ข้อความต้นฉบับในหน้า
รายการวิทยุจากประเทศสหรัฐอเมริกา ดูรายการโทรทัศน์
ถ่ายทอดสดจากญี่ปุ่น สั่งซื้อของใช้ประจำวันจากซูเปอร์
มาร์เก็ตอินเตอร์เน็ต ซึ่งจะส่งของถึงบ้านภายใน ๒ - ๓ วัน
ปรึกษาปัญหาสุขภาพ รวมทั้งสั่งซื้อยาหรืออาหารเสริม ส่ง
ข้อคิดเห็นบางประการไปถึงผู้นำประเทศ เรียนภาษา
อังกฤษกับครูที่อยู่คนละมุมโลก ซึ่งสามารถโต้ตอบได้โดย
ผ่านไมโครโฟน หรือแม้กระทั่งการฝึกสมาธิจาก Web Site
ฯลฯ เราสามารถทำกิจกรรมทั้งหมดที่กล่าวมานี้ จากหน้า
จอคอมพิวเตอร์ที่บ้านของเราเอง เมื่อไรก็ได้ที่เราต้องการ
อาจกล่าวได้ว่าทุกสิ่งทุกอย่างในโลกนี้ ที่เราคิดว่าน่าจะเป็น
ไปได้ในเครือข่าย Internet โลก ได้เป็นไปเรียบร้อยตั้งแต่
วินาทีที่แล้วที่เราคิดออก
เว็บไซท์ คืออะไร
อาจเป็นคำถามที่เชยไปแล้ว สำหรับโลกปัจจุบันนี้
แต่อย่างไรก็ตามบางท่านที่ไม่คุ้นเคยกับระบบคอมพิวเตอร์
ก็คงจำเป็นต้องอธิบายเบื้องต้นสักเล็กน้อย และต้องขออภัย
สำหรับผู้ที่มีความรู้ในเรื่องนี้เป็นอย่างดี เนื่องจากผู้เขียน
อาจจำต้องอธิบายโดยไม่ได้อิงรายละเอียดทางด้านเทคโนโลยี
หรือแม้กระทั่งตำราใดๆ เพราะต้องการให้ทุกคนแม้ไม่เคย
ใช้คอมพิวเตอร์ ก็อ่านเข้าใจได้ง่ายๆ
เครือข่ายอินเตอร์เน็ต อธิบายให้ง่ายๆ คือ การ
เชื่อมต่อคอมพิวเตอร์แต่ละแห่งในโลกเข้าด้วยกัน
คอมพิวเตอร์ที่อยู่ในเครือข่าย บางเครื่องเป็นที่สำหรับเก็บ
ข้อมูล เปิดเอาไว้ตลอด ๒๔ ชั่วโมง สำหรับผู้สนใจเข้าไปดู
เมื่อไรก็ได้ บางเครื่องเป็นเพียงผู้ใช้บริการ คือ ต่อเชื่อม
คอมพิวเตอร์ของตนเอง เข้ากับเครือข่ายเพื่อเข้าไปค้นหา
ข้อมูลที่ตนเองต้องการ วิธีการเชื่อมคอมพิวเตอร์ทั่วโลก
เข้าด้วยกัน มีหลายวิธี เช่น ทางสายโทรศัพท์ สายเคเบิล
ความเร็วสูง เคเบิลทีวี ไมโครเวฟ ดาวเทียม เป็นต้น
สมมุติว่าเรามีเอกสารหรือข้อมูลบางอย่างที่เรา
ต้องการเปิดให้ผู้สนใจเข้ามาดู อันดับแรก เราต้องสร้าง
เอกสารให้อยู่ในรูปแบบที่ใช้ในอินเตอร์เน็ตได้เสียก่อน
เอกสารอิเล็กทรอนิกส์นี้แหละ แต่ละหน้าเราเรียกว่าเว็บเพจ
(Web Page) จากนั้นเราก็ไปหาที่อยู่ ที่จะเอาเอกสารของ
เราไปติดตั้งไว้ ซึ่งแน่นอนว่า มันจะต้องอยู่ในคอมพิวเตอร์
