ข้อความต้นฉบับในหน้า
“กาย” คือเรือนร่าง หรือการ
ประกอบเข้าเป็นรูปร่างที่จับต้องหรือ
มองเห็น หรือสัมผัสได้
รวมว่า
“ธรรมกาย” จึงมีความหมายโดย
“กายแห่งธรรม”
“กายที่ประกอบขึ้นด้วยธรรม”
“กายที่ประกอบขึ้นด้วยธาตุแห่ง
ความเป็นจริง”
“กายที่ทรงไว้แห่งสาระที่ไม่มีวัน
เปลี่ยนแปลง”
ธรรมกายเจดีย์ ด้วยการพึงระลึกคำนี้
ไว้เป็นนิจ ทั้งนี้เพราะคำว่า “ธรรมกาย”
มีความหมายประหนึ่งการกล่าวถึง
พระพุทธองค์ การนำใจไปเกาะเกี่ยวไว้
จึงเท่ากับเป็นการนำใจไปเนื่องกับ
พระพุทธเจ้า การผูกพันเช่นนี้ย่อม
เป็นการส่งกระแสสื่อสารถึงพระพุทธองค์
โดยเฉพาะหากเป็นการนึกถึงคำนี้เรื่อยๆ
ตรงกลางตัวย่อมเท่ากับเป็นการทอด
กระแสใจถึงพระพุทธองค์โดยตรง
เพราะภาวะแห่งพุทธะและพระพุทธเจ้า
อยู่ตรงนั้นในหนทางสายกลางที่ตั้งต้นที่
จุดศูนย์กลางกาย การนึกคำว่า
ซึ่งสามารถมองเห็นได้ สัมผัสได้
ด้วย “ใจ” ที่ถูกทำให้บริสุทธิ์ดีแล้วด้วย
การปฏิบัติสมาธิภาวนา วางใจไว้ที่ศูนย์กลางกาย อันเป็น
ประตูเปิดสู่หนทางสายกลาง(มัชฌิมมรรค) ทางสายเอกสาย
เดียวที่ทอดตรงสู่อายตนนิพพาน
ธรรมกายในประเทศไทยถูกค้นพบอีกครั้งโดย
พระเดชพระคุณหลวงพ่อวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ พระมงคล
เทพมุนี (สด จนฺทสโร) การค้นพบครั้งนี้ถูกรองรับด้วยการ
เข้าถึงได้จริงของผู้คนมากมาย รวมทั้งหลักฐานทางวิชาการ
ที่ว่าด้วยธรรมกายจากแหล่งของพระพุทธศาสนาทั่วโลก
รวมทั้งของอาณาจักรสุโขทัย โดยพระธรรมราชาลิไทด้วย
ดังที่ได้กล่าวไว้ในฉบับที่แล้ว ซึ่งสามารถพิสูจน์หรือกล่าวได้ว่า
“ธรรมกาย” ไม่ใช่คำใหม่ ไม่ใช่ของใหม่ ไม่ใช่ลัทธิใหม่
หากเป็นคำเรียก เป็นสภาวะ เป็นธรรมะ เป็นความจริงที่
เก่าแก่ที่สุดสำคัญที่สุดของพระพุทธศาสนา อีกทั้งหลักฐาน
มากมายยังยืนยันได้อีกว่า “ธรรมกาย” มิใช่ปรัชญาของ
มหายาน มิใช่ปรัชญาของหินยานหรือของเถรวาท แต่หาก
เป็นปรัชญาที่มีความหมาย เป็นทั้งหมดของพระพุทธศาสนา
เพราะ “ธรรมกาย” หมายถึงกายตรัสรู้ธรรม คือกายที่
“ธรรมกาย” หรือ “ธรรมกายเจดีย์” ไว้ตรงนี้ จึงเท่ากับ
เป็นการสรรเสริญถูกกระแสแห่งพุทธะของพระองค์ เอาใจ
ไปจดจ่อกับพระพุทธองค์โดยตรง ไม่ช้าไม่นาน “ใจจะค่อยๆ
ทอดตัวสงบนิ่ง และพบจุดแห่งความสงบจริง และพบกับ
ภาวะแห่งธรรมกายได้ในที่สุด”
ทั้งหมดนี้ คือ สาระหรือความหมายของคำว่า
“ธรรมกายเจดีย์” ที่สำหรับคนคุ้นเคยกับเจดีย์องค์นี้ เมื่อมี
ใครพูดถึง เมื่อได้ยินคำนี้ ภาพของมหาธรรมกายเจดีย์จะ
ปรากฏทันทีที่กลางใจ ณ กลางกาย แล้วทั้งชื่อทั้งภาพก็จะ
น้อมใจของผู้ได้ยินให้ลุ่มลึกสู่ภาวะแห่งธรรมได้อย่างน่า
อัศจรรย์
ท่านผู้อ่านที่ยังไม่รู้จักมหาธรรมกายเจดีย์ ได้ยินได้
อ่านตรงนี้อาจไม่เชื่อ ผู้เขียนขอเชื้อเชิญท่านให้ไปทำความ
รู้จักกับมหาเจดีย์องค์นี้ เพื่อท่านจะได้พิสูจน์คำพูดของผู้
เขียนว่า เป็นจริงได้หรือไม่ เพียงแต่ขอให้เมื่อได้เห็น ได้
รู้จักกับมหาธรรมกายเจดีย์แล้วต้องทำตามเงื่อนไขที่ผู้เขียน
ได้เขียนบอกไว้ นั่นคือ ระลึกถึงมหาธรรมกายเจดีย์องค์นี้
เข้าถึงที่พึงศึกษาจึงรู้แจ้งในความเป็นจริงที่เป็นที่สุดแห่ง ไว้ตรงกลางใจ ณ ศูนย์กลางกายให้สม่ำเสมอเท่านั้น แล้ว
ความจริงทั้งปวงในจักรวาล ที่พระพุทธองค์ทรงเข้าถึง ซึ่งคือ
“ปรัชญาของพระพุทธศาสนา”
แล้วนามธรรมกายเจดีย์นั้นสำคัญไฉน ผู้เขียนจึง
สรรเสริญนามนี้ว่า “มหานาม” หรือนามที่ยิ่งใหญ่
คำกล่าวนี้พิสูจน์ได้ด้วยการนำใจไปผูกไว้กับคำว่า
ท่านจะพิสูจน์ได้ถึงสาระแห่งมหานามของมหาธรรมกายเจดีย์
กัลยาณมิตร ตุลาคม ๒๕๕๒ ๘๕