคอบถึงผลดีผลเสีย ของ การมีกฎหมายใหม่ ดังที่พระเดชพระคุณพระภาวนาวิริยคุณ (หลวงพ่อทัตตชีโว) ได้ให้ข้อคิดในเรื่องนี้ในหนังสือ หลวงพ่อตอบปัญหา เล่ม ๒ ว่า “ถ้าถามว่าผู้พิพากษาตัดสินประหารชีวิตผิดหรือไม่ ก็ต้องดูว่า “กฎ” นั้น ได้ตั้งกันไว้เป็นหลักเป็นเกณฑ์อย่าง นั้นแน่นอนหรือเปล่า ถ้าเป็นอย่างนั้นจริง และผู้พิพากษา เองก็พยายามลดหย่อนผ่อนปรนลงมาแล้ว จะแก้ไขอย่างไร ไม่ได้แล้ว จึงจำเป็นต้องตัดสินไปตามนั้น โดยไม่มีใจที่จะ แถมโกรธ แถมเกลียด แถมแกล้งอะไรลงไปเลย อย่างนี้ ผู้ พิพากษาไม่ผิด แต่ว่าโน่นแน่ะ คนที่แบกบาปแบกเวรนี้เอา ไว้คือ คนที่ตรากฎนี้ คนนั้นแหละที่จะแบกเอาไว้เยอะ (โปรดดู : ศาสตราจารย์สัญญา ธรรมศักดิ์, ศาลและกระทรวงยุติธรรม, กรุงเทพมหานคร : เพอเฟค กราฟฟิค กรุ๊ป, ๒๕๓๘) กัลยาณมิตร ตุลาคม ๒๕๕๒ ๔๑
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More