๓๘ กัลยาณมิตร ตุลาคม ๒๕๕๒
เครื่องใดเครื่องหนึ่งในโลก ปัจจุบันคอมพิวเตอร์ที่เปิดให้
เช่าพื้นที่ติดตั้งเว็บเพจมีอยู่มากมายทั่วโลก เราจะเรียก
คอมพิวเตอร์เหล่านั้นง่ายๆ ว่า Host โดยคอมพิวเตอร์
เหล่านั้นจะเปิดต่อกับเครือข่ายอินเตอร์เน็ตตลอด ๒๔ ชั่วโมง
เราก็ไปจองพื้นที่เอาไว้แล้วส่งเอกสารอิเล็กทรอนิกส์จาก
คอมพิวเตอร์ของเราผ่านสายโทรศัพท์ ไปไว้ใน
คอมพิวเตอร์ที่เราจองพื้นที่เอาไว้ คราวนี้เมื่อมีใครอยาก
เข้าไปดูก็เพียงใส่ชื่อเอกสารของเราให้ถูกต้อง ไม่ว่าจะอยู่
ส่วนไหนในระบบ Internet ก็จะสามารถเปิดเข้าไปดู
เอกสารนั้นได้ทันที
ชุดเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ ที่มีชื่อและที่อยู่เป็น
หลักแหล่ง ตามขั้นตอนข้างบน เราเรียกว่า WEB SITE
ชื่อของ Web Site จะอยู่ในรูปแบบที่เรียกกันว่า
Uniform Resource Locator (URL) ปัจจุบันมีหลายล้าน
ชื่อไม่ซ้ำกันเลย เช่น http://www.dhammakaya.th.org ก็
เป็นชื่อของเว็บไซท์ข้อมูลวัดพระธรรมกาย เป็นต้น
หลายคนคงอยากถามว่า แล้ว Home Page คือ
อะไรกัน ความจริงแล้ว Home Page หมายถึงหน้าแรกสุด
ของ Web Site เมื่อเราเปิดเข้าไปดู Web Site ใดๆ เราจะ
เจอหน้านี้ก่อนเป็นอันดับแรก ถ้าจะเปรียบเทียบก็คล้ายๆ
กับหน้าปกของวารสารนั่นเอง แต่เรา (คนไทย) มักจะเรียก
สับสนปนกันทั้ง ๒ คำ คือคำว่า Home Page กับคำว่า Web
Site จนบ่อยครั้งเราก็ใช้แทนกันไปเลย ทั้งที่ความจริงแล้ว
ความหมายไม่เหมือนกันทีเดียวนัก แต่ก็ไม่ถึงกับเสียหาย
ก็คงจะเหมือนกับเรียก ผงซักฟอกว่า แป๊ป หรือเรียกถ่าย
เอกสารว่า ซีร๊อก
ข้อมูลหลากหลาย เลือกได้จากปลายนิ้วของเรา
หากเราเลือกที่จะรับข้อมูลที่มีคุณค่าต่อชีวิตก็นับได้ว่าเรา
เป็นผู้สามารถใช้ประโยชน์จากวิทยาการก้าวหน้านี้ได้อย่าง
สูงสุด ข้อมูลมากมายที่เกี่ยวกับพระพุทธศาสนาจากทั่วโลก
สามารถหาอ่านได้จาก Internet มีเว็บไซท์ต่างๆ ที่
เกี่ยวข้องกับพระพุทธศาสนา ทั้งที่เป็นวิชาการความรู้ทาง
พระพุทธศาสนา ข้อมูลเกี่ยวกับหลักธรรมคำสอน เช่น
มรรคมีองค์ ๘ อริยสัจ ๔ พุทธประวัติ พระไตรปิฎก
นิทานชาดก ฯลฯ หรือที่เป็นเว็บไซท์ แนะนำองค์กรทาง
ด้านพุทธศาสนาต่างๆ ทั้งเถรวาท มหายาน ทิเบต ฯลฯ