ข้อความต้นฉบับในหน้า
ปกครองพระภิกษุสามเณรเป็นหมื่นเป็นแสนของประเทศ ออกอากาศทางโทรทัศน์ ทั้งๆ ที่การชี้หน้าด่าพระเช่นนี้
ไม่มีชาวพุทธคนใดเขากระทำกัน
การกระทำเช่นนี้ ต้องบอกว่าเป็นการย่ำยีหัวใจชาวพุทธผู้รักพระพุทธศาสนาอย่างแรง จะเกิดอะไรขึ้นต่อไป
ถ้าเด็กๆ หรือเยาวชนที่ดูโทรทัศน์ เกิดเข้าใจผิดว่า การชี้หน้าด่าพระมหาเถระผู้ใหญ่ ซึ่งเป็นที่เคารพกราบไหว้
ของคนทั้งบ้านเมืองเป็นสิ่งที่ถูกต้อง ถ้าเป็นเช่นนั้นจริง ศีลธรรมของเด็กรุ่นหลังจะเป็นอย่างไร บ้านเมืองจะไม่
ถึงคราววิบัติวายวอดย่อยยับหรอกหรือ
นี่เป็นวิกฤตพระพุทธศาสนาที่เห็นได้ชัดเจนในช่วง ๑๒ เดือนที่ผ่านมา
แต่ในอนาคต อะไรจะเป็นหลักประกันว่า วัดอื่นๆ ทั่วประเทศไทย จะไม่เผชิญหน้ากับการโค่นล้มศรัทธาใน
การทำความดี ทำทาน รักษาศีล เจริญภาวนา เช่นเดียวกับวัดพระธรรมกาย
อะไรจะเป็นหลักประกันว่า พระภิกษุผู้ประพฤติดีปฏิบัติชอบในประเทศไทยอีกหลายท่านจะไม่ถูกฆราวาส
ชี้หน้าด่าพระ อันเป็นตัวอย่างที่ผิดแก่เยาวชน เผชิญหน้ากับเหตุการณ์เช่นนี้
อะไรจะเป็นหลักประกันว่า พระภิกษุทั้งประเทศจะไม่ถูกกล่าวหาว่าหลอกลวงประชาชน แล้วถูกบังคับจับ
สึกอย่างไม่เป็นธรรมจนหมดประเทศ
อะไรจะเป็นหลักประกันว่า ถ้าปล่อยให้วิกฤตพระพุทธศาสนายังคงเกิดขึ้นต่อไป โดยไม่ได้รับการแก้ไข
อย่างยุติธรรม ศีลธรรมของประเทศชาติจะไม่เหลือหลอ คุณธรรมความดีมีแนวโน้มว่าดิ่งลงสู่ความหายนะกันทั้ง
ประเทศ
เพราะฉะนั้น การจะสร้างหลักประกันอนาคตของชาวพุทธได้นั้น ก็คือ ต้องทำความถูกต้องให้กลับคืนอีก
ครั้งหนึ่งในสังคม โดยการขออาศัยอำนาจบารมียุติธรรมของศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อแก้ไขวิกฤตการณ์พระพุทธศาสนา
เพื่อปกป้องมิให้เกิดการกระทำจ้วงจาบพระเถระผู้ใหญ่ คณะสงฆ์ รวมไปถึงมหาเถรสมาคม เพื่อยุติการกระทำที่
ละเมิดสิทธิเสรีภาพของชาววัดพระธรรมกาย และเพื่อเพิ่มระดับศีลธรรมในสังคมให้มากยิ่งๆ ขึ้นไป
การฟ้องศาลรัฐธรรมนูญ
การยื่นคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตัดสินนั้น ประชาชนทั่วไปไม่สามารถกระทำได้ ผู้ที่จะยื่นคำร้อง
จะต้องเป็นองค์กรของรัฐธรรมนูญกำหนดเท่านั้น ดังนั้น สาธุชนวัดพระธรรมกายจึงได้ทำหนังสือมอบอำนาจให้
ทางวัดพระธรรมกายไปดำเนินการแทน โดยผู้ที่ทำหนังสือมอบอำนาจนั้น จะต้องมีความรู้สึกว่าถูกรังแกโดยไม่
เป็นธรรมในการนับถือศาสนา ซึ่งผิดกฎหมายรัฐธรรมนูญ จึงต้องการขอให้ศาลรัฐธรรมนูญช่วยวินิจฉัยให้ความ
เป็นธรรม โดยการยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญครั้งนี้ ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ศาลตัดสินลงโทษใคร
คุณสมบัติของผู้ยื่นคำร้อง
9).
. ต้องบรรลุนิติภาวะ มีอายุ ๒๐ ปีบริบูรณ์ขึ้นไป
๒. มีความรู้สึกว่าตนถูกรังแกโดยไม่เป็นธรรม ซึ่งผิดกฎหมายรัฐธรรมนูญ จึงต้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญช่วย
วินิจฉัยให้ความเป็นธรรมด้วย
เมื่อวันเวลาแห่งภาวะวิกฤต กำลังก้าวไปสู่ความรุนแรงมากขึ้นจนยากจะเห็นหนทางยุติ คนที่แก้ไขวิกฤต
นี้ได้โดยไม่มีการหลั่งเลือดนองแผ่นดิน ก็มีแต่ชาวพุทธที่เห็นแก่ความสงบสุขมั่นคงของพระพุทธศาสนาเท่านั้น
ในที่สุด การรวบรวมรายชื่อของสาธุชนชาววัดพระธรรมกาย เพื่อขออำนาจบารมียุติธรรมจากศาล
รัฐธรรมนูญเข้าแก้ไขวิกฤตพระพุทธศาสนาจึงได้เริ่มต้นขึ้น โดยมีจุดมุ่งหมายที่ ๑๐๐,๐๐๐ รายชื่อในเบื้องต้น
๖๐ | กัลยาณมิตร ตุลาคม ๒๕๕๒