ข้อความต้นฉบับในหน้า
ล้วนเชื่อว่าการได้สร้างเจดีย์ หรือสร้างสิ่งอันควรเคารพบูชา ที่เคารพบูชา (ในกรณีที่ถือความสำคัญของทรงกลม หรือ
ซึ่งได้แก่รูปพระ หรือองค์สถูป หรือทั้งสองนั้นเป็นสิ่งที่เป็น
สิริมงคล เป็นบุญอย่างยิ่งแก่ชีวิต ต่อมานิยมสร้างสถูปแล้ว
บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ และแม้กระทั่งการนำเอาคาถา
สำคัญที่สุดของพุทธศาสนาว่า “เยธัมมา” สลักลงไปบนหิน
ขีดลงไปบนแผ่นดินเผาหินนั้นก้อนดินเผานั้นก็ถือว่าเป็นเจดีย์
สรุปตรงนี้ คือ สิ่งก่อสร้าง สิ่งประดิษฐ์ใดๆ ที่เกี่ยวข้อง
กับพระพุทธเจ้า ที่ผู้สร้างสร้างเสร็จแล้วน้อมอุทิศเพื่อถวาย
เป็นสักการะบูชาต่อองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าเพื่อผลแห่ง
บุญกุศล สิ่งก่อสร้างสิ่งประดิษฐ์นั้นๆ ล้วนถือว่าเป็นเจดีย์ทั้งสิ้น
ไม่ว่าสิ่งนั้นจะเป็นอะไร จะสร้างด้วยวัสดุใด ขอเพียงให้อยู่
ในวิสัยที่เกี่ยวเนื่องกับพุทธปรัชญาเท่านั้น สิ่งก่อสร้างและ
สิ่งประดิษฐ์นั้นๆ สามารถเป็นเจดีย์ได้
ดังนั้น คำว่า “เจดีย์” ในชื่อของธรรมกายเจดีย์ จึงมี
ความหมายว่า “เป็นสิ่งก่อสร้างและสิ่งประดิษฐ์ที่พึงเคารพ
บูชา"
ทำไมจึงเป็นทั้งสิ่งก่อสร้างและสิ่งประดิษฐ์ หรือ
ทำไมจึงมีทั้งสิ่งก่อสร้างและสิ่งประดิษฐ์ที่รวมถือว่าเป็นเจดีย์
สิ่งก่อสร้าง ในที่นี้คือรูปทรงทั้งหมดขององค์
ธรรมกายเจดีย์ โดยเฉพาะส่วนโดมนั้นมีความหมายถึง
สภาวธรรมที่เรียกว่า “ตถาคตคัพภะ” หรือ “ดวงธรรม” ของ
พระพุทธองค์ อันมีความหมายประหนึ่งเป็น “ธรรมะ” เฉก
เช่นเดียวกับคาถา “เย ธัมมา” (ซึ่งในความเป็นตถาคตคัพภะ
หรือดวงธรรมนั้น จะอธิบายโดยละเอียดอีกครั้งในเรื่องราว
แห่งปรัชญาของรูปทรง)
ส่วนสิ่งประดิษฐ์ หรือส่วนที่ถือว่าเป็น Sculpture
หรือรูปปั้น นั้นคือ พระพุทธรูป หรือ องค์พระ “พระธรรม
กาย” ที่ประดิษฐานอยู่ทั้งภายในและโดยรอบ อันเป็นคติ
แบบเดียวกับการสร้างเจดีย์แต่โบราณ อันเป็นคติของพุทธ
แบบสรวาสติวาท หรือ สรวาสติวาทิน ซึ่งมิใช่ความเชื่อ
หรือคติแบบมหายานดังที่เข้าใจกัน เพราะสรวาสติวาทนั้น
เป็นสาขาหนึ่งของหินยาน มีพระสารีบุตร พระโมคคัลลานะ
พระมหากัจจายนะ เป็นปฐมอาจารย์ เพียงแต่มีการจารึก
คัมภีร์เป็นภาษาสันสกฤตเท่านั้น
ธรรมกายเจดีย์ แปลโดยชื่อจึงมีความหมายสองนัย
นัยแรก หมายถึง สิ่งก่อสร้างและสิ่งประดิษฐ์อันเป็น
๘๔ กัลยาณมิตร ตุลาคม ๒๕๕๒
ดวงธรรมและองค์พระ หรือพระพุทธรูปที่เรียกว่า “พระธรรม
กาย”)
นัยที่สอง หมายถึง ที่ประดิษฐานของ “ธรรมกาย”
กายอันควรเคารพบูชา (ในกรณีที่ถือ “พระธรรมกาย” เป็น
สำคัญ)
ซึ่งในนัยที่สองนี้ ผู้เขียนคิดว่าเป็นการสมควรและ
จำเป็นอย่างยิ่ง ที่จะต้องให้คำอธิบายเพิ่มเติมเพื่อความ
กระจ่างแจ้งว่า “ธรรมกาย” คืออะไร ทำไมจึงถือว่าเป็น “กาย”
อันควรเคารพบูชา
คำว่าธรรมกาย เป็นนาม เป็นชื่อ เป็นคำเรียก เป็น
สภาวธรรมที่เจือจางไปจากพระไตรปิฎกไทย แต่จาก
หลักฐานทางพุทธศาสนาภายนอกคำว่า “ธรรมกาย” เป็นที่
รู้จักและเข้าใจกันดีว่าเป็นสภาวะของธรรมะระดับสูง หรือ
สูงสุดที่เรียกว่า “The Ultimate Truth” และเป็นกาย หรือ
เป็นร่างแห่งการตรัสรู้ธรรม “The Body of
Enlightenment” ดังนั้นจึงต้องทำความเข้าใจก่อนว่า
๑) พุทธศาสนามิได้เป็นของประเทศไทยแต่เพียง
ประเทศเดียว
๒) หลักฐานทางพระพุทธศาสนามิมีแต่จำเพาะใน
ประเทศไทยเท่านั้น
๓) ประเทศไทยมิได้เป็นประเทศที่มีหลักฐานทาง
พระพุทธศาสนาที่ ถูกต้องที่สุดในโลก
๔) พุทธศาสนารุ่งเรืองมาถึงสองพันห้าร้อยกว่าปี
และเป็นเวลาถึงหนึ่งร้อยปีกว่าที่จะมีการจารึกเป็นอักษร
อีกทั้งยังมีการปรับเปลี่ยนปรับปรุงมาหลายต่อหลายครั้ง
ย่อมเป็นไปได้ที่มีการตกหล่น หลงลืม หรือให้ความหมาย
ผิดไปจากความเป็นจริงเดิม
๕) พุทธศาสนาเป็นเรื่องของการปฏิบัติ เป็นสิ่งที่
จารึกมาจากการปฏิบัติ จึงไม่สามารถถือเรื่องราวของตัว
อักษรแต่เพียงอย่างเดียวมาตีความได้
ดังนั้นจากการประมวลทางวิชาการ ธรรมกาย มี
ความหมายดังนี้
“ธรรมะ” หมายถึงความจริง ความจริงที่สุด ความ
จริงที่กาลเวลาไม่สามารถทำลาย หรือเปลี่ยนแปลงได้ด้วย
เหตุการณ์ใดๆ และทำลายหรือเปลี่ยนแปลงมิได้ด้วยกาลเวลา