ผลของกรรมและการทำบุญ วารสารกัลยาณมิตร ปี 2542 ฉบับที่ 10 หน้า 112
หน้าที่ 112 / 134

สรุปเนื้อหา

หนเดียว ต้องตายแล้วตายอีกนับชาติไม่ถ้วน เรื่องที่สาม คุณยายอาจารย์อุบาสิกาจันทร์ ขนนก ยูง เคยเล่าไว้เมื่อ ๓๐ ปีมาแล้วว่า ชาติหนึ่งท่านเคยเกิด เป็นลูกสาวชาวประมง ต้องช่วยพ่อแม่จับหอยเสียบมาฆ่า ขายเป็นประจำ ท่านต้องไปเกิดใช้หนี้กรรมเป็นหอยเสียบ เปลือกหอยของตัวท่านเองกองพะเนินเทินทึก โตเท่าภูเขา ใหญ่ๆ ลูกหนึ่งทีเดียว ซึ่งในชาติที่ทำบาป ไม่ได้ฆ่าหอย มากมายขนาดนั้น คุณฟังแล้วสงสัยมั้ยว่า ทำไมผลของกรรมมีดอก เบี้ยทบต้นมากมาย ป้าเคยสงสัยมาก่อน นึกท้วงติงทุกครั้ง ที่อ่านพบเรื่องทำนองนี้ คิดเอาเองว่าไม่ยุติธรรมเลย เมื่อ ทำกรรมเพียงหนึ่ง น่าจะได้ผลตอบแทนแค่หนึ่งเท่ากัน เช่นฆ่าหนึ่งชีวิต ก็ควรไปเกิดใช้หนี้แค่ชาติเดียว นี่ทำไมนับ เท่าไม่ถ้วน ต่อมาเมื่อป้าได้ศึกษาพระอภิธรรมภาคปริยัติ เรื่องการทำงานของวิถี

หัวข้อประเด็น

- ผลของกรรมและการทำบุญ

ข้อความต้นฉบับในหน้า

หนเดียว ต้องตายแล้วตายอีกนับชาติไม่ถ้วน เรื่องที่สาม คุณยายอาจารย์อุบาสิกาจันทร์ ขนนก ยูง เคยเล่าไว้เมื่อ ๓๐ ปีมาแล้วว่า ชาติหนึ่งท่านเคยเกิด เป็นลูกสาวชาวประมง ต้องช่วยพ่อแม่จับหอยเสียบมาฆ่า ขายเป็นประจำ ท่านต้องไปเกิดใช้หนี้กรรมเป็นหอยเสียบ เปลือกหอยของตัวท่านเองกองพะเนินเทินทึก โตเท่าภูเขา ใหญ่ๆ ลูกหนึ่งทีเดียว ซึ่งในชาติที่ทำบาป ไม่ได้ฆ่าหอย มากมายขนาดนั้น คุณฟังแล้วสงสัยมั้ยว่า ทำไมผลของกรรมมีดอก เบี้ยทบต้นมากมาย ป้าเคยสงสัยมาก่อน นึกท้วงติงทุกครั้ง ที่อ่านพบเรื่องทำนองนี้ คิดเอาเองว่าไม่ยุติธรรมเลย เมื่อ ทำกรรมเพียงหนึ่ง น่าจะได้ผลตอบแทนแค่หนึ่งเท่ากัน เช่นฆ่าหนึ่งชีวิต ก็ควรไปเกิดใช้หนี้แค่ชาติเดียว นี่ทำไมนับ เท่าไม่ถ้วน ต่อมาเมื่อป้าได้ศึกษาพระอภิธรรมภาคปริยัติ เรื่องการทำงานของวิถีจิต เกือบยี่สิบปีมาแล้ว จึงได้เข้าใจ จะลองคุยให้คุณฟังดูนะคะ จิตที่คิดอะไรๆ ได้นั้น เป็นเพราะมีการทำงานของ จิตเกิดขึ้น เรียกว่า วิถีจิต ซึ่งมีมากมายหลายชนิดแตกต่าง กัน ตามแต่อารมณ์ที่รับมาคิด แต่ละวิถีจิตประกอบด้วย นายวิชชาธรรม ส่วนประกอบย่อยคือ ขณะจิต ทำงานต่อเนื่องกันอยู่ วิถีจิต ของแต่ละอารมณ์ มีจำนวนขณะจิตไม่เท่ากัน มีมาก มีน้อย ที่มากที่สุดไม่เกิน ๑๗ ขณะ คือนับแต่จิตยังไม่เริ่มทำงาน จนทำงานเสร็จในแต่ละครั้ง เรียกว่า ๑ วิถี ๑ วิถีจิต ชนิดที่มี ๑๗ ขณะจิต มีการทำงานดังนี้คือ ขณะที่ ๑ คือภวังคจิตค้างอยู่เก่า เป็นขณะจิตที่ยัง ไม่เริ่มทํางาน ๑ ขณะที่ ๒ ภวังคจิตเริ่มไหวตัว เป็นขณะที่อารมณ์ ใหม่มากระทบ ขณะที่ อารมณ์ใหม่ เป็นขณะตัดอารมณ์อดีตทิ้ง เพื่อรับ ขณะที่ ๔ เป็นขณะพิจารณาว่า เป็นอารมณ์เกิดจาก ทวารไหน (คือจาก ตา หู จมูก ลิ้น หรือกาย) ขณะที่ ๕ เป็นขณะที่วิญญาณของทวารนั้นๆ เกิด ตามมา ขณะที่ 5 เป็นขณะรับอารมณ์จากวิญญาณนั้นๆ ส่งต่อขณะจิตต่อไป ขณะที่ ๗ เป็นขณะทำการไต่สวนอารมณ์นั้นๆ ว่าดี หรือไม่อย่างไร (คือ นำข้อมูลมีอยู่เดิมมาพิจารณา) LD PE POIN ขณะที่ 4 เป็นขณะที่ทำหน้าที่ตัดสิน ลงไปว่า จะเอาอย่างไรให้แน่นอนลงไป ขณะที่ ๙ ถึงขณะที่ ๑๕ รวม ๗ ขณะ เรียกว่า ชวนะจิต ทำหน้าที่เสพ อารมณ์ที่ตัดสินมาแล้ว ขณะที่ ๑๖ ถึงขณะที่ ๑๗ เป็นขณะที่ ทำหน้าที่ยึดอารมณ์ต่อเนื่องจาก ๒ ขณะที่แล้ว วิถีจิตหนึ่งๆ (ทางตำราพระอภิธรรม) ทำงานแยกย่อยกันดังที่กล่าว แต่ทาง ภาคปฏิบัติ หลวงพ่อวัดปากน้ำท่าน สอนรวบย่อด้วยการเห็นภาพภายในจิต ทำไมผลของกรรมมีดอกเบี้ยทบต้นมากมาย ป้าเคยสงสัยมาก่อน นึกท้วงติงทุกครั้งที่อ่าน พบเรื่องทำนองนี้ คิดเอาเองว่าไม่ยุติธรรมเลย เมื่อทำกรรมเพียงหนึ่ง น่าจะได้ผล ตอบแทนแค่หนึ่งเท่ากัน เช่นฆ่าหนึ่งชีวิต ก็ควรไปเกิดใช้หนี้แค่ชาติเดียว นี่ทำไมนับเท่า ไม่ถ้วน ๑๑๐ กัลยาณมิตร ตุลาคม ๒๕๕๒
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More